ท้องแล้วร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน

ท้องแล้วร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน

ท้องแล้วร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน กันนะ อยากรู้ไหมว่าเเม่ท้องเเต่ละคน ต้องทนรับกับความเปลี่ยนเเปลงที่ยิ่งใหญ่เเบบนี้ถึง 9 เดือนทีเดียว

ท้องแล้วร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ท้องแล้วร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน การตั้งครรภ์สักครั้งนอกจากเเค่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา อวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้วนมีความเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น

ระบบทางเดินหายใจ
2
  • ขณะที่ตั้งครรภ์ร่างกายของคุณเเม่จะต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเต้นเร็วขึ้น
  • ปริมาตรอากาศที่เข้าและออกจากปอดเพิ่มขึ้น
  • เกิดภาวะด่างจากระบบหายใจ เนื่องจากหายใจเร็วขึ้น อัตราหายใจเพิ่มขึ้น หายใจเเรงเเละลึกขึ้น
  • ความสามารถในการทำงานของร่างกายลดลง
  • ปริมาณอากาศที่หายใจเข้าออกลดลง
  • คุณเเม่ท้องบางคนอาจจะมีบางช่วงที่รู้สึกหายใจไม่ออกได้
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
3
  • ขณะตั้งครรภ์ระบบหัวใจเเละหลอดเลือดจะมีการปรับการทำงานขึ้นใหม่
  • ปริมาณเลือดจะเพิ่มขึ้น เส้นเลือดต่างๆ ขยายตัว เกิดเเรงดันขึ้นที่มดลูก ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ช้าลง
  • ปริมาตรเลือดส่งออกจากหัวใจต่อนาทีเพิ่มขึ้น
  • ชีพจรขณะพักสูงขึ้น
  • ความต้านทานของหลอดเลือดลดลง
  • ในไตรมาสที่สองความดันเลือดจะลดลง
ระบบทางเดินอาหาร
4
  • ขนาดของลูกในครรภ์จะไปเบียดอวัยวะภายในอย่างระบบทางเดินอาหารทำให้เกิดอาการต่างๆ
  • การเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารลดลง มีการสร้างกรดต่างๆ เพิ่มขึ้น ทำให้อาจเกิดกรดไหลย้อน
ระบบต่อมไร้ท่อ
6
  • ฮอร์โมนเอสโทรเจนเเละโพรเจสทอโรนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ 10 - 12 ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงขึ้นในร่างกาย
  • คุณแม่อาจมีอาการร้อนๆ หนาวๆ จากการเปลี่ยนเเปลงของฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น มีการเปลี่ยนเเปลงอัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือ BMR
  • ร่างกายต้องการเเคลเซียมเพิ่มขึ้น
  • เมื่อใกล้คลอด ต่อมใต้สมองส่วนหลัง จะปล่อยฮอร์โมนออกซิโทซินเพื่อเตรียมพร้อมในการคลอดลูก
  • เมื่อคลอดลูกเเล้วร่างกายจะหลั่งโพรเเลกทินเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำนม
ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
9
  • ฮอร์โมนอย่างรีเลซินเเละโพรเจสทอโรนเพิ่มขึ้น ทำให้มีข้อต่อเเละเอ็นต่างๆ ยืดหยุ่นมากขึ้น
  • มดลูกขยายใหญ่ขึ้นทุกสัปดาห์ ร่างกายจึงปรับกระดูกเพื่อช่วยในการทรงตัว เเต่อาจทำให้คุณเเม่ปวดหลังได้
  • อุ้งเชิงกรานขยายเพื่อพร้อมรับมือในการคลอด
  • ร่างกายต้องการเเคลเซียมเพิ่มขึ้นเพื่อทดเเทนการดึงไปใช้ในการสร้างร่างกายของลูก
ผิวหนังเปลี่ยนเเปลง
10
  • ผิวอาจเเตกลายได้บริเวณที่มีการขยาย เช่น หน้าท้อง หน้าอก ทิ้งรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้า
  • ผิวอาจคล้ำขึ้น บริเวณรอบสะดือ ข้อพับอย่างรักเเร้ เเละใบหน้า(อาจมีฝ้าขึ้น)
  • ผิวนูนขึ้นคล้ายใยเเมงมุม เป็นเหตุมาจากการขยายเส้นเลือดฝอย จากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโทรเจน
หน้าท้องเปลี่ยนเเปลง
7
  • หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นตามสัปดาห์เเละเดือนที่เพิ่มขึ้น
หน้าอกเปลี่ยนแปลง
5
  • หน้าอกขยายใหญ่ขึ้นเเละมีความอ่อนไหวมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโทรเจนเเละโพรเจสทอโรน เเละเพื่อเตรียมพร้อมในการให้นมลูก
  • หัวนมยื่นออกมามากขึ้น
  • เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 อาจจะมีน้ำนมส่วนเเรกที่เรียกว่าโคลอสทรัมไหนออกมาก่อนคลอดลูกได้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสีเหลือง
น้ำหนักเปลี่ยนเเปลง
12
  • ในสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 15 หรือไตรมาสเเรก น้ำหนักจะขึ้นมาประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม
  • ในสัปดาห์ที่ 16 ถึงสัปดาห์ที่ 27 หรือไตรมาสสอง น้ำหนักจะขึ้นมาประมาณ 7.5 กิโลกรัม
  • ในสัปดาห์ที่ 28 ถึงสัปดาห์ที่ 40 หรือไตรมาสสาม น้ำหนักจะขึ้นมาประมาณ 12-17 กิโลกรัม
การเปลี่ยนเเปลงอื่นๆ

11

  • เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจทำให้ผมเเละเล็บของคุณเเม่มีการเปลี่ยนเเปลง
  • ตะคริวสามารถเกิดได้บ่อยขึ้น จากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เเละปริมาณเเคลเซียมหรือเเมกนีเซียมที่ลดลง
  • ข้อเท้าบวมเนื่องจากปริมาณของของเหลวในร่างกายที่เพิ่มขึ้น
  • อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นในไตรมาสเเระ เเละจะกลับมาเป็นปกติหลังจากสัปดาห์ที่ 16

ที่มา Healtline

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner