ทารกควรนอนเปลไหม หัวลูกจะแบน สมองพัฒนาช้าจริงหรือเปล่า

lead image

เรื่องที่คุณแม่มือใหม่หลายท่านมีคำถามคาใจกันอย่างมากมายเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องการนอนของเจ้าตัวเล็กนั่นเอง โดยเฉพาะเรื่องการนอนเปล วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่า ทารกควรนอนเปลไหม และการให้ลูกนอนเปลมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ทารกควรนอนเปลไหม

คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน มักจะได้รับคำแนะนำว่า ควรให้เด็กนอนเปล เพราะจะทำให้หลับได้นาน ในขณะที่หลายท่านก็ได้ยินมาว่า การให้ลูกนอนเปล จะทำให้ลูกหัวแบน ทำให้สมองลูกพัฒนาช้า แล้วแบบนี้ ทารกควรนอนเปลไหม อะไรคือคำตอบที่ถูกต้องกันนะ

ข้อดีของการให้ลูกนอนเปล

การให้ลูกนอนเปล จะทำให้ลูกมีพัฒนาการดีขึ้น ไม่ได้เป็นการทำให้สมองลูกพัฒนาช้าแต่อย่างใด เพราะการแกว่งเปลเบาๆนั้น จะทำให้ลูกรู้สึกสบาย และมีความผ่อนคลาย ทำให้ลูกหลับได้ดี การนอนเปลทำให้ทารกน้อยหลับสนิทและหลับได้นาน การหลับสนิทส่งผลให้ร่างกายหลังสารแห่งการเจริญเติบโต หรือ Growth Hormone  ออกมา ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและแข็งแรง นอกจากนี้ ขณะที่ไกวเปล จะทำให้น้ำในหูมีการไหลเวียนตลอดเวลา ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านร่างกาย ในเรื่องการทรงตัวที่รวดเร็ว

แต่สำหรับเด็กบางคน หลังจากที่คลอดออกมาแล้วพอเอาลงนอนในเปล ก็กลับร้องไห้งอแง ซึ่งนั่นอาจมีสาเหตุมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่เลือกเปลที่ไม่เหมาะสมให้กับลูกนั่นเอง

การเลือกเปลให้ลูก

ทารกแรกเกิด จนถึง 6 เดือน ควรนอนในเปลที่ที่มีขนาดเล็ก หรือกระชับที่สุด เพราะการนอนเปลที่มีขนาดเล็กจะทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่น และปลอดภัย เหมือนตอนที่อยู่ในท้องของคุณแม่ จึงจะทำให้ลูกน้อยหลับสนิท และนอนได้นานขึ้น โดยที่ไม่สะดุ้งตื่นบ่อยๆ หลับจากนั้น จึงค่อยปรับเปลี่ยนที่นอน เมื่อลูกน้อยเริ่มโตขึ้น

เปลที่ใช้ ควรมีความโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น ไม่เก็บกลิ่นและฝุ่น วัสดุที่ใช้ต้องแข็งแรง และคุณภาพดี นอกจากนั้น การไกวเปลต้องทำอย่างนุ่มนวล เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพื่อให้ทารกไม่รู้สึกเวียนหัว

ทารกควรนอนเปลไหม

ข้อเสียของการให้ลูกนอนเปล

ข้อเสียของการให้ลูกน้อยนอนเปลก็คือ เมื่อลูกน้อยโตขึ้น อาจจะทำให้ลูกมีอาการติดเปล เวลาไปไหนมาไหนไกลๆ และเวลาที่ลูกไม่ได้นอนเปลจะทำให้ลูกนอนหลับยาก อีกทั้งการให้ลูกนอนเปลตั้งแต่แรกเกิด ยังอาจทำให้ศรีษะของลูกไม่กลมสวยได้

ให้ลูกนอนอย่างไรเพื่อหัวทุยสวยเข้ารูป

ทารกแรกเกิด ถึง 3 เดือน 

ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กช่วงนี้ คือการนอนหงายและนอนตะแคง เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะของลูกน้อยอ่อนที่สุด โดยเฉพาะกระดูกส่วนคอและกระดูกสันหลัง ดังนั้นใน 2-3 สัปดาห์แรก คุณแม่ควรจัดศีรษะทารกให้สลับด้านบ่อยๆ ระหว่างนอนหลับ และการให้ลูกได้นอนท่าหงายยังเป็นการป้องกันโรคไหลตายในทารกหรือ SIDS ได้อีกด้วย

ทารก 4 – 6 เดือน 

ในช่วงนี้กระดูกคอเริ่มแข็ง สามารถยกคอได้แล้ว คุณแม่สามารถปรับท่าทารกให้นอนคว่ำได้ เพราะท่านอนคว่ำจะช่วยปรับรูปทรงของหัวลูกให้ทุย และจะช่วยลดการนอนสะดุ้งหรือผวาในทารกได้อีกด้วย

ทารก 7 - 12 เดือน

เริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนอนได้ทั้งท่านอนหงาย ตะแคง และคว่ำได้ เพราะวัยนี้จะสามารถพลิกตัวกลับด้านได้ด้วยตัวเองแล้ว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เล่นอย่างไร ให้ลูกหัวไว ในช่วงขวบปีแรก

7 ของเล่นยอดแย่ ที่พ่อแม่ไม่ควรซื้อให้ลูก

parenttown