ซื้อรถหัดเดิน ให้ลูกดีไหม ช่วยให้ลูกเดินได้เร็วจริงหรือเปล่า อันตรายของรถหัดเดิน

lead image

รถหัดเดินอันตรายจริงหรือ แม่สงสัย! จะซื้อรถหัดเดิน ให้ลูกดีไหม ช่วยให้ลูกเดินได้เร็วจริงหรือเปล่า

ซื้อรถหัดเดิน ให้ลูกดีไหม

จำเป็นไหม ต้องซื้อรถหัดเดินให้ลูกฝึกเดิน แม่สงสัย! ซื้อรถหัดเดิน ให้ลูกดีไหม บางคนเตือนบอกว่าอันตราย

 

รถหัดเดินช่วยให้ลูกเดินได้เร็วจริงหรือไม่

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ยืนยันว่ารถหัดเดินไม่ได้ทำให้เด็กเดินเร็วขึ้น แต่ตรงกันข้าม รถหัดเดินทำให้เด็กเดินได้ช้า เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเด็กเล็กที่อยู่ในรถหัดเดิน จะต้องใช้ปลายเท้าจิกลงจึงจะไถไปข้างหน้าได้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกลไกการเดินที่ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้ส้นเท้าลงก่อน

ผลเสียที่เห็นได้ชัด เมื่อเด็กเล็กอยู่ในรถหัดเดินเป็นเวลานาน ๆ หลายชั่วโมงต่อวัน คือ เมื่อลูกตั้งไข่ได้แล้ว พร้อมจะก้าวเดิน เด็กจะลงปลายเท้า ใช้ปลายเท้าจิกลง แทนที่จะใช้ส้นเท้า ทำให้ลูกเดินได้ช้า เดินเป๋เพราะใช้ปลายเท้าในการเดิน

ซื้อรถหัดเดินให้ลูก ทำให้เจ้าตัวน้อยเดินได้ช้า

ถ้าพ่อแม่ซื้อรถหัดเดินให้ลูกฝึกเดินบ่อย ๆ ยิ่งลูกใช้เวลาในรถหัดเดินนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลต่อพัฒนาการลูก โดยทั่วไปเด็กที่อยู่ในรถหัดเดินหลายชั่วโมงต่อวันจะเดินได้ช้ากว่าเด็กที่ไม่ได้ใช้ประมาณ 1-3 เดือน หรือเด็กเล็กที่ใช้รถหัดเดินเป็นประจำจะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวช้ากว่า

ด้านพญ.กัลย์สุดา อริยะวัตรกุล เจ้าของเพจเลี้ยงลูกโตไปด้วยกันกับหมออร Hormone for Kids กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ ได้โพสต์ถึงเรื่องรถหัดเดินจำเป็นต้องใช้ไหมว่า มีงานวิจัยยืนยันมาแล้วว่า เด็กที่ใช้รถหัดเดินเป็นประจำ จะเดินได้ช้ากว่าเด็กที่ไม่ได้ใช้ คุณแม่ของหมอเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ หมอก็ใช้รถหัดเดินแบบนี้แหละ ติดมากด้วย ไม่ยอมปล่อย เลยทำให้เดินช้า กว่าจะเดินได้เองก็ปาเข้าไปอายุ 16 เดือน ในขณะที่น้องสาวหมอ ไม่ยอมอยู่ในรถหัดเดิน จึงเดินได้เร็วกว่า

เช่นเดียวกับ Baby Jumper ที่คุณหมอบอกว่า ไม่ได้จำเป็นเพราะขาของเด็กแข็งแรงอยู่แล้ว ให้ฝึกเกาะยืน เกาะเดิน หรือพ่อแม่จับให้กระโดดก็เหมือนกัน แต่ก็มีข้อดีตรงที่ช่วยเบาแรงคนเลี้ยง เพราะเด็กเล่นอยู่กับที่

 

อันตรายของรถหัดเดิน

  1. สภาพของรถหัดเดินโดยมากแล้วจะมีฐานที่ไม่กว้าง โครงสร้างก็เปราะบาง จึงมักจะเกิดเหตุพลิกคว่ำอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเด็กไถไปโดยเร็วแล้วไปเจอพื้นต่างระดับ สะดุดกับสิ่งของบนพื้น หรือแม้แต่ชนกับเสาหรือกำแพง จนได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะที่แขน ขา ใบหน้า หรือศีรษะ ที่สำคัญคือ รถหัดเดินร่วงลงมาจากที่สูง ไม่ว่าจะเป็นชั้นบนของบ้าน หรือบ้านที่มีใต้ถุน ทำให้เด็กบางคนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้
  2. นอกจากจะไถรถไปวิ่งชนกับ “ของแข็ง” ยังมีโอกาสวิ่งไปชน “ของร้อน” อีกด้วย เช่น โต๊ะที่วางกาน้ำร้อน หม้อหุงข้าว หรือสายไฟเตารีด หากโดนน้ำร้อนลวกเพียงแค่ 30 วินาที ผิวหนังจะไหม้และอาจเสียหายอย่างถาวร และการโดนของร้อนอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่อย่างฉับพลัน)
  3. สิ่งที่อาจจะนึกไม่ถึง แต่ได้เกิดขึ้นแล้วก็คือ รถหัดเดินเป็นอีกสาเหตุให้เด็ก “จมน้ำตาย” ดังเช่น จากรายงานทั้งในไทยและต่างประเทศ เกิดกรณีเด็กไถรถหัดเดิน จนหล่นลงไปในสระน้ำ บ่อน้ำหรือไถรถไปชนจนหน้าคว่ำลงไปในอ่างน้ำ ถังน้ำ หรือแม้แต่ส้วมชักโครกก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นสามารถนำมาสู่ภาวะสมองตายเพราะขาดอากาศหายใจ

คุณแม่คงจะได้คำตอบแล้วนะคะว่าซื้อรถหัดเดิน ให้ลูกดีไหม ลองชั่งใจดูนะคะ หรือถ้าใครมีรถหัดเดินที่บ้าน ก็ไม่ควรให้ลูกใช้เป็นเวลานาน ๆ หรือให้ลูกใช้รถหัดเดินเพียงลำพัง เพื่อป้องกันอันตรายของรถหัดเดิน

 

ที่มา : https://www.facebook.com/pg/hormoneforkids

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย แค่ 180 นาทีต่อวัน ใครๆ ก็ทำได้!

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

ลูกพัฒนาการช้ารึเปล่า ดูได้จากสัญญาณต่อไปนี้

ลูกเดินได้ตอนกี่เดือน เมื่อไหร่ลูกถึงตั้งไข่ พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไร?