ทารกแรกเกิดเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ปัญหาที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด แม่ต้องรู้และระวังลูกน้อยเอาไว้

โรค ทารกแรกเกิด ความเสี่ยงของหนู ที่แม่ต้องรู้และระวัง ปัญหาที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง

ทารกแรกเกิดเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ปัญหาที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด โรค ทารกแรกเกิด พบได้บ่อย ๆ พ่อแม่มือใหม่ยิ่งต้องระวัง ตั้งแต่วันแรกที่หนูเกิดขึ้นมา

ปัญหาที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด

หลังคลอด เมื่อทารกน้อยลืมตาดูโลก ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของทารกแรกเกิด จากที่เคยถูกปกป้องภายในท้องแม่ ก็ต้องมาเผชิญกับโลกภายนอก หายใจเอง พัฒนาอวัยวะต่าง ๆ เพื่อให้แข็งแรงและอยู่รอดได้ ดังนั้น ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของเด็ก โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจนถึง 1 เดือน

นพ.อดิศร์ อิงคตานุวัฒน์ กุมารแพทย์ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 อธิบายถึงร่างกายของทารกแรกเกิดไว้ว่า ช่วงที่น่าห่วงมากที่สุดของทารกแรกเกิด คือ ช่วงที่เกิดใหม่ ๆ ไปจนถึงช่วงอายุ 1 เดือน ที่ระบบร่างกายรวมถึงหัวใจของเขาจะทำงานได้อย่างปกติด้วยตนเอง โดยพ่อแม่ต้องเอาใจใส่ ใส่ใจดูแลลูกเป็นพิเศษ และมีความอดทน เพราะทารกแรกเกิดจะสื่อสารได้ทางเดียวคือการร้องไห้ จึงควรสังเกตว่าเขาร้องไห้นั้นร้องไห้แบบไหน

  1. ร้องเพราะหิวปากจะขยับ
  2. ร้องไห้เพราะปวดท้องท้องอืดพ่อแม่ก็ควรสังเกตท้องเพราะว่าท้องอืด ตึงกว่าปกติหรือไม่
  3. ร้องไห้จากความไม่สบายทั้งก้นแฉะจากการขับถ่ายก็อาจจะเป็นได้

เมื่อสงสัยว่าลูกป่วยหรือผิดปกติจึงควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย หากเด็กซึมไม่กินนมไม่ต้องรอ ให้มาพบแพทย์เลย

โรคทารกแรกเกิดที่พ่อแม่ต้องระวัง

ทารกแรกเกิดเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ภาวะติดเชื้อในเด็กแรกเกิด ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะทารกแรกเกิด ยังมีภูมิต้านทานไม่มากพอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ๆ สำหรับปัจจัยที่จะทำให้เด็กติดเชื้อส่วนใหญ่เชื้อจะมาจากแม่ โดยเฉพาะแม่ที่มีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนคลอดนาน ๆ เชื้อจากช่องคลอดจะเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ นี่คือสาเหตุของการอักเสบ ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายของลูกได้

ถ้าแม่มีน้ำเดินก่อนคลอด หรือถุงน้ำคร่ำแตกก่อนคลอด ถ้ายิ่งแตกก่อนที่จะคลอดนานเท่าไหร่โอกาสติดเชื้อก็ยิ่งมากขึ้น เนื่องจากถุงน้ำคร่ำทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค ถ้าถุงน้ำคร่ำยิ่งแตกนานก็ยิ่งเสี่ยง หากแม่ตั้งครรภ์รู้ตัว ปวดท้องหรือมีน้ำเดิน ก็ต้องรีบมาพบแพทย์

ทารกที่คลอดออกมาแล้ว อาจมีการแสดงของการอาการติดเชื้อได้หลายอย่าง หากเห็นว่าทารกมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาทารกมาพบแพทย์ เช่น

  • กินนมน้อย
  • ซึม
  • หายใจผิดปกติ
  • ตัวซีด

โรคทางเดินหายใจ เช่น จมูก ปอด

ทารกแรกเกิด เมื่อออกจากครรภ์มารดา ที่อาศัยการดำรงชีวิตด้วยแม่ มาหายใจด้วยตัวเอง ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ การทำงานของปอด หรือระบบหายใจจะยังไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรืออายุครรภ์ไม่ถึง 36 สัปดาห์ ยิ่งต้องระวังการทำงานของปอดเป็นพิเศษ

ภาวะตัวเหลืองในเด็กทารก

ทารกแรกเกิดตัวเหลือง เกิดจาก สารเคมีที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) เป็นสารสีเหลืองเกิดจากการแตกของเม็ดเลือดแดงมีอยู่ในเลือดสูง โดยตับของทารกแรกเกิดยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงไม่อาจกำจัดไปได้หมด

อาการตัวเหลือง โดยมากจะเกิดกับเด็กทารกในช่วง 2 - 3 วันแรกของการคลอด และมักจะไม่เกิน 10 วัน ทั้งนี้ ถ้าเด็กแรกเกิดมีอาการตัวเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แพทย์จะเจาะเลือดและติดตามผล ทารกบางรายแพทย์จะใช้วิธีการส่องไฟเพื่อรักษาอาการตัวเหลือง

น้ำตาลในเลือดผิดปกติ

ทารกที่น้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงกว่าปกติ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจาก สองสาเหตุ

  • ตัวคุณแม่ แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของทารก
  • ตัวลูก หากทารกที่คลอดมามีน้ำหนักต่ำกว่า หรือสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อาจจะส่งผลต่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดของทารกต่ำ

หากพบกว่าทารกที่คลอดออกมามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แพทย์จะพิจารณาให้น้ำเกลือควบคู่กับการกินนมแม่

พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจร่างกายของทารกแรกเกิด ดูแลลูกให้ดีโดยเฉพาะช่วง 1 เดือนแรก อย่าลืม! ใส่ใจลูกแรกเกิดอย่างดีตามที่คุณหมอสั่ง และหากพบความผิดปกติใด ๆ ต้องรีบพาไปพบแพทย์นะคะ

ที่มา : http://www.paolohospital.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การแพ้อาหารของทารก

เงินเด็กแรกเกิดกับเงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันมั๊ย ได้เมื่อไหร่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

9 ของใช้เด็กแรกเกิด อะไรบ้างที่ต้องเตรียมให้พร้อม