ช็อค! ทารกวัยเพียง 4 วัน ดับคาอกแม่ หลังแม่กินยาแล้วให้นม

เธอค่อย ๆ เดินไปตามเดินในโรงพยาบาล แล้วร้องเรียกให้คนช่วย หลังจากนั้นอีกเพียง 6 วัน ลูกเธอก็จากไป

ช็อค! ทารกวัยเพียง 4 วัน ดับคาอกแม่

ทารกวัยเพียง 4 วัน ดับคาอกแม่: หนูน้อยเจคอบ ธอมป์สัน เป็นลูกที่แกรห์มและโมนิกา ธอมป์สัน รอคอยมานานถึง 12 ปี แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ช่างแสนสั้นเหลือเกิน เมื่อหนูน้อยต้องจากไปเพราะสิ่งที่แม่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด

แม่รับประทานยาแก้ปวดและยานอนหลับ

หลังจากที่พยาบาลได้นำหนูน้อยเจคอบ วัยเพียง 4 วัน มาให้โมนิกา เพื่อให้นมลูก ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอได้รับประทานยาแก้ปวดและยานอนหลับเข้าไปหลังจากผ่าคลอดที่โรงพยาบาล โดยที่เธอเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพียงแต่ตอนที่เธอให้นมลูกอยู่นั้น เธอรู้สึกว่าตัวเองตาปรือ ๆ เหมือนจะหลับ เลยไม่ทันระวังว่าจะทับลูกจนลูกหายใจไม่ออกหรือไม่

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เธอก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าเจคอบไม่ขยับตัวเลย แล้วเธอก็พยายามเรียกให้ลูกตอบสนอง แต่ลูกก็นิ่ง

โมนิการีบร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครได้ยินเธอเลย เธอจึงค่อย ๆ เดินไปตามทางเดินในโรงพยาบาล แล้วร้องเรียกให้คนช่วย เจ้าหน้าที่เข้ามาพบได้รีบนำเจคอบส่งต่อไปยังหน่วย ICU ของเด็กแรกเกิดที่อยู่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่หลังจากนั้น เจคอบก็จากไป หลังจากนั้นอีกเพียง 6 วัน

หลังจากที่เสียลูกไป โมนิกาและแกรห์มจึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากโรงพยาบาลเป็นจำนวนเงินถึง 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อหาที่โรงพยาบาลปล่อยปะละเลยให้โมนิกา ซึ่งรับประทานยาเข้าไปเป็นจำนวนมากอยู่กับลูกเพียงลำพัง และปล่อยให้นางพยาบาลนำเจคอบมาให้โมนิกาให้นมหลังจากที่เธอกินยาและอยู่ในสภาพดังกล่าว

ดับคาอกแม่

มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมที่ลูกนอนปลอดภัย

รู้หรือไม่ว่า แต่ละปีมีเด็กเสียงชีวิตกว่า 3,500 คน จากสภาพแวดล้อมในห้องนอนที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการที่พ่อแม่นอนร่วมเตียงกับลูก ซึ่งมีโอกาสที่พ่อแม่จะนอนทับลูก หรือลูกอาจจะหายใจไม่ออก เพราะผ้าห่มที่หนา และฟูกที่นุ่มเกินไป

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า การที่พ่อแม่นอนข้างลูก จะช่วยทำให้การให้นมง่ายขึ้น และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อ แม่ และลูก แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลานอน

พ่อแม่ควรให้ลูก โดยเฉพาะเด็กทารก นอนให้เปลเด็กอ่อน โดยไม่ต้องมีหมอนหรือผ้าห่มที่จะทำให้ลูกหายใจไม่ออกได้ในช่วง 6 เดือนแรก และเมื่อลูกโตขึ้น ค่อยให้ลูกย้ายมานอนข้าง ๆ พ่อแม่

นอกจากเรื่องของการนอนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรระวังเรื่องของการสูบบุหรี่ การใช้ยาเสพติด หรือการดื่มเหล้า เพราจะทำให้ลูกเสี่ยงต่อโรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก หรือ SIDS ได้เช่นกัน และหากพ่อแม่ต้องการนอนร่วมเตียงเดียวกับลูก ต้องให้ลูกนอนบนฟูกที่ใหญ่และไม่ยวบ ไม่มีร่อง เพื่อไม่ให้เกิดการหายใจไม่ออกได้

พ่อแม่สามารถเลือกได้ว่าจะนอนเตียงเดียวกับลูกหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรให้สภาพแวดล้อมในห้องนอนปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่จะเกิดกับลูกน้อยขณะที่คุณและลูกกำลังหลับฝันหวานด้วยนะครับ

ที่มา ph.theasianparent

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อุทาหรณ์ : ลูกหวิดดับเพราะไม้แขวนเสื้อ

Shower in hell มหันตภัยในห้องน้ำ

ลูกเกือบตาย เพราะสำลักนมแม่ เรื่องจริงเตือนใจแม่ให้นม