ตามลูกให้ทันในยุค โซเชียลมีเดีย ครองโลก

lead image

คุณคิดว่าคุณรู้เกี่ยวกับ โซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ดีแค่ไหน? เพื่อให้รู้เท่าทันลูกและวิวัฒนาการของโลกดิจิตอล คุณก็ควรมีความรู้ในระดับหนึ่ง ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำที่จะทำให้คุณไม่ตกกระแสในยุคสื่อสังคมออนไลน์ครองโลก

หากเราจะทำความรู้จักกับ โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรมไว้ คงไม่เสียหาย เพราะมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกยุคดิจิตอลของเราไปแล้วเรียบร้อย การห้ามไม่ให้ลูกเล่น โซเชียลมีเดียเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดปัญหา แต่ยังจะเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า “ก็ฉันน่ะมันโบราณสุด ๆ ไปเลย”

แม่สอนลูกใช้คอมพิวเตอร์

แม่สอนลูกใช้คอมพิวเตอร์

ยังไงเด็กก็จะเล่น

ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณมีอำนาจสามารถบังคับไม่ให้ลูกท่องโลกออนไลน์มากแค่ไหน (เว้นแต่คุณจะขว้างคอมพิวเตอร์ทิ้ง) วัยรุ่นส่วนใหญ่ก็จะหาทางสร้างบัญชีเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรมบนโทรศัพท์มือถือได้วันยังค่ำ  ซึ่งความจริง มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร

ประโยชน์ของสื่อสังคมออนไลน์

ในบางครั้งที่ต้องอยู่ห่างจากลูก เราต้องขอบคุณนวัตกรรมสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คและสไกป์ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น หรือบางครั้ง เมื่อคุณสามีต้องไปทำงานในต่างประเทศเป็นเวลานาน เครื่องมือออนไลน์เหล่านี้ก็ช่วยบรรเทาความคิดถึงของคนที่ต้องอยู่ห่างกันคนละฟากโลกได้เป็นอย่างดี

สื่อสังคมออนไลน์ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย จำไว้ว่าไม่เพียงแต่เด็ก ๆ เท่านั้นที่ใช้ได้ แม้แต่ปู่ย่าตายายหลายคน ก็ยังมีเฟซบุ๊คเป็นของตัวเอง พวกเขาสามารถดูรูปลูก ๆ หลาน ๆ “พูดคุย” และติดตามเรื่องราวชีวิตของลูกหลานได้  เฟซบุ๊คทำให้ทุกคนสามารถติดต่อกับญาติมิตรที่อยู่ห่างไกล แบ่งปันรูปถ่าย และความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ได้

รู้ทันโซเชียลมีเดีย

คุณอาจจะมีบัญชีเฟซบุ๊คเป็นของตัวเอง แต่จะมีพ่อแม่สักกี่คนที่เป็น “เพื่อน” กับลูก และเพื่อนลูกตัวเอง?  ตอบตามความจริงนะคะ การจะรู้ทันลูกในยุคโซเชียลมีเดีย คุณควรจะทำตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้:

  • ยืนกรานที่จะเป็น ‘เพื่อน’ กับลูกให้ได้ หรืออย่างน้อยจนกว่าพวกเขาเรียนจบ
  • อย่าตามติดลูกทุกฝีก้าวในโลกออนไลน์ โดยการแสดงความเห็น และ/หรือตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกสิ่งอย่างที่ลูกโพส หรือใครก็ตามโพสบนวอลล์ของลูก
  • รู้รหัสผ่านของลูก อย่างน้อยก็สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ล็อกอินเข้าบัญชีลูกเมื่อคุณมีเหตุผลที่ดีพอที่จะเข้าไปเท่านั้น เช่นเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกจริง ๆ
  • ให้ลูกรู้จักจัดการความปลอดภัยของบัญชีตัวเอง โดยให้มั่นใจว่าจะมีเฉพาะเพื่อน และคนรู้จักเท่านั้น ที่จะดูข้อมูลส่วนตัวได้
  • ลองเช็ครายชื่อเพื่อนของลูกเป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครน่าสงสัย (เช่นมิจฉาชีพ ฯลฯ) มาแอบอ้างเป็นเพื่อนกับลูก
  • โพสคอมเม้นต์ตลก ๆ บนหน้าวอลล์ของลูก และโม้เรื่องลูกบนหน้าของคุณเองบ้างเป็นครั้งฟคราว มันเป็นเครื่องมือสื่อสารชั้นยอด หรือแอบส่งข้อความส่วนตัวบอกรักลูกบ้างก็ได้ ไม่ว่ากัน

เมื่อมีสิ่งไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น

ถ้าจู่ ๆ ลูกเกิดทำตัวลึกลับ มีลับลมคมใน ไม่อยากให้คุณเห็นหน้าเฟซบุ๊ค หรือมีเพื่อนใหม่ที่คุณไม่รู้จักหรือแลดูน่าสงสัย มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อต้องการหาความจริง อย่าถามลูกในลักษณะที่เป็นการกล่าวหาใส่ร้าย แค่บอกลูกว่าคุณกำลังเป็นห่วงและปล่อยให้ลูกได้อธิบาย เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุ คุณสามารถทำในสิ่งที่คุณคิดว่าจำเป็นต่อความปลอดภัยของลูก อธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการปกป้องลูก