ทารกเป็นหวัด พ่อแม่ทำอย่างไรดี?

ทารกเป็นหวัด พ่อแม่ทำอย่างไรดี?

โรคหวัด อาจดูเป็นโรคธรรมดาที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่คิดว่าเป็นโรคที่รุนแรงอะไร แต่อย่าลืมว่า ทารกแรกเกิดยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงเต็มที่ ดังนั้น หากทารกเป็นหวัด คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่นิ่งนอนใจเด็ดขาด

ทารกเป็นหวัด พ่อแม่ทำอย่างไรดี?

ทารกเป็นหวัด พ่อแม่ทำอย่างไรดี

โรคหวัด เกิดจาดเชื้อไวรัสมากกว่า 100 ชนิด ที่ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ส่งผลให้เกิดเยื่อบุจมูกบวม และมีเยื่อเมือกผลิตออกมาเพิ่มขึ้น ทางเดินหายใจในช่องจมูกของเด็กก็จะแคบลง ทำให้หายใจลำบาก หรือต้องอ้าปากหายใจ แน่นจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม และอาจมีอาการไข้ตัวร้อนร่วมด้วย เชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดนั้น มีอยู่ทุกสภาพอากาศ แต่จะพบได้บ่อยที่สุดในอากาศหนาวเย็นหรือชื้นแฉะ

สาเหตุที่ทำให้ทารกเป็นหวัด

ด้วยความที่ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทารกยังอ่อนแออยู่ จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหวัด นอกจากนั้นแล้วเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคหวัดนั้น จะกระจายอยู่ทั่วไปในอากาศ เมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือสั่งน้ำมูกออกมา และเชื้อเหล่ายังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่สัมผัสทารก โดยไม่ได้ล้างมือ

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว เด็กทารกแรกเกิดมักจะไม่ค่อยเป็นหวัดจนกว่าจะมีอายุได้ 6 เดือน เพราะเด็กแรกเกิดจะมีภูมิต้านทานโรคหวัดที่ได้มาจากน้ำนมแม่ แต่หลังจากนั้นภูมิต้านทานโรคหวัดสำหรับเด็กแรกเกิดนี้ก็จะค่อยๆลดลงไป ประกอบกับการที่เด็กอาจจะถูกพาออกไปนอกบ้าน และได้รับเชื้อโรคหวัดจากคนอื่น หรือจากสิ่งแวดล้อมอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากพบว่าลูกน้อยมีอาการของโรคหวัดนะครับ

ทารกเป็นหวัด

เมื่อไหร่ต้องรีบพาลูกน้อยไปหาหมอ

สำหรับทารกแรกคลอด หรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 – 3 เดือน หากพบว่ามีอาการของโรคหวัด หรืออาการผิดปกติอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอโดยด่วน เพราะภูมิคุ้นกันของเด็กในช่วงนี้ ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ จึงอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น จากโรคหวัดธรรมดา เป็นโรคซางในเด็กเล็ก โรคปอดอักเสบ หรือโรคร้ายแรงอื่นๆได้

สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย โดยส่วนมากแล้ว อาการของโรคหวัดธรรมดามักจะหายไปเองภายในไม่เกิน 10 – 14 วัน แต่หากลูกน้อยมีอาการอื่นๆร่วมด้วย ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอทันที เช่น

  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • เด็กจับหูบ่อยๆเหมือนมีอาการเจ็บที่หู
  • หายใจลำบาก
  • ไอไม่หยุด
  • มีน้ำมูกเหนียวข้นสีเขียวออกมาหลายวัน
  • ตาเริ่มแดง มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียว
  • มีอาการอื่นๆที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าผิดปกติ เช่นร้องไห้ไม่หยุด หรือเสียงร้องดังผิดปกติ
  • ไม่ยอมกินนม
ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ทารกเป็นหวัด

แม้ว่าเราจะไม่มีทางป้องกัน ไม่ให้ลูกน้อยเป็นหวัดได้ 100% แต่เราสามารถลดอัตราเสี่ยงและความถี่ที่จะทำให้ลูกเป็นไข้หวัดได้ ด้วยวิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้

  • รักษาความสะอาดภายในบ้านอยู่เสมอ
  • ให้ลูกกินนมแม่และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสลูก
  • ให้ลูกอยู่ห่างจากควันและกลิ่นบุหรี่

หากลูกน้อยของคุณ มีอาการของไข้หวัด หรืออาการอื่นๆที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ ใหรีบพาลูกน้อยไปพบคุณหมอเพื่อตรวจดูอาการจะดีที่สุด อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาดนะครับ


เรียบเรียงข้อมูลจาก mayoclinic.org

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เรื่องต้องรู้เมื่อลูกป่วย เทอร์โมมิเตอร์กับการดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นไข้

แชร์ประสบการณ์ลูกแพ้ยาลดไข้จนปากบวม

ป้อนยาเด็ก 3 ช่วงวัย อย่างไรให้ถูกวิธี

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner