ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร ท้องสองง่ายกว่าท้องแรกจริงไหม?

lead image

ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร โบราณว่าท้องสองจะสบายกว่าจริงไหม มีเรื่องอะไรที่แม่ท้องลูกคนที่สองต้องระวังหรือข้อควรรู้บ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไร

ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร?

ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร คุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงต่างจากท้องแรกไหม ถ้าคุณแม่กำลังตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่จะรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นค่ะ ซึ่งความแตกต่างของท้องแรกกับท้องสองมีดังต่อไปนี้

1.กังวลน้อยลง

เมื่อคุณแม่ต้องท้องลูกคนที่สอง คุณแม่จะมีความรู้สึกว่าเครียดน้อยลง กังวลน้อยลงกว่าเดิม เพราะว่ามีประสบการณ์จากลูกคนแรกไปแล้ว หากคุณแม่นึกย้อนไปช่วงที่ตั้งครรภ์ลูกคนแรก คงจะจำได้ว่าแม้แต่การกิน การนอน ยังต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเสียหมด จะกินอะไรก็คิดเสมอว่ากินแล้วลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม คนท้องกินได้หรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ก็คงยังห่วงเรื่องของการดูแลตัวเอง แถมยังต้องคอยสังเกตว่าลูกในท้องยังมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ลูกยังดิ้นอยู่ไหม และลูกในท้องได้สารอาหารครบหรือเปล่า เพราะว่าเด็กแต่ละคนก็มีการเจริญเติบโตที่ต่างกัน แต่ถึงอย่างไร ลูกคนที่สองแล้วแม่จะรู้สึกสบายกว่าลูกคนแรกอย่างแน่นอนค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/08/ท้องแรก4.jpg ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร ท้องสองง่ายกว่าท้องแรกจริงไหม?

ท้องแรก-ท้องสองต่างกันอย่างไร

2.ท้องใหญ่กว่าท้องแรก

ความเชื่อนี้ เป็นเพราะว่าคุณแม่จะเริ่มเห็นหน้าท้องของตัวเองเมื่อสัปดาห์ที่ 12-15 ของการตั้งครรภ์ ส่วนท้องแรกคุณจะเริ่มเห็นหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 15 เป็นต้นไป ทำให้เริ่มรู้สึกว่าท้องลูกคนที่สองจะใหญ่กว่าท้องแรก

สาเหตุที่ท้องสองใหญ่กว่าท้องแรกเพราะว่า หลังจากที่แม่คลอดลูกคนแรกไปแล้วมดลูกหดตัว แต่จะไม่หดเท่ากับขนาดก่อนที่ตั้งท้อง ทำให้เมื่อคุณแม่ตั้งท้องลูกคนที่สองมดลูกจะขยายได้เร็วกว่า จึงเห็นว่าท้องใหญ่กว่านั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง คุรแม่จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกน้อยในครรภ์เร็วกว่าท้องแรกอีกด้วย เนื่องจากคุณแม่คุ้นเคยกับความรู้สึกนี้มาก่อนแล้ว ทำให้รับรู้ได้ว่าลูกดิ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ และดิ้นถี่แค่ไหน

3.กินอาหารได้มากขึ้น

หากคุณแม่ยังจำได้ในช่วงตั้งท้องลูกคนแรกใหม่ๆ คุณแม่จะกังวลเรื่องอาหารกรกินอย่างมาก กลัวว่าอาหารจะไปทำลายลูกในท้อง จึงหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ควรกินขณะตั้งครรภ์ไปซะหมด พอมาท้องลูกคนที่สอง คุณแม่จะไม่ค่อยเครียดและเข้มงวดกับอาหารในแต่ละมื้อมากนัก เนื่องจากแม่เริ่มมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ทำให้กล้ากินและมีความมั่นใจในการกินมากขึ้น

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/08/ท้องแรก3.jpg ท้องแรกกับท้องสองต่างกันอย่างไร ท้องสองง่ายกว่าท้องแรกจริงไหม?

ท้องสอง

4.น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น

เรื่องนี้อาจไม่เกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคน คุณแม่จะรู้สึกว่าทำไมท้องลูกคนนี้น้ำหนักถึงเยอะขึ้น ลูกต้องตัวใหญ่ขึ้นแน่ๆ ซึ่งต่างจากการตั้งท้องลูกคนแรกเลยทีเดียว สำหรับคุณแม่ที่เห็นว่าตัวเองมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกว่าท้องแรก อาจจะใช้วิธีออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการเล่นกับลูกคนโตก็ได้นะคะ

5.คลอดลูกได้ง่ายขึ้น

ความแตกต่างของท้องแรกกับท้องสองที่คุณแม่รู้สึกำด้อย่างมากคือ การคลอดลูกด้วยตนเอง เนื่องจากคุณแม่มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว รู้ว่าต้องเบ่งอย่างไร ต้องหายใจอย่างไรถึงจะช่วยในการคลอดลูก รวมถึงปากมดลูกของคุณแม่จะเปิดได้ง่ายกว่า มีความยืดหยุ่นมาก ทำให้ใช้เวลาการคลอดที่สั้นกว่าครั้งแรกเสียอีก ดังนั้น คุณแม่จะไม่ต้องนอนทนเจ็บเพื่อรอให้ปากมดลูกเปิดนานเหมือนกับท้องแรกแล้วล่ะ

นอกจากนี้ การหดตัวของมดลูกคุณแม่ก็มีมากขึ้นทำให้ช่วยปากมดลูกเปิดได้เร็วกว่า และยังเบ่งคลอดได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับการพักฟื้นที่โรงพยาบาลคุณแม่ยังคงใช้เวลานอนพักฟื้นเท่าเดิมนะคะ

คุณแม่จะรู้สึกว่ามีอาการปวดหลังที่รุนแรงมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น เพราะต้องดูแลลูกคนแรกไปด้วย อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรระวังอาการแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ ควรหมั่นดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ไม่ควรชะล้าใจถึงแม้จะผ่านการคลอดลูกคนแรกมาแล้วก็ตาม และควรนึกถึงตอนท้องแรกว่าคุณต้องครรภ์ราบรื่นได้ดีหรือไม่ มีอะไรที่ต้องระวังเพิ่มเติมหรือเปล่า

ที่มา: babyinfo

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ท้องแรก ท้องสอง ต่างกันไหม การ์ตูนสุดฮา เปรียบเทียบแม่ท้องแรกกับท้องสอง

แม่ท้องวัยรุ่น แม่ท้องอายุเยอะ เทียบข้อดี ความเสี่ยง ที่แม่ท้องต้องเจอตอนตั้งครรภ์

ท่านอนคนท้องที่ถูกวิธี แม่ท้องนอนท่าไหนถึงหลับสบาย ไม่เมื่อย ไม่เป็นตะคริว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!