ท้องนอกมดลูก ภาวะแทรกซ้อนสุดอันตราย ของคุณแม่ตั้งครรภ์

lead image

อีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็คือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่าง ท้องนอกมดลูก มาทำความรู้จักกับภาวะนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ท้องนอกมดลูก ภาวะแทรกซ้อนสุดอันตราย

คุณแม่คงจะเคยได้ยินกันมาแล้วใช่ไหมคะ ถึงภาวะการ ท้องนอกมดลูก ภาวะแทรกซ้อนสุดอันตราย แต่อาจจะยังไม่ทราบถึงรายละเอียดอันเกี่ยวกับสาเหตุ และอาการของภาวะดังกล่าว ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมเอาข้อมูลนี้มาฝากคุณแม่ตั้งครรภ์ทุก ๆ ท่านกันค่ะ

ท้องนอกมดลูก ภาวะแทรกซ้อนสุดอันตราย

ท้องนอกมดลูก ภาวะแทรกซ้อนสุดอันตราย ของคุณแม่ตั้งครรภ์

การท้องนอกมดลูกหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก หมายถึงอะไร

การท้องนอกมดลูกหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก หมายถึง การที่ไข่เดินทางมาปฏิสนธิกับตัวอสุจิที่ท่อนำไข่ ซึ่งโดยปกติแล้วแทนที่ตัวอ่อนจะต้องเดินทางไปฝังตัวที่ผนังด้านในของโพรงมดลูก แต่ตัวอ่อนนี้กลับไปฝังตัวอยู่บริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ในโพรงมดลูกแทน และสืบเนื่องจากตำแหน่งที่ฝังตัวนั้นไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตตามปกติ ทารกจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้

การตั้งครรภ์นอกมดลูกนี้ส่วนใหญ่แล้วตัวอ่อนประมาณ 95-96% จะไปฝังตัวอยู่ที่ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบาง ๆ นอกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วยังพบว่าเกิดการฝังตัวได้ที่บริเวณรังไข่ ปากมดลูก และภายในช่องท้องด้วยเช่นกัน เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้นก็จะทำให้ท่อนำไข่แตกในเวลาต่อมา เพราะผนังของท่อรังไข่จะค่อนข้างบาง ไม่เหมือนผนังโพรงมดลูกซึ่งหนามาก เมื่อท่อนำไข่แตกก็จะเกิดการตกเลือดออกในช่องท้อง ทำให้คุณแม่มีอาการปวดท้องมาก ซึ่งถ้าคุณแม่เสียเลือดมากก็อาจจะทำให้ช็อกจนอาจจะเสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

อาการท้องนอกมดลูกเป็นอย่างไร

  • มีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย อาเจียน ปัสสาวะบ่อย คัดตึงเต้านม เหมือนกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ปกติ
  • ปวดท้องน้อยเป็นพัก ๆ มักมีอาการปวดด้านใดด้านหนึ่งของท้องน้อยมากเป็นพิเศษ
  • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปจนถึงกระบังลมและหัวไหล่
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด แบบกะปริบกะปรอย
  • หน้ามืดใจสั่น คล้ายจะเป็นลม และมีเลือดทางช่องคลอดออกมาก เนื่องจากมีการฉีกขาดของท่อนำไข่

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ ?

หากคุณแม่พบว่าประจำเดือนขาดหรือกำลังตั้งครรภ์ ร่วมกับมีอาการปวดท้อง มีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด อย่ารอช้าค่ะ ควรรีบไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด เพราะโดยทั่วไปแล้วการตั้งครรภ์ที่ปกติจะไม่มีอาการปวดท้องน้อยอย่างมากหรือมีเลือดออกทางช่องคลอด แต่ทางที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ก็คือ เมื่อทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ก็ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อฝากครรภ์ในทันที คุณหมอจะได้ช่วยตรวจหาความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันเวลา

ขอบคุณที่มา: Medthai

parenttown