ทำไมแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเยอะแบบนี้?

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

หลังจากที่ฉันรู้จักกับแม่หลาย ๆ คนที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองคนเดียว ฉันเลยเริ่มคิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ และสงสัยว่าทำไมมีแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะเหลือเกิน แต่พ่อเลี้ยงเดี่ยวมีน้อยกว่ามากมาย คุณกำลังคิดแบบเดียวกันรึเปล่า? ลองอ่านบทความนี้สิ

แม่เลี้ยงเดี่ยว, พ่อเลี้ยงเดี่ยว

ทำไมแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเยอะแบบนี้?

แน่นอนว่ามีพ่อมากมายที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองคนเดียวเช่นกัน เช่น พ่อของฉันเองก็เลี้ยงฉันโดยได้รับความช่วยเหลือจากแม่ฉันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากค้นคว้าอะไรมานิด ๆ หน่อย ๆ ฉันค้นพบว่า จากข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐอเมริกา มีเด็ก 21.8 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาที่อยู่อาศัยในครอบครัวที่มีแต่ผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยว และ 84% ของเด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูโดยแม่เพียงคนเดียว ส่วน 16% ที่เหลือได้รับการเลี้ยงดูโดยพ่อ เหตุผลสำหรับปรากฏการณ์นี้คืออะไร? แม่เลี้ยงลูกได้ดีกว่าพ่ออย่างนั้นหรือ? หรือว่าพ่อทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดี? หรือว่าศาลให้สิทธิการเลี้ยงดูกับแม่มากกว่า? หรือว่าพ่อไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้เท่าใดนัก? หลังจากค้นคว้ามากขึ้นฉันก็ได้ค้นพบเหตุผลต่าง ๆ ต่อไปนี้ที่เป็นข้อสรุปว่าทำไมแม่ถึงมีโอกาสเลี้ยงลูกเองคนเดียวมากกว่าพ่อถึงห้าเท่า

การหาข้อมูลในอินเตอร์เนท

ฉันเริ่มต้นด้วยทฤษฎีส่วนตัวของฉันเองว่า พ่อมีความผูกพันตามธรรมชาติกับลูกน้อยกว่าแม่ แม่มีความผูกพันมากกว่าเนื่องจากการตั้งครรภ์ ส่วนพ่อต้องมาสร้างความผูกพันนั้นเองอีกที ฉันลองกดค้นหาข้อมูลง่าย ๆ ในอินเตอร์เนทโดยพิมพ์ลงไปว่า ความผูกพันของพ่อกับลูก หน้าแรกของผลการค้นหาที่ได้จะมีแต่คำแนะนำ เคล็ดลับ และตัวอย่างว่าพ่อจะสามารถสร้างความผูกพันกับลูกได้อย่างไรบ้าง แต่เมื่อฉันลองเปลี่ยนคำค้นหา จากคำว่า “พ่อ” เป็นคำว่า “แม่” ดูแล้วฉันก็ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป หน้าแรกของผลการค้นหาจะมีเรื่องความผูกพันของแม่กับลูกตามธรรมชาติด้วย ดังนั้นเมื่อวัดเอาจากผลการค้นคว้าในอินเตอร์เนทของฉันแล้ว ดูเหมือนว่าพ่อต้องสร้างความผูกพันกับลูกในขณะที่แม่มีความผูกพันกับลูกอยู่แล้วตามธรรมชาติ

การตั้งครรภ์

บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดต่อคำถามที่ว่าทำไมผู้ชายจึงมีความผูกพันกับลูกน้อยกว่า (ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยกว่าที่จะเลี้ยงดูลูกตามลำพัง) คงเป็นเพราะแม่ได้แต้มต่อจากการตั้งท้องนานเก้าเดือน ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ผู้หญิงก็เริ่มเสียสละ ให้ความอบอุ่น และสร้างความสัมพันธ์กับลูกในท้อง สำหรับพ่อแล้ว ช่วงเก้าเดือนนี้เป็นช่วงเวลาที่พ่อใช้ไปกับการให้ความสำคัญที่แม่ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวผู้หญิงคนที่เขารัก พ่อบางคนอาจจะไม่ได้สนใจในเรื่องนั้นเลยก็ได้ ดังนั้นแม่จึงมีแต้มต่อเหนือกว่าในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์กับลูก แหม ก็ลูกอยู่ในท้องนี่นะ จะไม่ให้ไม่มีความผูกพันได้อย่างไรกันล่ะ? แต่อย่างไรก็ตามเราไม่อาจสันนิษฐานได้ว่าการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียวเป็นตัวบ่งชี้เรื่องความสัมพันธ์ไปได้เสียหมด เพราะยังมีเรื่องการรับเด็กมาเลี้ยงที่มีบทบาทในเรื่องประสบการณ์การสร้างความสัมพันธ์อยู่เหมือนกัน

ในยุคเริ่มแรก

ในยุค “มนุษย์ถ้ำ” นั้น ผู้ชายเป็นนักล่า และผู้คุ้มครอง ส่วนผู้หญิงเป็นผู้เลี้ยงดู ทั้งสองต่างมีบทบาทสำคัญที่แตกต่างกันออกไปในชีวิตครอบครัว ในขณะที่ผู้ชายมีหน้าที่หาอาหาร และปกป้องครอบครัวจากสัตว์ป่า และสิ่งต่าง ๆ ผู้หญิงก็มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก และให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูก บทบาทนี้ก็ยังคงเป็นอยู่จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป บทบาทต่าง ๆ และความจำเป็นต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงสามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ ส่วนผู้ชายก็สามารถอยู่บ้านเลี้ยงลูกได้ แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อดูจากภายนอก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าภายในจะเปลี่ยนไปด้วย ผู้ชายมากมายต่างก็ยังคงมีสัญชาตญาณภายในที่จะหาเลี้ยงชีพ และปกป้องครอบครัว ผู้หญิงเองก็เช่นเดียวกัน ผู้หญิงอาจจะทำงานนอกบ้าน แต่ก็ยังมีสัญชาตญาณที่จะรัก และเลี้ยงดูลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

บุ๋ม ปนัดดากับ ความประทับใจในตัวลูก

ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ชีวิตครอบครัว แม่ โรงเรียนพ่อแม่