ทำไมผัวไม่ช่วยเลี้ยงลูก แอบกระซิบให้เมียจัดการตามนี้

ทำไมผัวไม่ช่วยเลี้ยงลูก แอบกระซิบให้เมียจัดการตามนี้ เพราะผู้ชายไม่ใช่เพศที่ละเอียดอ่อน ถ้าคุณต้องการอะไรก็ควรจะบอก แต่เหตุผลของเขานั้นคืออะไรน้า

ทำไมผัวไม่ช่วยเลี้ยงลูก แอบกระซิบให้เมียจัดการตามนี้

ทำไมผัวไม่ช่วยเลี้ยงลูก แอบกระซิบให้เมียจัดการตามนี้ เคยไหมคะสาวๆ เวลาเมียอย่างเราอยู่บ้านเลี้ยงลูก ผัวออกไปเตะบอล กลับอีกทีสามสี่ทุ่ม เมียอย่างเราดูลูกเวลาลูกไม่สบาย ผัวนั่งเล่นเกมนั่งดูหนัง เมียอย่างเราฝากลูกแป๊ปๆ จะเข้าห้องน้ำ จะอาบน้ำ ดูได้ไม่เกินสิบนาที ต้องเรียกแล้ว ผัวใครเป็นแบบนี้บ้างยกมือขึ้น

ผัวไม่ช่วยเลี้ยงลูก

เป็นทั้งโลกค่ะ ดังนั้นไม่ใช่แค่ชายไทยหรอก ชาติไหนๆ ก็เป็น ถ้าคุณสามีช่วยเลี้ยงลูก ช่วยดูลูกให้ เต็มใจช่วย ขอคารวะค่ะมาดาม คู่ของคุณได้ไปต่อ แต่ถ้าไม่ ก็ควรพิจารณาการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเผื่อไว้ด้วย แต่เดี๋ยวก่อน เพียงแค่คุณโทรมาภายในสิบนาที เอ้ย เพียงแค่คุณลองดูเหตุผลของสามี แล้วลองแก้ไขก่อนถ้าได้ผลก็ดีใจกันถ้วนหน้า แต่ถ้าไม่ ก็แล้วแต่คุณจะจัดการขั้นเด็ดขาดเลยค่ะสาวๆ

เขาทำงานหาเงินนอกบ้าน แต่คุณเป็นแม่บ้าน

ดูบทบาทของความสัมพันธ์เป็นหลักค่ะ สำหรับหลายครอบครัวฝ่ายชายทำงานเต็มเวลา หาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียให้อยู่สุขสบายได้ ให้สาวๆ เป็นแม่บ้านเต็มตัวได้มีโอกาสดูแลลูกเต็มที่ และไม่เคยต้องนำความหนักใจมาให้คุณ ก็ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่าเวลามีประชุมผู้ปกครอง พาลูกไปเรียนเสริมต่างๆ หรือแม้แต่การพาลูกไปหาหมอ จะเป็นหน้าที่ของคุณค่ะ

แต่ก็นะจะไม่ยุ่งกับลูก ไม่สนใจลูกเลยก็ไม่ใช่เรื่อง มันต้องมีปฏิสัมพันธ์กันพ่อลูกบ้าง แม้ว่าจะนานๆ ทีก็ตามค่ะ

สิ่งที่คุณแม่ต้องจัดการ 

คือการกำหนดบทบาทใหม่ในการเลี้ยงลูก ขั้นแรกคือเปิดอกพูดกับสามี และร่วมกันสร้างบทบาทใหม่ขึ้นมา โดยไม่ลืมที่จะบอกเขาด้วยว่าคุณอยากให้เขาทำอะไร เช่น อยากให้เขาเป็นคนส่งลูกเข้านอน หรือช่วยลูกทำการบ้าน หรือพาลูกไปเที่ยวในวันเสาร์อาทิตย์ นอกจากจะช่วยสร้างสายใยระหว่างพ่อลูกแล้ว ยังทำให้คุณแม่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง มีเวลาส่วนตัวด้วยค่ะ

เขารู้สึกว่าคุณกำกับเขาตลอดเวลา

แน่นอนว่าคุณแม่ทำเพราะเป็นห่วงลูก กลัวว่าสามีจะทำผิด อย่างการจ้ำจี้จ้ำไชจนเกินหน้าที่เมีย (จนกลายเป็นแม่คนที่สองไป) ไม่เคยมีใครรู้สึกดีอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณที่โดนก็ตาม คุณแม่อาจจะมีมาตรฐานสูง ว่าห้ามทำอย่างนั้น ห้ามทำอย่างนี้ กลายเป็นทุกครั้งที่สามีช่วยดูลูก คุณกลายร่างเป็นคุณครูไหวใจร้าย (ถ้าเกิดไม่ทันควรเสิร์ชอากู๋) ทั้งติ ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ จับผิด กระแหนะกระแหน จิกกัด เชื่อเถอะ ต้นเหตุคือคุณนั่นแหละ ที่ทำให้สามีไม่ช่วยน่ะ

สิ่งที่คุณแม่ต้องจัดการ

ก่อนอื่นคือ จัดการตัวเองค่ะ หยุดพฤติกรรมอย่างนั้นเสีย เพราะต่อให้คุณเซ็กซี่อย่างกับขุ่นแม่คิม คาร์เดเชียน แต่นิสัยยังเป็นแบบนี้อยู่ สามีก็มองคุณไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ป้าใส่ชุดมูมู่มายืนเท้าสะเอวชี้นิ้วด่าอยู่หรอก มันเป็นภาพที่ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลยค่ะ

ขั้นแรกคือแนะนำสามีด้วยเสียงเรียบ และอ่อนหวานเข้าว่า แต่ก็ควรต้องมีความยืดหยุ่นให้มากด้วย ปล่อยให้คุณพ่อเป็นคนจัดการเถอะ ถ้าคุณไม่ได้เลือกผู้ชายผิด ยังไงลูกคุณก็รอดตายค่ะ พ่อกับแม่ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกไปในแนวทางเดียวกัน ดุในเรื่องเดียวกัน ใจดีในเรื่องเดียวกันเสมอค่ะ เด็กๆ เขารับความยืดหยุ่นได้ดีกว่าที่คุณคิด และเขาต้องเจอกับการปรับตัวอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ

เขาเหนื่อยมากมายจากการทำงานหนัก

ยิ่งหน้าที่การงานสูง ความรับผิดชอบยิ่งสูงตามค่ะ ก็ไม่แปลกที่จะเหนื่อยใจบ้าง ถ้าหน้าที่การงานไม่สูง แต่ลงมือทำเสียเยอะ ก็เหนื่อยกายไม่ต่างกันเลย

สิ่งที่คุณแม่ต้องจัดการ

หากคุณแม่ก็ทำงานนอกบ้านเช่นกัน ข้อแก้ตัวนี้ไม่มีวันได้ผลค่ะ ดังนั้นคุยและจัดตารางดูแลลูกกัน จะแบ่งเป็นวันหรือเป็นช่วงเวลาก็ตามแต่สะดวก สร้างสมดุลที่คุณทั้งคู่สามารถทำได้โดยเต็มใจ และมีเวลาส่วนตัวให้ต่อกันและกันด้วยค่ะ

ลูกไม่เอาพ่อ

บ่อยครั้งที่เด็กๆ จะติดแม่มากกว่าพ่อ เพราะแม่คือคนที่ทำทุกอย่างให้กับเขา จนทำให้คุณพ่อน้อยใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ และไม่มีคุณค่ากับลูกๆ ผู้ชายบางคนรับมือกับเรื่องเเบบนี้โดยการเลิกยุ่งกับลูกไปเลย

สิ่งที่คุณแม่ต้องจัดการ

ให้กำลังใจคุณสามีค่ะ การเห็นอกเห็นใจจะเป็นการบอกคุณพ่อว่า ให้ลองพยายามไปเรื่อยๆ เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องเรียกหาคุณพ่อทันที แต่มันจะต้องมีมุมที่ลูกๆ ชอบพ่อของพวกเขาบ้าง ถ้าไม่ใช่การเล่นสนุก (แน่นอนถ้าเรื่องเล่นสนุกๆ มันๆ ต้องคุณพ่อนี่แหละ) ก็เป็นการสปอยล์ลูกแต่พองาม ไม่มากเกินไป ก็พอได้อยู่ค่ะ มันจะเป็นการค่อยๆ สร้างการยอมรับในตัวคุณพ่อของเด็กๆ ไปทีละนิดๆ แต่มันก็ต้องใช้เวลาค่ะ

ถ้าเปลี่ยนนิสัยผัวไม่ได้ อาจถึงเวลาเปลี่ยนผัวสักที

บอกก่อนว่านี่ไม่ใช่การยุให้เลิกกัน แต่ถ้าคุณทำทุกอย่าง ทุกวิธีการ รวมถึงมีความอดทนขั้นสุดแล้ว แต่สามีก็ไม่ได้ช่วยคุณด้านใดเลย ทำงานเงินน้อยต้องให้คุณจ่ายในส่วนของเขา งานบ้านไม่แตะ เลี้ยงลูกไม่ช่วย การตัดตัวอย่างที่ไม่ดีออกจากชีวิตลูก อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคุณและลูกก็ได้นะคะ

แต่ก่อนอื่นคุณต้องแน่ใจว่าคุณทำเต็มที่แล้ว ที่จะช่วยเหลือสามีของคุณค่ะ

ที่มา Anxious Toddlers

บทความที่น่าสนใจ

สามีโปรดฟัง! เรื่องที่ภรรยาอยากบ่นสามีมากที่สุด

สามีดีแต่ไม่มีอนาคต ควรหยุดหรือไปต่อ เมื่อแต่งกับสามีแล้วไม่ก้าวหน้าในชีวิต

parenttown