ทำไมพ่อถึงเป็นอีกคนที่ควรอุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อ

ทำไมพ่อถึงเป็นอีกคนที่ควรอุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อ

อะไรคือการอุ้มแบบเนื้อแนบเนื้อ แล้วทำไมพ่อถึงเป็นอีกคนหนึ่งที่ควรทำอุ้มลูกเช่นนี้

ก่อนที่เราจะไปดูถึงเหตุผลว่า ทำไมพ่อถึงเป็นอีกคนที่ควร พ่อ อุ้มลูก แบบเนื้อแนบเนื้อนั้น เรามาทำความรู้จักกับการอุ้มแบบเนื้อแนบเนื้อกันก่อนดีกว่าค่ะ

พ่อ อุ้มลูก

การอุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อหรือ Skin to Skin นั้นสามารถช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเกี่ยวกับการผลิตน้ำนมในตัวแม่ และยังสามารถกระตุ้นฮอร์โมนเกี่ยวกับการย่อยอาหารในตัวลูกได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อดีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยลูกในเรื่องของการปรับตัว
  • ช่วยเพิ่มน้ำหนักตามธรรมชาติ
  • ช่วยลดความเครียดและความเจ็บปวด
  • ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าต่าง ๆ ของคุณแม่หลังคลอดและทารก
  • ช่วยให้ลูกนอนหลับได้ดี

จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วจะมีแต่คุณแม่เท่านั้นที่มักจะอุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อในวันแรกคลอด แต่จากผลวิจัยของ ดร. นิลส์ เบิร์กแมน จากสถาบันนมแม่ ได้กล่าวไว้ว่า นอกจากที่คุณแม่ควรจะเป็นผู้อุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อในวันแรกคลอดแล้ว อีกคนหนึ่งที่สำคัญและควรทำด้วยก็คือ "คุณพ่อ" ค่ะ

ด้วยเหตุผลที่ว่า คุณพ่อจะได้สานสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับลูก และไม่ใช่เท่านั้นนะคะ ยังช่วยสามารถลดความเครียดให้กับทั้งคุณพ่อและคุณลูกได้อีกด้วยนะคะ ซึ่งการอุ้มนั้น ควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีเป็นอย่างน้อยค่ะ

ว่่าแล้ว คุณพ่อทั้งหลายคะ ลองหันมาอุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อกันดูบ้างดีไหมคะ

พ่อ อุ้มลูก

เมื่อลูกร้องไห้ทุกครั้งที่คุณพ่ออุ้ม เราจะแก้ปัญหาอยางไร

ปัญหาหนึ่่งที่คุณแม่หลายคนพบ คือเวลาที่คุณพ่ออุ้มลูก เจ้าตัวเล็กมักจะส่งเสียงร้องด้วยความไม่พอใจ ไม่คุ้นเคย หรือหวาดกลัว เพราะ เด็กทารกมักจะคุ้นเคยกับคุณแม่ผู้ให้กำเนิดมากกว่า ตามธรรมชาติของทารกที่ต้องการความปลอดภัย และแม่คือตัวเลือกแรก แต่หากลูกไม่ยอมให้พ่ออุ้มเลย แม่จะต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ ดังนั้น คุณพ่อควรทำตามเทคนิคเหล่านี้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับลูกน้อยของคุณ เรามาดูเทคนิคเหล่านั้นกันคะ

1. สบตาและยิ้มให้ลูก
อันดับแรก ควรเริ่มจากการสบตาเขาเยอะ ๆ และ เล่นกับเขาพร้อมกับยิ้มไปด้วย เช่น เป่าท้อง และ เล่นจ๊ะเอ๋ ในขณะที่กำลังอุ้มอยู่ ทารกจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น พ่ออาจจะน่ากลัวสำหรับเขา จากน้ำเสียงที่ใหญ่ การเคลื่อนไหวที่แข็งกระด้าง กลิ่นแปลกๆ และทุกครั้งมักจะมาอุ้มในช่วงใกล้หมดวันแล้ว เพราะคุณแม่ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน อยากให้คุณพ่อช่วยอุ้มลูกต่อ ซึ่งเป็นเวลาที่คุณพ่อเองก็ต้องการจะพักเหมือนกัน แต่เวลานี้แหละ ที่เขาจะต้องการคุณที่สุด

