ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง ไขข้อสงสัยยาคุมฉุกเฉินที่คนมักเข้าใจผิด

ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง ไขข้อสงสัยยาคุมฉุกเฉินที่คนมักเข้าใจผิด

อย่าคิดเอาสะดวกเข้าว่า กินแต่ยาคุมฉุกเฉิน! รู้หรือเปล่าว่า ยาคุมฉุกเฉิน ส่งผลต่อร่างกายระยะยาวด้วยนะ

ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง ไขข้อสงสัยยาคุมฉุกเฉินที่คนมักเข้าใจผิด

สารพัดสิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาคุมฉุกเฉิน ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง ? เลิกกินยาคุมธรรมดาแล้วกินยาคุมฉุกเฉินแทนได้ไหม

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน

ที่ผ่านมา จะยังคงได้ยินข้อความที่แสดงถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินอยู่เรื่อยๆ อาทิ "ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง" "ไม่ต้องกินยาคุมที่เป็นแผงๆหรอกยุ่งจะตาย กินยาคุมฉุกเฉินแทนก็ได้"  หรือ "ชั้นไม่ติดเอดส์หรอกเพราะกินยาคุมฉุกเฉินทัน" มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องไปด้วยกันนะคะ

ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในประเทศไทย คือ Levonorgestrel ขนาด 0.75 mg บรรจุกล่องละ 2 เม็ด มีข้อบ่งใช้เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันค่ะ

 

ประเด็นแรก "ทำไมกินยาคุมฉุกเฉินแล้วยังท้อง"

กลไกของการตั้งครรภ์

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกลไกของการตั้งครรภ์กันก่อนนะคะ การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้จะต้องมีตัวอสุจิผสมกับไข่ ซึ่งไข่ของผู้หญิงจะสุกเดือนละครั้งและมีอายุประมาณ 24 ชั่วโมง เชื้ออสุจิเมื่อมาอยู่ในตัวผู้หญิงแล้ว มีคุณสมบัติที่จะผสมได้ 48 ชั่วโมง เมื่อไข่ของหญิงสุกแล้วถ้าไม่มีการปฏิสนธิ อีก 14 วันต่อมาก็จะมีรอบเดือน การตกไข่จะอยู่ประมาณ 14 วันก่อนรอบเดือนครั้งต่อไป และอาจคลาดเคลื่อนก่อนหรือหลังจากนั้นประมาณ 2 วัน

 

การป้องกันการตั้งครรภ์ของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

ต่อมา เราก็มาเข้าใจกลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์ของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินกันนะคะ กลไกอาจแตกต่างกันขึ้นกับวันที่กินยาอยู่ในช่วงใดของรอบเดือน เช่น

  • ถ้ารับประทานยาคุมฉุกเฉินในช่วง 14 วันแรกของรอบเดือน ยาจะถ่วงเวลาการตกไข่ให้ช้าออกไปทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิ
  • ถ้ารับประทานในช่วง 14 วันหลังของรอบเดือน ยาจะไปกดการทำงานของคอร์ปัสลูเดียม (Corpus luteum) ทำให้ขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนชั่วคราว และมีผลทำให้ผนังมดลูกหลุดออกมาไม่เหมาะแก่ การฝังตัวของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว จึงลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ แต่ก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้
  • กลไกอื่น ๆ ได้แก่ ทำให้ผนังมดลูก ขับเมือกเหนียวออกมาสู่ปากช่องคลอด เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนตัวของเชื้ออสุจิ

 

ทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอย่างถูกวิธี

การรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดค่ะ โดยควรรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และรับประทานเม็ดที่ 2 หลังจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง (พบว่าการรับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 120 ชั่วโมงจะไม่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเลย)

ที่สำคัญอีกประการคือ หากอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยา ควรกินเม็ดนั้นซ้ำอีกครั้ง ตัวเลขที่แสดงถึงประสิทธิภาพการป้องกันการตั้งครรภ์ตามเวลาที่กินยาคุมฉุกเฉินเป็น ดังนี้ค่ะ

  1. กินยาเม็ดแรกภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์ จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 95%
  2. กินยาเม็ดแรกภายใน 25-48 ชั่วโมง จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 85%
  3. กินเม็ดแรกหลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้ว ประสิทธิภาพในการป้องกันจะนัอยกว่า 60%

 

รับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินพร้อมกัน 2 เม็ดเลยได้ไหม

สำหรับรายที่กลัวลืมกินยาเม็ดที่ 2 ก็สามารถรับประทานพร้อมกันทั้ง 2 เม็ดทีเดียวก็ได้ค่ะ เนื่องจากมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการรับประทานเพียงครั้งเดียว และจะทำให้เกิดความสะดวกมากกว่าการแบ่งยารับประทาน

อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการรับประทานยาเพียงครั้งเดียวมากกว่าการแบ่งรับประทาน 2 ครั้ง

 

ประเด็นที่สอง "ไม่ต้องกินยาคุมที่เป็นแผง ๆ หรอกยุ่งจะตาย กินยาคุมฉุกเฉินแทนก็ได้"

ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีฉุกเฉิน คำว่า “ฉุกเฉิน” ในที่นี้ ทางองค์การอาหารและยา ระบุอยู่ในเอกสารกำกับยาค่ะว่าหมายความถึง

  • การมีเพศสัมพันธ์ในคู่สามีภรรยา ที่มีการวางแผนครอบครัว และทำการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่เกิดความผิดพลาดจากวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ เช่น การรั่วหรือฉีกขาดของถุงยางอนามัย การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป เป็นต้น
  • หรือใช้ในกรณีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนค่ะ

 

อาการข้างเคียงผู้ที่รับประทานยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ

นอกจากนี้ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำจะพบอาการข้างเคียงสูง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย รวมทั้งพบความเสี่ยงในการเกิดอุบัติการณ์การตั้งครรภ์นอกมดลูกเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

ในผู้ที่มีการวางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์และยังไม่ต้องการมีลูกสามารถเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ใช้มากกว่า เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบที่รับประทานติดต่อกันทุกวัน การใช้ถุงยางอนามัย การใส่ห่วงอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ เป็นต้น

 

ประเด็นที่สาม"ชั้นไม่ติดเอดส์หรอกเพราะกินยาคุมฉุกเฉินทัน"

การใช้ยาคุมฉุกเฉินนั้น ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่สามารถคุมกำเนิด และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ค่ะ

จะเห็นได้ว่ายาคุมฉุกเฉินควรใช้ในกรณีฉุกเฉินดังที่กล่าวข้างต้นเท่านั้น โดยประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดก็ขึ้นกับว่ารับประทานด้วยวิธีที่ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ ยิ่งรับประทานช้าประสิทธิภาพก็จะยิ่งน้อยลงหรือไม่มีประสิทธิภาพเลย

อย่างไรก็ตาม เอกสารกำกับยาก็ได้แจ้งข้อควรระวังว่า "ถึงแม้จะใช้ยาได้อย่างถูกต้อง ก็อาจตั้งครรภ์ได้" ดังนั้น หลังจากทานยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ควรที่จะต้องป้องกันด้วยวิธีอื่น เช่นใส่ถุงยางอนามัย จนกว่าประจำเดือนจะมาด้วยนะคะ และสุดท้ายยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ได้ช่วยป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ใด ๆ ค่ะ

 

ที่มา :- Product Information Postinor-1® (Levonorgestrel)

med.cmu.ac.th และ who.int/mediacentre

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

7 ความเชื่อเกี่ยวกับการทำหมัน อันไหนใช่ อันไหนมั่ว?

“ฝังเข็มยาคุม” ดีหรือไม่ อะไรควรระวังบ้าง

เซ็กส์ตอนท้อง ทำได้ไหม ท่าไหนดี ท่าไหนแท้ง หลั่งในได้ไหม ลูกจะเห็นของพ่อหรือเปล่า

วิธีคุมกำเนิดที่คุณใช้ มีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner