5 ความเชื่อที่เข้าใจผิดของการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง

lead image

แม้ว่าขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ท้องส่วนใหญ่จะมีความต้องการทางเพศลดลง บางคนถึงกับงดมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องกันเลย เพราะมีความเชื่อและกังวลว่าการกุ๊กกิ๊กกันจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เรามาเคลียร์ข้อสงสัยกันว่ามีเพศสัมพันธ์ตอนท้องสามารถทำได้จริงเท็จแค่ไหน

แม่ท้องส่วนใหญ่จะมีความต้องการทางเพศลดลง เริ่มตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก (1 - 3 เดือน) และไตรมาสสุดท้าย (7 - 9 เดือน) ซี่งเกิดจากความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อารมณ์ขึ้นลงที่เปลี่ยนไปมา ความไม่สบายใจสรีระที่เปลี่ยนแปลง อาการอุ้ยอ้ายของท้องที่ใหญ่ขึ้น ปวดหลัง รวมถึงความวิตกกังวลที่จะส่งผลกับลูกที่จะเกิดมา แต่ในช่วงไตรมาสที่สอง (4 - 6 เดือน) ที่แม่ท้องเริ่มปรับตัวได้ อาการแพ้ท้องหายไป หน้าตาดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล มีเลือดไหลเวียนเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น และมักทำให้คุณแม่มีความต้องการทางเพศมากขึ้นได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

ในขณะเดียวเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องก็ยังทำให้เกิดความวิตกกังวลทั้งคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้ด้วย

มีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง

#1 ความเชื่อที่ว่าการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องจะทำอันตรายลูกน้อยในครรภ์ ทำให้แท้ง คลอดก่อนกำหนด พิการ ฯลฯ 

ความจริง : คนท้องสามารถมีเซ็กส์ได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ถึงครบคลอด โดยไม่เกิดอันตรายกับลูกในครรภ์ ข้อดีของการมีเซ็กส์ในช่วงนี้ คือเป็นการสร้างความอบอุ่นและผูกพันระหว่างสามีภรรยา แต่ก็ยังมีข้อห้ามสำหรับคนท้องที่มีอาการ

  • มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ซึ่งแสดงว่าจะแท้ง หรือจะคลอดก่อนกำหนด
  • คุณแม่ท้องไม่พร้อมที่จะมีเซ็กซ์ด้วย
  • หลังมีเพศสัมพันธ์รู้สึกมีอาการปวดท้องมาก ลูกไม่ดิ้น มีน้ำคร่ำรั่ว
  • คุณแม่เคยมีประวัติแท้งต่อเนื่องกัน 3 ท้อง
  • ฝ่ายชายมีความเสี่ยงที่จะนำโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาให้
  • แพทย์สั่งห้าม

หลังมีเพศสัมพันธ์รู้สึกท้องแข็ง ลูกดิ้นมาก แสดงว่าเด็กในครรภ์อาจจะได้รับบาดเจ็บจริงหรือ อ่าน >>

มีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง

#2 ความเชื่อที่ว่าหลังมีเพศสัมพันธ์รู้สึกท้องแข็ง ลูกดิ้นมาก แสดงว่าเด็กในครรภ์อาจจะได้รับบาดเจ็บ

ความจริง : การมีเพศสัมพันธ์นั้นไม่ทำอันตรายลูกในท้อง เพราะเด็กยังอยู่ในน้ำคร่ำ มีถุงน้ำคร่ำ มีรก และมีโพรงมดลูกล้อมรอบ ปากมดลูกโดยทั่วไปก็หนาและปิดสนิท โดยมีมูกเหนียวอุดอยู่ที่รูปากมดลูก สาเหตุที่หลังมีเซ็กซ์ คุณแม่มักจะบ่นว่าท้องแข็ง นั่นเป็นเพราะน้ำอสุจิมีส่วนประกอบของสารพลอสต้าเกลนดิน (Prostaglandin) ที่เมื่อฝ่ายชายมีการหลั่งน้ำอสุจิ สารตัวนี้จะทำให้มดลูกบีบตัว และการบีบตัวนั้นไม่นานพอที่จะทำอันตรายต่อลูกน้อยได้ แต่เสมือนกระตุ้นให้ลูกออกกำลังกาย ดังนั้นหลังมีเซ็กส์จึงรู้สึกว่าลูกดิ้นแรง เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ

#3 ความเชื่อที่ว่าในท่ามิชชั่นนารี หากสามีอยู่ด้านบนอาจจะทับลูกในท้องได้

ความจริง : การเลือกท่วงท่าในการมีเซ็กส์ตอนท้องนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และควรเลือกให้เหมาะกับระยะตั้งครรภ์

  • ไตรมาสแรก สามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ทุกท่า แต่ต้องระวังท่าโลดโผนหรือเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น ท่ายืนให้ฝ่ายหญิงห้อยหัวลง หรือการมีเซ็กส์ในอ่างน้ำซึ่งอาจลื่นล้มเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • ไตรมาสที่สอง เนื่องจากท้องคุณแม่โตเพิ่มขึ้น จึงควรใช้ท่าที่ไม่ทับท้อง เช่น ท่านารีขี่ม้า คือให้ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน ท่านอนตะแคงเข้าหากัน หรือท่าด็อกกี้ ที่ฝ่ายชายสอดใส่เข้าทางบั้นท้าย เป็นต้น
  • ไตรมาสที่สาม เนื่องจากท้องที่ขยายและโตมากขึ้นและอาจจะมีอาการปวดหลังร่วมด้วย ท่าของการมีเพศสัมพันธ์ในระยะนี้จึงควรเป็นท่าที่ฝ่ายหญิงไม่ต้องออกแรงและผ่อนคลาย

#4 ความเชื่อที่ว่าตอนท้องทำออรัลเซ็กส์ไม่ได้

ความจริง : การทำรักด้วยปากหรือออรัลเซ็กซ์นั้นไม่มีอันตรายและยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชายทำให้ฝ่ายหญิง หรือฝ่ายหญิงทำให้ฝ่ายชาย แต่ข้อห้ามที่สำคัญคือ ฝ่ายชายต้องไม่มีความเสี่ยงที่จะมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหากฝ่ายชายเป็นฝ่ายทำให้ก็ไม่ควรเป่าลมเข้าไปในช่องคลอด เพราะช่วงตั้งครรภ์ช่องคลอดมีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากผนังเส้นเลือดดำบอบบาง อาจเกิดลมรั่วเข้าไปในเส้นเลือดดำเกิดอันตรายถึงชีวิตฝ่ายหญิงได้

ตอนท้องห้ามมีอะไรกันทางประตูหลัง!! อ่าน >> 

มีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง

#5 ความเชื่อที่ว่า ตอนท้องห้ามมีอะไรกันทางประตูหลัง (Anal Sex)

ความจริง : สามารถทำได้ แต่ดอกจันตัวโต ๆ ไว้ว่า

  • ฝ่ายหญิงต้องพร้อม
  • ต้องใช้สารหล่อลื่นให้มากพอ
  • ต้องทำช้า ๆ และนุ่มนวลที่สุด
  • หากรู้สึกเจ็บหรือมีเลือดออกต้องหยุดทันที
  • ขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักต้องสื่อสารกันตลอดเวลา เช่น รู้สึกเป็นอย่างไร เจ็บไหม เป็นต้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ในขณะท้องะช่วยให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ความสุขทางเพศมากขึ้น ถึงจุดสุดยอดง่ายและหลายครั้ง แต่ก็ควรศึกษาข้อห้ามให้ดีก่อนจะมีความสุข หรือขอแนะนำจากแพทย์ที่ฝากครรภ์เพื่อความสบายใจกันนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลจาก : 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

อันตรายไหมถ้ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง
ทำไมมีเซ็กส์ตอนท้องแล้วเลือดออก