3 พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์ ที่แม่ท้องต้องระวังก่อนจะสาย

เชื่อว่าแม่ทุกคนย่อมคาดหวังว่าอยากให้ลูกคลอดออกมาสมองดี ฉลาด สดใส แต่หลายคนก็มักจะละเลยหรือไม่ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ทำซ้ำๆ บ่อยๆ จนกลายเป็นสิ่งทำร้ายสมองลูก

3 พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์

3 พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์ มีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์

พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์

1. แม่ท้องไม่ยอมกินอาหารที่จำเป็นกับสมองลูก

การขาดสารอาหารที่สำคัญต่อการพัฒนาสมองลูกในครรภ์ส่งผลเสียอย่างยิ่งมากมายจนคุณแม่คาดไม่ถึง สารอาหารนั้นได้แก่  โปรตีน  โฟเลท  และไอโอดีน

  • อันตรายเมื่อขาดโปรตีน:จะส่งผลให้สมองของทารกในครรภ์มีขนาดเล็กกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ต่อไป
  • อันตรายเมื่อขาดโฟเลท: ขาดโฟเลทในระหว่างที่ตั้งครรภ์จะทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์หยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงในกระดูก ส่งผลให้เกิดโรคโลหิตจาง  ปากแหว่งเพดานโหว่ และที่สำคัญ คือ  โรคหลอดประสาทพิการ
  • อันตรายเมื่อขาดไอโอดีน : ถ้าแม่ท้องเกิดขาดสารไอโอดีนอย่างรุนแรง จนเกิดภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน ทารกในครรภ์จะขาดฮอร์โมนตามไปด้วย

2. แม่ท้องสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

  • แม่ท้องสูบบุหรี่ : คนท้องที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่จะมีผลต่อทารกในครรภ์  สารเคมีในบุหรี่จะทำลายโครโมโซมของทารก   ทำให้ทารกตายตอนคลอดได้ มีผลทำให้พัฒนาการของทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้ากว่า  มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ภายหลังคลอดทันทีและมีแนวโน้มจะเป็นโรคหอบหืดเมื่อโตขึ้น  สำหรับทารกที่คลอดออกมาแล้วและต้องอยู่ในบ้านที่มีผู้สูบบุหรี่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารก คือ  ทำให้ทารกมีระดับสติปัญญาต่ำ  เมื่อโตขึ้นจะมีบุคลิกไม่อยู่นิ่ง  เป็นเด็กสมาธิสั้นมีพัฒนาการทางอารมณ์และพฤติกรรมการเรียนรู้ไม่เหมาะสมกับวัย
  • แม่ท้องดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มแอลกอฮอล์ของแม่ท้องขณะตั้งครรภ์มีผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทารกทุกด้าน ทั้งต่อร่างกาย สมอง พฤติกรรมและการเรียนรู้ของทารก โดยระดับความรุนแรงและอาการแสดงมีตั้งแต่แท้งลูกจนถึงพิการแต่กาเนิด ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกที่ผิดปกติ เช่น การเรียนรู้ การจดจำ ภาษา การพูด สมาธิสั้น IQ ต่ำ
พฤติกรรมทำลายสมองลูกในครรภ์

พฤติกรรมทำลายสมองลูก

3. แม่ท้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมอันตรายได้รับสารพิษต่าง ๆ

  • สารหนู : สารหนูมักปนเปื้อนอยู่ในผัก ผลไม้  น้ำดื่ม  อาหารทะเล  เครื่องสำอาง  ยาแผนโบราณ  และยากำจัดศัตรูพืช ทารกในครรภ์หากได้รับสารหนูปนเปื้อนในน้ำนมแม่จะทำให้มีระดับ สารหนูในเลือดสูง  เกิดภาวะโลหิตจาง  ทำให้เม็ดเลือดขาวน้อยลง และการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ระบบประสาทและสมองผิดปกติ  และยังมีผิวหนังลอกด้วย
  • สารปรอท : สารปนเปื้อนอยู่ในอากาศ  น้ำ  และดิน  จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การเผาขยะ  ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตามบ้านเรือน ปนเปื้อนในเครื่องสำอางและอาหาร  โดยเฉพาะในอาหารทะเลจะพบมากในสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่คนท้อง ควรหลีกเลี่ยงสารปรอทด้วยการไม่เข้าใกล้สถานที่ที่มีการเผาไหม้ของขยะหรือเชื้อเพลิงต่าง ๆ ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ  แทนการใช้เครื่องสำอางที่ผลิตจากสารเคมี
  • สารตะกั่ว : มักพบในสีทาบ้าน หรืออาจปนเปื้อนมากับอาหาร  อากาศ  และน้ำ  ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม หากคุณแม่ตั้งครรภ์สูดอากาศที่มีสารพิษที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนเข้าไปจะสามารถผ่านทางรกไปสู่ลูกในท้องได้ พิษจากสารตะกั่วทำลายสมอง และระบบประสาท  ตับ  ไต  หัวใจ  ทางเดินอาหาร ส่งผลให้ทารกในครรภ์พิการทางสมอง  ตาบอด  หูหนวก หรือเสียชีวิตในครรภ์ได้ นอกจากนี้  สาระตะกั่วยังไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ หรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะบางส่วนของทารกในครรภ์อีกด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อาหารอันตราย ห้ามกินตอนท้องแก่ ใกล้คลอดแล้วห้ามกินอะไรบ้าง

วิธีนับลูกดิ้น นับอย่างไร ถึงจะรู้ว่าลูกปลอดภัย ไม่เสียชีวิตในครรภ์

ท้องแข็งแบบต่างๆ แยกอย่างไร ลูกโก่งตัว แค่กินอิ่ม หรือใกล้คลอดแล้ว

parenttown