ทำไม ลูกโกหก กันจังเลยนะและพ่อแม่อย่างเราๆ ควรทำอย่างไรดี

ทำไม ลูกโกหก กันจังเลยนะและพ่อแม่อย่างเราๆ ควรทำอย่างไรดี

ลูกได้กินขนมชิ้นสุดท้ายไปหรือเปล่าจ๊ะ "เปล่าครับ/ค่ะ" ลูกจะรู้ไหมนะ ว่า ลูกโกหก ได้ไม่เนียนเลย จะไม่ให้เราจับได้ๆอย่างไร ในเมื่อเศษขนมยังติดอยู่ปาก หรือลำตัวอยู่ แล้วถ้าลูกๆของเรายัง โกหก อยู่แบบนี้เราจะทำอย่างไรกันดีนะ

โกหก

จากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู พบว่า 96 เปอร์เซ็นต์ที่เด็กๆจะโกหก เพื่อปกปิดบางอย่าง เพราะกลัวโดนดุ  จากสถิติโดยเฉลี่ยแล้ว เด็กอายุสี่ขวบ จะโกหก ทุกๆสองชั่วโมง และในเด็กอายุหกขวบ จะโกหก ทุกๆชั่วโมง มีการทำวิจัยโดยการปล่อยให้เด็กๆอยู่ในห้องโดยที่ในห้องนั้นมีสิ่งของที่ล่อตาล่อใจอยู่สิ่งหนึ่ง และบอกเด็กๆว่า "ห้ามมอง" โดยทางทีมค้นคว้านั้น แอบสังเกตุเหตุการณ์ผ่านกล้องวงจรปิด ผลปรากฏว่า เด็กอายุสองขวบเกือบทั้งหมดหันไปมอง และหนึ่งในนั้น โกหกว่าไม่ได้หันไปมอง ส่วนเด็กที่มีอายุระหว่างสามถึงสี่ขวบนั้น สองในสามมองและโกหกว่าไม่ได้หันไปดู แต่สำหรับในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย พวกเขาสามารถควบคุมตัวเองไม่หันไปมองได้ แต่ก็ยังมีบ้างที่โกหกอยู่

นักวิจัยกล่าวว่า เด็กๆชอบที่จะสร้างเรื่องราว โดยให้คนอื่นเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องราวนั้น และเมื่อพวกเขาโตขึ้นเขาจะเริ่มสร้างเรื่องราวได้ดีและเก่งมากขึ้น และทีมวิจัยได้มีการแบ่งพัฒนาการการโกหกของลูก เราได้ดังนี้

1. ทราบหรือไม่คะว่าการที่ ลูกโกหก นั้น เริ่มได้ตั้งแต่ ตอนอายุสองถึงสามขวบ แต่การโกหกในวัยนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนเองมากกว่า เพราะพวกเขารู้ว่า ถ้าบอกคุณพ่อคุณแม่ไปอาจจะถูกตำหนิได้

2. พัฒนาการแต่งเรื่องของลูกๆนั้นเริ่มดีขึ้นตอนอายุสี่ขวบ พวกเขาเริ่มแยกแยะได้แล้วว่าการ โกหก เป็นสิ่งไม่ดี เริ่มรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการพูดความจริงกับการ โกหก และสามารถแต่งเรื่องราวได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการโกหกของพวกเขาส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่ไม่ดี ที่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ดุเช่นกัน

3. ช่วงระหว่างอายุเจ็ดถึงแปดขวบคือช่วงเวลาที่ลูกๆเริ่มที่จะอยู่กับเรื่องราวที่เขาแต่งขึ้นได้นานมากขึ้น และเรื่องราวนั้นก็ช่างดูสมจริงอีกด้วย รู้ทั้งรู้ว่าการโกหกนั้นเป็นสิ่งไม่ดี แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกเขาทำเพราะไม่อยากทำให้ตัวเองต้องมีปัญหา และก็ไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นเด็กไม่ดีอีกด้วย

ดังนั้นการช่วยเหลือลูกในเรื่องนี้ จึงกลายเป็นเรื่องของพวกเรา คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า ความโกรธ ของเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกๆต้องโกหกด้วยเช่นกัน ดังนั้นเรามาดูกลยุทธ์ที่จะช่วยให้เด็กๆบอกความจริงกับเราได้จากหน้าการคลิกที่หน้าถัดไปกันเลยค่ะ

กลยุทธ์ที่จะทำให้เด็กๆหันมาบอกความจริง

1. ขอคำสัญญาจากลูก ก่อนที่เราจะถามคำถามต่างๆ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ขอคำสัญญาจากลูกๆว่า พวกเขาจะต้องพูดและเล่าความจริงเท่านั้น และพยายามพูดและโน้มน้าวให้ลูกๆรู้ว่า ผลของความซึ่อสัตย์นั้นมีผลดีอย่างไร

2. ใช้เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถเล่านิทานให้ลูกๆฟังพร้อมเล่าถึงผลลัพธ์ของการ โกหก ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างได้นะคะ ยกตัวอย่างโดยเรื่องของลูกหมูสามตัว และพิน็อคคิโอ เป็นต้น

3. เป็นตัวอย่างที่ดี อย่างที่ทุกๆท่านทราบว่า พ่อแม่นั้นคือต้นแบบของลูกๆ ถ้าเราไม่อยากให้ ลูกโกหก เราก็ไม่ควรทำเป็นแบบอย่างไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือว่าใหญ่ก็ตาม

 

แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะ เคยจับได้ว่า ลูกโกหก ไหมคะ แล้วมีวิธีการอย่างไรบ้างคะ

 

ขอบคุณที่มา: http://www.pbs.org

บทความอื่นที่สัมพันธ์กัน:

30ทักษะการใช้ชีวิตง่ายๆที่คุณควรสอนลูกทุกวัน

นี่คือวิธีที่ครอบครัวเบ็คแฮมสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงิน

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner