จะเกิดอะไรขึ้นหากลูกกินน้ำน้อย

เด็กในช่วงวัย 3 – 6 ขวบ ในบางครอบครัวอาจเจอปัญหาไม่ยอมกินข้าว ลูกกินยาก และอีกปัญหาหนึ่งที่สร้างความไม่สบายใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ นั่นก็คือ ปัญหาลูกกินน้ำน้อย เพราะกลัวว่าจะเกิดผลเสียต่าง ๆ นานากับลูกรักของคุณ มาดูว่าการกินน้ำน้อยในเด็กนั้นส่งผลอย่างไรบ้าง

ดื่มน้ำช่วยควบคุมน้ำหนักได้

การดื่มน้ำช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ทั้งระบบไหลเวียนโลหิต  ระบบขับถ่าย  เรียกว่าทั่วทั้งร่างกายของเราทีเดียวที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย  สำหรับในวัยเด็กแล้วการดื่มน้ำยังช่วยป้องกันลูกน้อยจากปัญหา น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานได้อีกด้วย  นักโภชนาการเด็ก Connie Evers ผู้แต่งหนังสือชื่อ How to Teach Nutrition to Kids กล่าวว่า หากเด็กได้รับเครื่องดื่มรสหวานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เด็กติดรสหวานและเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานแทนการดื่มน้ำเปล่าทุกครั้งที่เจ้าหนูรู้สึกกระหายน้ำ  อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพฟันต่อไป ดังนั้น คุณแม่จึงควรให้น้ำเปล่าเป็นทางเลือกอันดับแรกเมื่อลูกน้อยวัยเตาะแตะของคุณรู้สึกกระหายน้ำ

จะเกิดอะไรขึ้นหากลูกกินน้ำน้อย

น้ำมีความสำคัญกับร่างกายช่วยให้ความสดชื่น  ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ  ไม่ว่าจะเป็นการย่อย  การขับถ่าย  ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย   คุณแม่ลองสังเกตลูกดูนะคะว่าหากลูกท้องผูกบ่อยๆ  ปากแห้งจนบางครั้งแห้งเป็นขุยลูกจะชอบเลียริมฝีปากบ่อย ๆ  มีอาการร้อนในจนเกิดแผลในปาก   ลิ้นแห้งแตก  ผิวหนังแห้งไม่สดใส นั่นเป็นสัญญาณของการได้รับน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย   เด็กบางคนที่ไม่ชอบกินน้ำเอามาก ๆ จนเกิด ภาวะขาดน้ำเป็นภาวะพบได้บ่อย โดยมากมักเกิดจากการกท้องเสีย  ท้องเดินรุนแรง หรือที่เรียกว่าท้องร่วง เป็นภาวะพบได้ทุกเพศ และทุกวัย โดยเมื่อมีท้องเสีย โอกาสเกิดภาวะขาดน้ำ จะพบได้สูงในเด็กโดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 5 ปี   หากเป็นในเด็กอ่อนหรือเด็กเล็ก  เมื่อร้องไห้จะมีน้ำตาน้อย

ข้อควรระวัง  เรื่องน้ำสำหรับลูกน้อย

1.คุณแม่ไม่ควรให้ลูกดื่มน้ำฝน

เพราะร่างกายของเด็กยังไม่แข็งแรงผู้ใหญ่ น้ำฝนอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่  จึงไม่ควรให้ลูกน้อยกินน้ำฝน  หากต้องการใช้น้ำฝนจริง ๆ ควรผ่านการต้มก่อนที่จะนำมาให้ลูกดื่มจะดีที่สุด

2.เด็กไม่ควรดื่มน้ำแร่

คุณแม่อาจเห็นโฆษณาน้ำแร่รวมถึงการโฆษณาถึงสรรพคุณต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับร่างกาย  แต่นั่นไม่ได้หมายถึงจะเหมาะกับลูกน้อยนะคะ  เพราะในน้ำแร่มีเกลือแร่และแร่ธาตุหลายอย่าง  สำหรับเด็ก ๆ แล้ว ไตของเจ้าหนูยังทำงานได้ไม่เต็มที่  การขับแร่ธาตุออกจากร่างกายก็ทำได้ไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่  เด็กจะสามารถกินน้ำแร่ได้ควรมีอายุ 5-6 ปีไปแล้ว

เทคนิคเล็ก ๆน้อย ๆ ช่วยให้ลูกดื่มน้ำมากขึ้น

1.ใช้แก้วน้ำที่มีลวดลายน่าสนใจหรือเป็นการ์ตูนที่ลูกชื่นชอบ  หรือขวดน้ำขนาดเล็กสำหรับเด็ก เพื่อกระตุ้นความสนใจให้อยากดื่มน้ำ

2.เด็ก ๆ มักชอบดื่มน้ำเย็น  คุณแม่อาจจะใส่น้ำแข็งเล็กน้อยให้ลูกดื่มน้ำเย็น ๆ ชื่นใจ

3.อาจเพิ่มรสชาติของน้ำด้วยการหยดน้ำมะนาวหรือน้ำผลไม้ที่ลูกชอบลงไป

4.เด็ก ๆ ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง  เวลาที่ลูกเคี้ยวน้ำแข็งคุณแม่ก็อธิบายไปด้วยว่าน้ำแข็งก็ทำมาจากน้ำเปล่านั่นเอง

5.วางขวดน้ำดื่มและแก้วน้ำ  หรือขวดน้ำประจำตัวของลูกในบริเวณที่ลูกเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเวลาที่ลูกกระหายน้ำจะได้สามารถหยิบมาดื่มได้ทันที

6.ในกรณีที่คุณแม่ซื้อน้ำดื่มชนิดขวดให้ลูก ควรดูให้แน่ใจว่าปราศจากวัตถุปรุงแต่ง  เพราะปัจจุบันน้ำดื่มหลาย ๆ ยี่ห้อสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าเพื่อจูงใจผู้ซื้อด้วยการเพิ่มวัสดุปรุงแต่ง  อาทิ  สารให้ความหวาน  วิตามิน  เกลือแร่  หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่อาจไม่เหมาะสมกับวัยของลูกน้อย

6.ดัดแปลงการเล่น  ให้ลูกได้เล่นกับน้ำที่ดื่มได้จริง  เช่น  เล่นขายของ  เล่นเป็นร้านขายน้ำแล้วคุณแม่ก็ชวนให้ลูกดื่มน้ำจริง ๆ หรือไม่ก็สมมติให้น้ำเป็นอาหรอื่น ๆ เช่น  น้ำแข็งใส  แกงแสนอร่อย  รับรองว่าลูกจะสนุกสนานและได้กินน้ำมากอีกด้วย

7.ให้ลูกดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้อื่น ๆ  ก็ช่วยให้ลูกได้รับน้ำจากการกินอาหารอื่น ๆ ที่ลูกกินเป็นปกติอยู่แล้ว  ที่สำคัญหลังจากที่ลูกดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำหวานควรให้ลูกดื่มน้ำเปล่าตามทันทีเพื่อรักษาสุขภาพปากและฟัน

8.อย่ารีบยกธงขาวหรือท้อแท้ใจที่ลูกไม่ยอมกกินน้ำเปล่า  แล้วยอมให้ลูกดื่มน้ำหวานหรือน้ำผลไม้แทนเพราะดื่มง่ายกว่า  ซึ่งลูกอาจจะกลายเป็นเด็กติดหวานได้นะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.tinyzone.tv/

https://www.l3nr.org/

อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่?

5 ประโยชน์ของน้ำเปล่า อยากหน้าใสให้ดื่มน้ำ