ทำไมเด็กๆ จึงควรได้รับวัคซีน

ทำไมเด็กๆ จึงควรได้รับวัคซีน

กระแสการต่อต้านวัคซีนจากต่างประเทศเริ่มเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น เมื่อได้รับฟังแล้วหมอรู้สึกเป็นห่วงเด็กๆของเรามาก จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อย้ำถึงความสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนในโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย หรือที่เราเรียกกันทั่วๆไปว่าวัคซีนตามอายุในสมุดวัคซีน ซึ่งจำเป็นที่เด็กทุกคนควรได้รับ

ทำความรู้จัก “วัคซีน” คืออะไร?

วัคซีน คือ วัตถุทางชีวภาพซึ่งผลิตขึ้นเพื่อใช้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค ปัจจุบันวัคซีนมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ วัคซีนชนิดเชื้อเป็น หรือ เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์, วัคซีนชนิดเชื้อตาย, และท็อกซอยด์ หรือ วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคจากพิษของเชื้อโรคค่ะ

ทำไมเด็กต้องฉีดวัคซีน?

เนื่องจาก การสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนเป็นกลวิธีในการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง และคุ้มค่ามากที่สุด ประเทศต่างๆ จึงใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ใช้ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญและมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ สำหรับประชากรทุกเชื้อชาติ

หมอขอยกตัวอย่างโรคติดต่อร้ายแรงในอดีต เช่น ไข้ทรพิษ หรือฝีดาษ นะคะ โรคนี้เคยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในอดีต มีผู้เสียชีวิตมากมาย จนในปัจจุบันกลัวกันว่าจะมีการนำเชื้อนี้มาใช้เป็นอาวุธชีวภาพในสงคราม ปัจจุบันสามารถกวาดล้างจากโลกได้สำเร็จ จนองค์การอนามัยโลกสามารถประกาศการปลอดไข้ทรพิษได้ ก็เพราะการฉีดวัคซีนนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคมีอะไรบ้าง?

การฉีดวัคซีนมีข้อดีมากมาย ในการช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ลูกน้อย อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมด้วยนะคะ เพราะการที่คนในชุมชนที่อยู่ร่วมกันได้รับวัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่งมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ ของประชากรในชุมชน ก็จะเป็นการสร้างเกราะภูมิคุ้มกันโรคนั้นให้กับคนส่วนน้อยในชุมชนซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคติดเชื้อชนิดนั้นแล้วมีอาการรุนแรง แต่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน เช่น เด็กเล็ก อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ฉีดวัคซีนนั้นได้ หรือ มีภูมิต้านทานต่ำ ทำให้คนเหล่านี้ปลอดภัยต่อโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนนั้นไปด้วยโดยที่ไม่ต้องฉีดวัคซีนด้วยตนเอง ซึ่งเราเรียกว่า ภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd immunity

สำหรับข้อเสียของการฉีดวัคซีนที่พบบ่อยมักเป็นผลข้างเคียงของวัคซีนที่ไม่รุนแรง เช่น ปวด บวม บริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำๆ ผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ผลข้างเคียงทางระบบประสาทและสมอง หรือ ภาวะแพ้รุนแรงจนมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดพบได้น้อยมากๆ ส่วนสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในวัคซีนตามขั้นตอนการผลิตเพื่อให้วัคซีนคงสภาพได้ดี ในแต่ละขั้นตอนการผลิต ล้วนแต่มีการศึกษาวิจัยแล้วว่าหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะไม่ได้ก่อให้เกิดอันตราย ยกเว้นแพ้สารชนิดนั้นๆ นะคะ

หากลูกไม่ได้รับวัคซีนจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง?

เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนมีโอกาสสูงที่จะเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อต่างๆ ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาจมีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อได้ และยังมีผลกระทบต่อสังคมรอบข้างด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดิมเคยประกาศว่าไม่มีโรคหัดในประเทศแล้วอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 หลังจากมีการต่อต้านการฉีดวัคซีนแพร่หลายตั้งแต่ปี 1998 อย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่า ในปีค.ศ. 2014 มีการระบาดของโรคหัดใน 27 รัฐ จากรายงานผู้ป่วยมากถึง 667 ราย !!

ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็คือผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดมาก่อน บางรายมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก และล่าสุดในสหรัฐอเมริกาก็มีรายงานการระบาดของโรคไอกรนเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกด้วย ทั้งที่เป็นโรคติดเชื้อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

การที่ไม่ได้รับวัคซีนจะมีผลเสียทั้งต่อตัวเด็กเองและมีผลกระทบต่อสุขภาพของสังคมส่วนรวม ในฐานะของกุมารแพทย์ หมอขอสนับสนุนให้เด็กๆ ทุกคนมีโอกาสได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน เพื่อจะได้แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรค ไม่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อบ่อยๆ ค่ะ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ตารางวัคซีนประจำปี 2559 เช็คเลย!

ตารางวัคซีนสำหรับลูกตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยรุ่น

TAP-ios-for-article-footer-with button

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Country ...

ผู้ป่วยทั้งหมด

...+ 0 วันนี้

รักษาหายแล้ว

...

ยอดผู้เสียชีวิต

...+ 0 วันนี้

ผู้ป่วยวิกฤติ

...

คลิกเพื่อดูอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ Covid-19