ทำอย่างไรดี เมื่อแมลงเข้าหูลูก!

ทำอย่างไรดี เมื่อแมลงเข้าหูลูก!

เพราะแมลงคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่บางทีเราไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงจุดไหนบ้าง แต่ถ้าเกิดแมลงเข้าไปอยู่ในหูลูกของเราละ เราควรทำอย่างไร?

เข้าสู่ช่วงปิดเทอม อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มักที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นหกล้มหรือโดนของมีคมบาด แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุนั้น เกิดจากแมลงเข้าหูลูกเราขึ้นมาละ เราควรที่จะทำอย่างไรกันดี อันตรายมากน้อยแค่ไหน เชิญไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

แมลงเข้าหูลูก

หู เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งรับคลื่นเสียงที่มาจากภายนอก และแปลงสัญญาส่งต่อไปยังสมอง อีกทั้งยังช่วยควบคุมการทรงตัวในขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหวอีกด้วย และถ้าหากมีบางสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหูละก็ อาจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเกิดการทำงานที่ผิดปกติขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เสียการทรงตัวหรือหูอื้อ เป็นต้น ยิ่งถ้าหากมีแมลงตัวเล็ก ๆ เข้าไปในหู ก็ยิ่งเกิดความเสี่ยงที่จะนำเอาเชื้อโรคเข้าไปด้วย ดังนั้น บ้านไหนที่มีลูกเล็กเด็กแดง ก็ยิ่งต้องควรระวัง

แมลงเข้าหูลูก อันตรายหรือไม่?

แน่นอนค่ะว่า การที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหูสามารถทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "แมลง" เพราะแมลงอาจจะเป็นพาหะนำเอาเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคหูอักเสบหรือเชื้อราในช่องหูได้ ยิ่งถ้าหากเป็นเห็บและหมัดสุนัขก็จะยิ่งอันตรายเพิ่มขึ้น เพราะน้ำลายของหมัดจะก่อให้เกิดอาการคันอย่างมาก ส่วนเห็บก็มีเชื้อแบคทีเรียที่เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อาการเป็นอย่างไร?

เมื่อมีแมลงเข้าไปในหู อาการที่สังเกตได้ชัดก็คือ จะเกิดอาการปวดหูอย่างเฉียบพลัน และจะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในหู ถ้าแมลงยังไม่ตายก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรเดินหรือบินอยู่ในหู ทำให้เกิดความรำคาญได้ ทั้งนี้หากเป็นแมลงตัวใหญ่ก็อาจจะทำให้รู้สึกแน่น ๆ ภายในหู หรือทำให้หูตึงไปชั่วขณะได้

วิธีการปฐมพยาบาล

แมลงที่จะสามารถเข้าไปในหูได้นั้น ก็มีมากมายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ อย่างเช่น มด ยุง แมลงหวี่ แมงเม่า แมลงวัน เห็บ หมัด หรือแม้แต่แมลงตัวใหญ่ อย่างเช่น แมลงสาบ  เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาแมลงเข้าหูมีดังนี้

หากมีแมลงเข้าไปในหู ควรรีบเอียงศีรษะข้างที่แมลงเข้าไปในหูขึ้น แล้วใช้เบบี้ออยล์ น้ำมันมะกอก น้ำมันพืช หรือยาหยอดหู ค่อย ๆ หยอดลงไปในหู โดยดึงใบหูไปด้านหลังเพื่อให้รูหูอยู่ในแนวตรง เพื่อให้แมลงสามารถหนีขึ้นหรือลอยขึ้นมาได้ จากนั้นอยู่ในท่านั้นประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้แมลงที่เข้าไปในหูตายและลอยขึ้นมาเอง

ทั้งนี้หากแมลงเข้าไปในหูแล้วมีอาการเจ็บภายในหู ไม่ควรหยอดน้ำมันใด ๆ ลงไป เพราะอาจจะทำให้อาการยิ่งรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังไม่ควรใช้นิ้วมือหรือสิ่งของลงไปแคะหรือเขี่ย เพราะอาจจะทำให้แมลงยิ่งลงไปลึกกว่าเดิมและอาจเป็นอันตรายต่อแก้วหู และหูชั้นกลางได้

แต่ถ้าหากแมลงที่เข้าหูนั้นเป็นแมลงตัวเล็ก อย่างเช่น แมงเม่า แมลงหวี่ หรือยุง ถ้ายังไม่ตายก็สามารถใช้วิธีใช้ล่อให้ออกมาได้ โดยนำไฟฉายส่องเข้าไปในหูสักพักหนึ่ง แต่วิธีนี้จะต้องทำในที่ที่มืดสนิทและไม่มีแสงเข้าเท่านั้นนะคะ

และถ้าหากทำตามวิธีข้างต้นหมดแล้วและแม่ลงยังไม่ออกมา หรือถ้ามีอาการแทรกซ้อนอะไร เช่น อาการปวดหูอย่างรุนแรง มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหู หรือหูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยละก็ ให้รีบพาลูกหลานไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ทันที อย่าทิ้งไว้นาน เพราะอาจจะส่งผลให้หูของลูก ได้รับการติดเชื้อจนทำให้อาการร้ายแรงมากขึ้นได้

วิธีการป้องกัน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ หลีกเลี่ยงจากบริเวณที่มีแมลงชุกชุม แต่ถ้าหากต้องอยู่บริเวณที่มีแมลงชุกชุมเป็นเวลานาน ก็ควรที่จะสวมที่ครอบหู หรือใส่ที่อุดหู หากไม่มีจะใช้สำลีอุดแทนก็ได้เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงเข้าหู นอกจากนี้ยังไม่ควรให้สุนัขหรือสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนบนที่นอน เพราะอาจจะทำให้เห็บและหมัดตกอยู่บนที่นอนและเข้าหูได้นะคะ

ที่มา: Kapook, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

5 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อลูกได้รับบาดเจ็บ

เตือนพ่อแม่ระวัง! สาวน้อยประแป้ง ต้นไม้มีพิษคร่าชีวิตลูก!

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner