theAsianparent Logo

ทำอย่างไรเมื่อลูกถูกสุนัขกัด? โดย ผศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี

คุณแม่น้องเอฟ สาวน้อยวัย 3 เดือน โทรศัพท์มาปรึกษาหมอเมื่อวันก่อนเนื่องจากลูกถูกสุนัขกัด ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง? ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือไม่? วันนี้หมอจึงมีคำแนะนำเมื่อลูกหรือสมาชิกคนอื่น ๆในบ้านโดนสุนัขรวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆกัด มาฝากกันค่ะ

ทำอย่างไรเมื่อลูกโดนสุนัขกัด

เมื่อถูกสุนัขกัด สิ่งที่ควรระวังมีอะไรบ้าง?                          

สิ่งที่ควรระวังเมื่อถูกสุนัขกัดประกอบด้วย 3 ข้อใหญ่คือ

  1. ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า โดยเชื้อจะอยู่ในน้ำลาย เข้าสู่ร่างกายเมื่อถูกกัด ข่วน หรือเข้าทางเยื่อบุผิว
  2. ติดเชื้อโรคบาดทะยัก ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล
  3. แผลอักเสบติดเชื้อ จากแบคทีเรียในช่องปาก หรือเล็บ ของสุนัขที่กัดหรือข่วน

โรคพิษสุนัขบ้า มีอาการอย่างไร?

สัตว์ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า มักมีอาการได้ 2 แบบ คือ ดุร้าย หรือเซื่องซึม อาจมีอาการปากอ้าไม่ยอมหุบ ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกมานอกปาก ลุกนั่ง และเดินไปมาบ่อย ๆ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด

คนที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการไข้ต่ำ ๆ อาจมีอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผลที่ถูกกัด ทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว จากนั้นจะค่อย ๆ มีอาการทางระบบประสาท เช่น ตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม กลัวเสียงดัง กลืนน้ำลำบากและเจ็บมากเวลากลืนน้ำลายไหลมาก เอะอะ และจะค่อย ๆ เซื่องซึมลง ชัก เป็นอัมพาต ความดันโลหิตต่ำลง ช็อคและเสียชีวิตได้ในที่สุด ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตสูง

หากถูกสุนัขกัดควรทำอย่างไรบ้าง?

-          การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน ควรรีบล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้มากที่สุด แล้วเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาโพวิโดนไอโอดีน

-          หากเป็นสุนัขที่เลี้ยงเองอย่างดีไม่ได้ไปคลุกคลีกับสุนัขอื่น ๆ นอกบ้าน และฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเป็นประจำและสุนัขนั้นมีมูลเหตุจูงใจให้กัดหรือข่วนชัดเจนโดยไม่ได้มีอาการผิดปกติเหมือนติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ก็สามารถเฝ้าสังเกตอาการของสุนัขอย่างน้อย 10 วันได้ค่ะ

-          หากหรือไม่แน่ใจว่าสุนัขอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้หรือไม่ หรือเป็นสุนัขจรจัด ก็ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ภายในวันนั้นทันที

-          ควรไปพบคุณหมอเพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ซึ่งจะพิจารณาฉีดให้ตามลักษณะของแผลร่วมกับประวัติการได้รับวัคซีนบาดทะยักในอดีตค่ะ เนื่องจากในเด็กมีการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักตามวัยอยู่แล้ว บางครั้งจึงไม่ต้องฉีดซ้ำ จึงควรนำสมุดวัคซีนของลูกไปด้วยนะคะ

-          คุณหมออาจให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแผลและให้ยาแก้ปวดตามอาการ

-          หากมีอาการ แผลบวม แดง ร้อน ปวดแผลมาก ชา หรือ คันรอบ ๆ แผล หรือมีไข้ ให้รีบไปพบคุณหมอนะคะ เพราะอาจมีการติดเชื้อได้ค่ะ

ในกรณีของน้องเอฟ สุนัขที่กัดแข็งแรงปกติดี เลี้ยงในบ้านมาตลอด เพิ่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อ 1-2 เดือนที่แล้ว มีเหตุจูงใจให้เข้ามากัดชัดเจน และคุณแม่ส่งรูปแผลมาให้ดูเป็นแค่รอยถลอกเล็ก ๆ จึงขอสังเกตอาการสุนัขก่อน ยังไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าค่ะ