ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง โตเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ

lead image

อันที่จริงการสอนให้ลูกเรียนเก่งนั้นไม่มีสูตรตายตัว เด็กแต่ละคนย่อมมีความถนัดในแต่ละด้านแตกต่างกันไป คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยเสริมรากฐานให้ลูกของคุณพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน

ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง

ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่า “เรียนเก่ง” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเรียนรู้ด้านวิชาการในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเรียนรู้ในด้านอื่น ๆ รวมไปถึงการพัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมอีกด้วย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/06/homework1.jpg ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง โตเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ

ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง

ทำอย่างไร ให้ลูกเรียนเก่ง?

1. ปลูกฝังให้รักการอ่าน

ไม่ได้หมายความว่าต้องบังคับให้ลูกอ่านหนังสือ หรือท่องตำราเรียน แต่นิสัยรักการอ่าน ต้องเริ่มสร้างกันตั้งแต่เด็กเริ่มสื่อสารได้เลย คุณพ่อคุณแม่ควรอ่านนิทานให้ลูกฟังบ่อย ๆ หรือแม้แต่เวลาออกไปนอกบ้าน ก็สามารถอ่านชื่อร้านอาหาร หรือป้ายโฆษณาให้ลูกฟัง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มนุษย์จะสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีที่สุดเมื่อได้รับข้อมูลด้วยประสาทสัมผัส 2 ส่วนขึ้นไป เช่น ฟังและดูภาพประกอบ หรือดูและวาดเขียนตาม

คุณควรชมลูกเมื่อเขาสามารถจำสัญลักษณ์หรือโลโก้ยี่ห้อสินค้าต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสมองของลูกให้รู้จักเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ฝึกให้เด็กมีจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เขาอยากเรียนรู้ที่จะอ่านอีกด้วย

2. ฝึกสมาธิ

คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มฝึกให้ลูกทำสมาธิได้ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ เพราะยังเป็นช่วงอายุที่จิตใจยังผุดผ่อง ไม่มีเรื่องวุ่นวายกวนใจ จึงฝึกได้ง่ายกว่าตอนโต การให้เด็กฝึกนั่งสมาธิเพียงแค่วันละ 15 นาที โดยกำหนดลมหายใจเข้าออก จะสามารถช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี สามารถจดจำและเข้าใจในสิ่งที่เรียนได้อย่างรวดเร็ว และสามารถจดจำสิ่งที่คุณครูสอนในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี

3. กำหนดเวลานอน

การนอนของลูก เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยหรือปล่อยผ่าน เวลานอนเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะตามใจเมื่อลูกโตขึ้นถึงช่วงอายุหนึ่ง แต่คุณควรจะให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาทุกวัน (อาจจะปล่อยให้นอนดึกขึ้นได้สักชั่วโมงในวันหยุด) อย่างน้อยจนถึงอายุ 10 ขวบ เด็กควรนอนประมาณ 9-10 ชั่วโมงทุกวัน และเข้านอนไม่เกิน 3 ทุ่ม เพื่อให้โกรว์ธฮอร์โมนซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้สมองปรอดโปร่ง ตื่นนอนเป็นเวลา ซึ่งก็จะทำให้หมดปัญหากับการขุดลูกออกจากเตียงทุกเช้า

4. ทำกิจกรรมหลากหลาย

อย่ามัวให้ลูกน้อยขลุกอยู่แต่กับมือถือ แท็บเลต ทีวี เกมคอมพิวเตอร์ หรืออัดตารางเรียนพิเศษแน่น ๆ ให้ลูก แต่เด็ก ๆ ควรมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ดนตรี กีฬา สันทนาการ เพื่อที่เขาจะได้พัฒนาทักษะทั้งด้านร่างกาย สังคมและจิตใจอย่างเหมาะสม

คุณควรมีเวลาพาลูกออกไปเล่นนอกห้องเรียนบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้เมืองไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่คุณก็ไม่ควรพาลูกไปอยู่แต่ในห้างสรรพสินค้า ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสวนสาธารณะ สนามกีฬาใกล้บ้าน วัด พิพิธภัณฑ์หรือสถานที่อื่น ๆ ดู เด็ก ๆ อาจจะค้นพบความสามารถหรือความสนใจเฉพาะด้านเพิ่มเติมจากกิจกรรมเหล่านี้ก็เป็นได้

5. ช่วยทำงานบ้าน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าการช่วยทำงานบ้านจะทำให้ลูกเรียนเก่งขึ้นได้อย่างไร แต่การมอบหมายหน้าที่ให้ลูกช่วยทำงานบ้านง่าย ๆ เช่น เก็บของเล่น เก็บที่นอน ล้างผักผลไม้ หรือกรอกน้ำ จะเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ รู้จักแบ่งเวลา เรียงลำดับความสำคัญของงาน และรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อโตขึ้นเขาก็จะรู้ว่าเวลาใดต้องทำการบ้าน ทำงานบ้าน อ่านหนังสือ หรือออกไปเที่ยวเล่น


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกยังเขียนหนังสือไม่ได้ ลูกเขียนหนังสือช้า อยู่อนุบาลแล้ว ยังเขียนคำไม่ถูก ผิดปกติหรือเปล่า

โรคติดต่อในสถานศึกษา 5 โรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล มีอะไรบ้าง

แจกฟรี!! หนังสือนิทานสำหรับเด็ก ทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ โหลดเลย