2. นอนด้วยกัน
เมื่อทารกหลับอยู่ระหว่างคุณพ่อและคุณแม่ เป็นจังหวะที่ดีที่จะให้คุณพ่อและลูกใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม หากพวกเขานอนด้วยกันทั้งคืน ทารกจะชินกับการเคลื่อนไหว กลิ่น และ เสียงของคุณพ่อ หรือถ้าหากเป็นไปได้ควรให้ลูกนอนชิดกับคุณพ่อหรือแม่หยิบขวดนมให้ลูกจะทำให้เขาจำคุณพ่อได้ว่านี้คือมือพ่อนะนี้คือมือแม่นะ แม่ขยับตัวแบบนี้ พ่อขยับตัวแบบนี้นะ

3.อุ้มทารกไปรอบๆ 
สิ่งหนึ่งคือควรหาซื้อ คือ " กระเป๋าอุ้มเด็ก " วิธีนี้จะช่วยให้ลูกได้อยู่ในอ้อมแขนของคุณพ่อ ทำให้เขาคุ้นชินกับกลิ่นของคุณพ่อ ไม่ว่าจะมองเห็นคุณแม่หรือไม่ เด็กวัย 5 เดือนส่วนใหญ่ชอบให้อุ้มไปรอบ ๆ สัมผัสกับธรรมชาติ ดอกไม้ใบหญ้า ถือเป็นการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เขาลืมคิดถึงคุณแม่ไปชั่วขณะและอีกอยากก็ทำทำให้เขานั้นได้สัมผัสกับกลิ่นของคุณพ่อได้มากขึ้นนั้นเอง หรือให้ พ่อ อุ้มลูก ชิดกับตัวก็ช่วยได้อีกวิธีนึงนะคะ

4.ให้พ่อและลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง

ลองหาเวลาออกไปไหนสักชั่วโมง แล้วปล่อยให้ลูกอยู่กับคุณพ่อ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก แรก ๆ อาจจะดูน่ากังวลอยู่บ้าง  ลองเริ่มด้วยการไปอาบน้ำ และ ให้ทารกอยู่กับพ่อของเขา จากนั้นก็ค่อยเริ่มออกไปช็อปปิ้ง ทำผม หรือ ไปไหนก็ตาม เลือกเวลาที่ลูกยังคึกอยู่แล้วออกจากบ้านไป ตกลงเวลากับสามี และ ให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน แม้จะแค่ 30 นาทีก็ยังดี หรือลองทิ้งให้คุณพ่อดูตอนที่คุณแม่อาบน้ำก่อนก็ได้เพื่อสร้างความเคยชินให้กับลูกน้อยก่อนว่าแม่ไม่อยู่นะเราอยู่กับพ่อนะ เพื่อให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น พอลูกเริ่มอยู่ช่วงที่แม่อาบน้ำได้ก็ลองเปลี่ยนขยับไปทำอยางอื่น หรือ ออกไปข้างนอก ดูว่าเขาจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่อยู่กับคุณพ่อมาอาการ งอแงมากน้อยแค่ไหน

5. จัดกิจกรรมนอกบ้านให้ทารกและคุณพ่อ 

หากคุณเหนื่อยล้า ลองให้คุณพ่อ และ ลูกน้อย ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านสองคน เพื่อให้คุณได้งีบสักเดี๋ยว หากลูกน้อยนั้นโตพอที่จะไปสนามเด็กเล่น พาเขาไปนั่งดูเด็กคนอื่นเล่นชิงช้า หรือ จะลองให้ลูกหัดว่ายน้ำ อาจจัดให้เรียนสัปดาห์ละครั้งโดยที่ คุณพ่อ เป็นคนสอน ให้พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลูกของคุณจะร้องหา คุณแม่ น้อยลง หรืออาจจะให้ คุณพ่อพาไปเดินห้างเพื่อให้คุณแม่ได้พักผ่อนซักพักนึง ก็ยังรู้สึกดีบ้าง

พ่อ อุ้มลูก

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

ที่มา: Belly Belly

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

6 เคล็ดลับ ให้นมลูกหลังผ่าคลอด

แม่น้ำนมน้อย จะเพิ่มน้ำนมแม่ได้อย่างไร

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner