ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

lead image

ที่ตรวจครรภ์ มีแบบไหน ใช้ยังไง แม่นจริงไหม??? เริ่มตรวจครรภ์เมื่อไหร่ดี ตรวจเองจะเเม่นไหม หรือขึ้นจางๆ เเบบนี้เเปลว่าอะไรกันนะ

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่ เป็นคำถามที่คุณผู้หญิงหลาย ๆ คนสงสัย เพราะคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์แล้วหรือไม่ แบบนี้ท้องหรือไม่ท้อง แล้วการใช้ที่ตรวจครรภ์ จะแม่นจริงไหม??? ถ้าอยากเตรียมตัวรับมือกับข่าวดี ต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อย เเต่ใช้ที่ตรวจครรภ์เเล้วทราบผลเลยจริงหรือไม่ เชื่อได้เเค่ไหน กลัวจะดีใจเก้อ ไปหาคำตอบกันดีกว่าค่ะ

ตรวจตั้งครรภ์

การตรวจครรภ์ว่าตั้งครรภ์หรือไม่นั้น โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีอยู่ด้วยกัน 2 เเบบ นั่นก็คือ การทดสอบตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และการตรวจครรภ์ทางห้องทดลอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/06/ที่ตรวจตั้งครรภ์.jpg ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

การทดสอบตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูปที่วางจำหน่ายทั่วไป หรือการใช้ที่ตรวจครรภ์ เป็นวิธีที่นิยมแพร่หลายในประเทศทางตะวันตก และเริ่มมีการนำเข้าประเทศไทยบ้าง หลักการทดสอบเป็นหลักการเดียวกับการทดสอบในโรงพยาบาลและในคลินิกแพทย์ โดยการตรวจสอบหาฮอร์โมนเอสซีจี (HCG) ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะมีการสร้างโดยเซลล์ตัวอ่อนของมนุษย์

ดังนั้น การใช้ที่ตรวจครรภ์จึงสามารถตรวจสอบได้ทันทีที่มีการปฏิสนธิ และเติบโตของเซลล์ตัวอ่อนในมดลูก แต่ปริมาณของฮอร์โมนนี้จะถูกขับออกมาในปัสสาวะของคุณแม่ เมื่อมีปริมาณมากพอในระดับหนึ่ง โดยทั่วไปจะประมาณวันที่ 14 ของการปฏิสนธิ คือทันทีที่รอบเดือนไม่มาตามกำหนด ทั้งนี้การตรวจสอบฮอร์โมนเอชซีจีในปัสสาวะ ยังมีความคลาดเคลื่อนได้สูง

  • หากตั้งครรภ์ แต่ระดับฮอร์โมนในบางคนไม่มากพอที่จะตรวจพบได้พบ ผลการทดสอบจะเป็นลบอยู่ในระยะเวลาหนึ่ง (ความแม่นยำของชุดทดสอบด้วยตนเองนี้ยังขึ้นอยู่กับราคา และบริษัทผู้ผลิต) หรือพูดได้ว่าถ้าผลเป็นบวกเชื่อถือได้ เเต่หากเป็นผลลบ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยเว้นระยะสักพัก
  • หากประจำเดือนยังไม่มาตามกำหนด ควรจะต้องรับการตรวจจากแพทย์ โดยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบเเจ้งให้แพทย์ทราบด้วย เช่น ชุดทดสอบการตั้งครรภืที่ใช้ วันเวลาที่ทำการทดสอบ
  • ไม่ว่าผลการทดสอบจะเป็นบวกหรือลบ คุณควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์ ในกรณีที่เป็นบวกการตรวจเพิ่มเพื่อเป็นการตรวจร่างกายเพื่อดูแลสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ ในกรณีที่ผลการทดสอบเป็นลบ แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ที่ตรวจครรภ์มีแบบไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่

ที่ตรวจครรภ์แบบที่ 1 จุ่ม ( Test Strip) จะประกอบไปด้วย แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ (แผ่นตรวจครรภ์) และถ้วยตวงปัสสาวะ (อาจจะถ้วยตวงปัสสาวะมาให้หรือไม่มีก็ได้) ทดสอบโดย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/06/2015 05 22 03 48 271 e1496299044712 578x151.jpg ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

  1. ให้เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง
  2. นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลง จุ่มลงในถ้วยปัสสาวะ 3 วินาที
  3. อย่าให้น้ำปัสสาวะเลยขีดที่กำหนดในแผ่นทดสอบ เพราะจะทำให้แผ่นทดสอบหมดประสิทธิภาพการทำงาน
  4. นำแผ่นทดสอบออกจากถ้วยปัสสาวะ ถือไว้สักพักหรือวางไว้ในแนวนอน และต้องวางในพื้นที่แห้งสนิทเท่านั้น
  5. รออ่านผลการทดสอบการตั้งครรภ์ภายในเวลา 1 – 5 นาที แต่ทางที่ดีควรรอจนกว่าจะครบ 5 นาที เพื่อให้ผลแสดงออกมาอย่างถูกต้อง
  6. ข้อดีของชุดตรวจครรภ์แบบแถบจุ่ม คือ มีราคาถูก ใช้งานง่าย ราคาประมาณ 100 – 140 บาท

ที่ตรวจครรภ์แบบที่ 2 ตลับหรือหยด (Pregnancy Test Cassette)  จะประกอบไปด้วย ตลับทดสอบการตั้งครรภ์ ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ ทดสอบโดย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/06/2015 05 22 03 48 271 1 e1496299076315 578x142.jpg ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

  1. เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะที่ได้ในปริมาณที่พอเหมาะ
  2. หยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดลองที่วางไว้บนพื้นประมาณ 3 – 4 หยด ไม่ควรหยดมากกว่านี้
  3. วางชุดทดสอบนี้ไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อดูผลการทดสอบ
  4. ข้อดีของแถบตรวจแบบนี้ คือ ลดโอกาสของแผ่นทดสอบที่จะเสื่อมสภาพได้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 140 -180 บาท

ที่ตรวจครรภ์แบบที่ 3 ปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) ที่ตรวจครรภ์จะมีแค่แท่งทดสอบการตั้งครรภ์ ทดสอบโดยการ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/06/2015 05 22 03 48 271 2 e1496299108663 578x127.jpg ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

  1. ถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรชี้ลง
  2. ปัสสาวะให้น้ำปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะซึ่งจะอยู่บริเวณต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 5 วินาที
  3. ถือหรือวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ในแนวราบ และรออ่านผลได้ตั้งแต่ประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป (เพื่อความชัวร์ควรรออ่านผลภายใน 3-5 นาที)
  4. ข้อดีคือสามารถใช้งานได้สะดวกมากกว่าชนิดอื่น เพราะไม่ต้องเก็บน้ำปัสสาวะในถ้วย จึงช่วยลดขั้นตอนในการทดสอบได้
  5. ข้อเสียกว่าสองแบบแรกคือจะมีราคาสูงกว่า (ราคาประมาณ 180-200 บาท)

ที่ตรวจครรภ์แบบที่ 4 ดิจิตอล (Digital Pregnancy Test) คล้ายคลึงกับการปัสสาวะผ่าน เเต่เป็นการเเสดงผลเป็นระบบดิจิตอล ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ตัวชี้วัด Smart Dual Sensor บอกได้ว่ากำลังตั้งครรภ์หรือไม่ เเละยังแสดงจำนวนสัปดาห์การตั้งครรภ์ โดยนับจากที่ไข่มีการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน ทดสอบโดยการ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/06/how to read gold digital 2 578x302.png ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

  1. ถือแท่งทดสอบให้น้ำปัสสาวะไหลผ่านบริเวณที่ดูดซับประมาณ 5 วินาที
  2. ถือหรือวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ในแนวราบ และรออ่านผลได้ตั้งแต่ 3 นาที
  3. ข้อเสียคือในเมืองไทยราคาสูงที่สุดคือ ประมาณ 500-1000 บาท

การตรวจครรภ์ทางห้องทดลอง

เป็นการตรวจวัดหาฮอร์โมน HGC เหมือนกับการตรวจด้วยตนเอง ซึ่งตรวจจากปัสสาวะหรือเลือด แม่นยำและเชื่อถือได้ถึง 100% สามารถตรวจได้ตั้งแต่วันที่ 7-10 ของการปฏิสนธิ

  • การตรวจเลือด ควรตรวจภายใน 7 วัน ของการมีการปฏิสนธิ เเต่ยังไม่ถึงกำหนดการมีประจำเดือนครั้งใหม่ และยังสามารถบอกกำหนดวันคลอดได้โดยการเทียบกับค่ามาตรฐานในเลือด เเต่จะนิยมตรวจด้วยปัสสาวะมากกว่า
  • ในกรณีที่การทดสอบเป็นลบ การทดสอบซ้ำๆ และควรการตรวจการมีประจำเดือนด้วย หากประจำเดือนยังขาดไป ในขณะที่ผลการทดสอบยังให้ผลลบเช่นเดิม คุณเเม่อาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ ควรตรวจให้ละเอียดอีกรอบ
  • มีบางรายที่ผลการตรวจร่างกายและการทดสอบการตั้งครรภ์ ไม่สามารถให้ข้อวินิจฉัยการตั้งครรภ์ได้ จนตั้งครรภ์ 6-7 เดือน บางรายมีอาการแสดงของการตั้งครรภ์ครบถ้วน แต่ไม่สามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้จากการตรวจสอบของแพทย์และการตรวจทางห้องทดสอบ ในกรณีหลังนี้พบว่าสาเหตุของการเกิดอาการเหล่านี้เกิดจากความแปรปรวนทางด้านจิตใจ

คำแนะนำในการใช้งานที่ตรวจครรภ์

  1. อ่านคำแนะนำการใช้งานทุกครั้ง เเละปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  2. เตรียมนาฬิกาดูเวลาหรือใช้นาฬิกาจับเวลาที่จะจับเวลาการทดสอบ
  3. ภาชนะที่ใช้ในการทดสอบควรเป็นของใหม่ ไม่ควรให้ปนเปื้อนปัสสาวะก่อนนำมาใช้การทดสอบ โดยเฉพาะการทดสอบซ้ำ ๆ
  4. ขณะรอเวลาอ่านผล ไม่ควรให้ภาชนะหรือชุดทดสอบอยู่ใกล้ของที่มีความร้อนสูง
  5. ในการทดสอบซ้ำ ควรเว้นระยะห่างจากการทดสอบครั้งแรก อย่างน้อย 2-3 วัน
  6. การตรวจปัสสาวะ ควรใช้ปัสสาวะหลังจากตื่นนอนตอนเช้าซึ่งจะให้ผลดีที่สุด แต่เวลาอื่นก็ได้ผลเหมือนกัน แต่สำคัญว่าต้องใช้ปัสสาวะสด ๆ หรือเป็นปัสสาวะใหม่ ๆ เท่านั้น
  7. ชุดทดสอบเมื่อซื้อมาแล้วสามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องตามปกติได้ (ไม่เกิน 30 องศา) หลีกเลี่ยงแสงแดด และความชื้น
  8. เมื่อฉีกซองออกแล้ว ต้องตรวจทันทีจึงจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ แต่ถ้าฉีกแล้วยังไม่ตรวจก็สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะหากโดนความชื้น จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงและอาจทำให้ผลตรวจเกิดความผิดพลาดได้

ที่มา หมอชาวบ้าน และ gv-medic

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อาการคนท้องระยะแรก เกิดอะไรขึ้นบ้าง เดือนแรกที่ตั้งครรภ์อาการเป็นอย่างไร

ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย ตามวันเกิด ใช้ได้ทั้งลูกชายลูกสาว

ชื่อมงคล 176 รายชื่อมงคล ตั้งชื่อพร้อมความหมาย เป็นศิริมงคล ทั้งลูกชายลูกสาว

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/08/theAsianparent Community Article Footer 670x100.jpg ที่ตรวจครรภ์ ใช้ยังไง ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี ตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่