ช่องคลอดมีกลิ่น ทำอย่างไรให้หอมสดชื่น

ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น เป็นอาการหรือภาวะที่สร้างความกังวล และความอับอายให้แก่คุณผู้หญิงเป็นอย่างมาก เรามาดูกันว่า อาการช่องคลอดมีกลิ่น หรืออวัยวะเพศหญิงมีกลิ่นนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร และจะมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร

ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น แบบไหนผิดปกติ

ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น เป็นอาการที่พบได้ทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ประมาณ 1 ใน 3 ของคุณผู้หญิงอาจเคยมีปัญหาช่องคลอดมีกลิ่นอย่างน้อย 1 ครั้ง

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริเวณช่องคลอดของคุณผู้หญิงทุกคน และทุกวัย มักจะมีกลิ่นคาวอ่อน ๆ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และอาจจะมีกลิ่นคาวที่แรงขึ้นบ้างในช่วงใกล้มีประจำเดือน เนื่องมาจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ โดยอาจมีกลิ่นแรงร่วมกับการ มีตกขาว สีขาวเหมือนแป้งเปียก หรือขาวใสเล็กน้อยพอติดกางเกงในได้ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นภาวะปกติ

แต่ถ้า ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น ที่รุนแรงมากขึ้น ร่วมกับมีตกขาวปริมาณมาก มีสีและลักษณะที่ผิดปกติ เช่น สีเหลือง หรือเป็นมูก มูกปนเลือด หรือ เป็นเลือด มีผื่นบริเวณอวัยวะเพศ คัน แสบผิวหนังส่วนอวัยวะเพศหรือช่องคลอด เกิดการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ปวด เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะขุ่น อาการแบบนี้ ถือว่าเป็นอาการที่ผิดปกติ ที่คุณผู้หญิงต้องไปพบคุณหมอ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

ช่องคลอดมีกลิ่น

ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น มีสาเหตุมาจากอะไร

ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น มักเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่

  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ดีพอ มีการสะสมของสารคัดหลั่ง หรือจากคราบของประจำเดือน หรือมีกลิ่นช่วงมีประจำเดือนจากการไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย กางเกงชั้นในไม่สะอาด
  • เกิดจากการกินอาหารบางชนิดที่ทำให้กลิ่นปนมากับปัสสาวะ เช่น อาหารทะเลบางชนิด หัวหอม ต้นหอม หรือเครื่องเทศบางชนิด
  • เกิดจากความอับชื้น เนื่องจากมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ จึงทำให้ช่องคลอดมีกลิ่น มักเกิดกับผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมาก ใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปมาก หรือใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี
  • มีการสวนล้างช่องคลอด เพราะจะทำให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นด่าง จำนวนแบคทีเรียที่สร้างกลิ่นจึงสูงขึ้น
  • มีการตั้งครรภ์ เพราะจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลถึงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นได้เช่นกัน
  • อยู่ในภาวะหรือวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากการขาดฮอร์โมนจึงทำให้ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น
  • เกิดจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะเพศและของช่องคลอด จึงทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นได้
  • เกิดจากโรคมะเร็งของอวัยวะเพศ เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือ โรคมะเร็งอวัยวะเพศหญิง

ช่องคลอดมีกลิ่น หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น รักษาหายไหม

คุณผู้หญิงหลายคน เมื่อมีอาการช่องคลอดมีกลิ่น ก็มักจะอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะไปพบคุณหมอ ซึ่งจริง ๆ แล้วนั่นเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลอนามัยของช่องคลอด โดยคุณหมอนั้นสามารถที่จะให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์มากต่อการรักษาความสะอาดของบริเวณช่องคลอด รวมทั้งให้คำแนะนำเรื่องผลิตภัณฑ์ในการดูแลอนามัย โดยขึ้นกับค่ากรดด่างเฉพาะของผู้หญิงแต่ละคน

และในการตรวจทั่ว ๆ ไปนั้น คุณหมอจะเพียงแค่ตรวจบริเวณช่องคลอดว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ และสอบถามประวัติอาการ ประวัติเรื่องเพศสัมพันธ์ วิธีดูแลอวัยวะเพศหรือช่องคลอดของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะ ประวัติประจำเดือน และ วิธีการคุมกำเนิดต่าง ๆ

หากพบว่ามีการติดเชื้อ หรือมีสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก็จะได้ให้การรักษาอย่างเหมาะสม สำหรับผู้หญิงที่มีคู่นอนหลายคน แนะนำให้ไปพบสูตินรีแพทย์ปีละสองครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) และสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษนั่นก็คือ หากมีอาการตกขาวผิดปกติ และช่องคลอดมีกลิ่นเหม็นรุนแรง ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

และโดยทั่วไป เมื่อสามารถรักษา และควบคุมสาเหตุของการเกิดกลิ่นได้ กลิ่นก็จะหายไป แต่อาการช่องคลอดมีกลิ่นก็อาจจะย้อนกลับมาเกิดขึ้นได้อึก ถ้ากลับมามีโรคที่เป็นสาเหตุอีก เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเมื่อควบคุมรักษาโรคไม่ได้ เช่น ในโรคมะเร็ง เป็นต้น

ช่องคลอดมีกลิ่น

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อช่องคลอดมีกลิ่น

หากพบว่าช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและวิธีรักษาที่เหมาะสมต่อไป และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมหากช่องคลอดมีกลิ่น มีดังนี้

  • เมื่อไปพบคุณหมอแล้ว ให้ทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
  • ไม่สวนล้างช่องคลอด ยกเว้นเป็นคำแนะนำจากแพทย์
  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำพออุ่น ร่วมกับสบู่ที่อ่อนโยน หรือผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยใช้สบู่แต่ภายนอกเท่านั้น
  • ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ควรซับบริเวณด้านนอกช่องคลอดให้แห้งสะอาดเสมอ วิธีนี้จะช่วยกำจัดกลิ่นฉุนของปัสสาวะ เหงื่อ และสิ่งที่ร่างกายขับออกมาตามธรรมชาติได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดและหน่อไม้ฝรั่ง เปลี่ยนไปทานผักผลไม้สด ดื่มน้ำ น้ำสัปปะรดและน้ำแครนเบอร์รี่มาก ๆ เพื่อให้บริเวณช่องคลอดให้ไม่มีกลิ่น หรือมีให้น้อยที่สุด
  • ช่วงที่มีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ
  • ดูแลเรื่องความสะอาดของกางเกงชั้นใน สวมใส่กางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดตึงมาก
  • พบคุณหมอตามนัดเสมอ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

11 ทรงผมซอยสั้น ตัดแล้วดูดี ให้รับกับหน้าคุณแม่หลังคลอด

ฝันว่าท้อง หมายความว่าอะไร ทำนายฝัน ฝันเห็นอะไรจะได้ลูก

เคล็ดลับลดน้ำหนักหลังคลอด จากประสบการณ์จริงของคุณแม่ทั้ง 18 คน

parenttown