คุณแยกออกไหม คนไหนแม่ คนไหนลูกฝาแฝด?

คุณแยกออกไหม คนไหนแม่ คนไหนลูกฝาแฝด?

กลายเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน เมื่อลูกสาวฝาแฝดโพสต์รูปคู่กับแม่ ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแฝดสาม ทำเอาชาวเน็ตแห่ทายกันใหญ่ คนไหนคือแม่?

twitter.com/kaylan_17/status/692827112873594885

เมื่อเคย์ลัน มาโฮเมสได้ทวีตภาพเซลฟี่กับแฝดของตัวเองและแม่ตามปกติแบบไม่ได้คิดอะไร แต่ปรากฏว่าภาพดังกล่าวกลับกลายเป็นกระแสในชาวโซเชียลช่วยกันถกว่า คนไหนคือเจ้าของทวีต? คนไหนคือแฝด? และคนไหนคือแม่กันแน่? เพราะหน้าตาของพวกเธอเหมือนกันไปหมด

ภาพดังกล่าวได้รับการรีทวีตมากกว่า 30,000 ครั้ง และเซฟเก็บไว้ดูต่ออีกเกือบ 60,000 ครั้ง และเมื่อสามแม่ลูกทราบถึงกระแสนี้ เธอก็ได้สร้างแอคเคานท์อินสตาแกรม momtwinandme ให้ชาวเน็ตตามไปฝึกสมองลองทายภาพของพวกเธอกันได้อย่างจุใจไปเลย

สำหรับภาพที่เป็นกระแสภาพนี้ ก็ได้รับการเปิดเผยแล้วว่า คุณแม่ตัวจริงในภาพนี้ก็คือคนทางซ้ายมือในภาพ ชื่อคุณแม่ติน่า อายุ 35 ปี ส่วนลูกสาวฝาแฝดในรูปอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

ซึ่งคุณแม่ได้เปิดเผยเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ว่า ให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ และไม่เครียด หากคุณแม่อยากหน้าเด็กเหมือนคุณแม่ท่านนี้ ลองนำเคล็ดลับนี้ไปทำตามกันดูนะคะ

การวิจัยช่วงเวลาในการคลอดลูกแฝด

แม้ว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของคนท้องและการคลอดลูกอยู่มากมาย แต่เรื่องของคนท้องและการคลอดลูกก็ยังเป็นที่สนใจของอีกหลายคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงทุกคนมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน จึงไม่มีกฎตายตัวเกี่ยวกับเรื่องของการคลอดในแต่ละคนครับ

ช่วงเวลาตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน และเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ท้องต้องดูแลตัวเป็นพิเศษ แต่สำหรับแม่ท้องท่านใดที่มีลูกแฝด ก็อาจจะต้องเพิ่มความเอาใจใส่มากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม เราจึงต้องเรียนรู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของช่วงเวลาในการคลอด

ปัจจุบันนักค้นคว้าวิจัยพยายามทำให้เรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุด

ตามรายงานจาก BJM ผลการวิจัยพบว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการคลอดลูกแฝดที่สุดคือช่วงสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความปลอดภัยในการคลอดมากที่สุด และลูกที่คลอดออกมาจะมีความสมบูรณ์ที่สุด อีกทั้งเป็นช่วงที่อัตราการเสียชีวิตของทั้งแม่และลูกในครรภ์มีอัตราน้อยที่สุดด้วยครับ

เนื่องจากไม่เคยมีการค้นคว้าวิจัยถึงเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ผู้ทำการวิจัยจึงมุ่งเน้นเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการคลอดลูกแฝด โดยกลุ่มนักวิจัยพยายามหาวิธีป้องกันการเสียชีวิตระหว่างคลอด หรือการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดเนื่องจากการคลอดลูกแฝดนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง

ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้ทำการวิจัยได้ทำการบันทึกประวัติของคุณแม่ท้องลูกแฝดจำนวน 35,000 คน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

เว็บไซต์ Parent Herald รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญได้มีการค้นพบว่าการคลอดระหว่างสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ 8.8 ต่อ 1000 จากจำนวนการเสียชีวิตของลูกแฝดที่ใช้รกร่วมกัน

ในขณะเดียวกัน Forbes ได้มีการรายงานว่า แม้ท้องแฝดสองจะได้รับการตรวจว่าใช้รกร่วมกันหรือไม่ตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมา

จากเหตุผลดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้แม่ท้องควรปรึกษากับคุณหมอเกี่ยวกับการคลอดเสียแต่เนิ่นๆครับ

แม่ท้องควรวางแผนเกี่ยวกับเวลาการคลอดกับคุณหมอเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการคลอดโดยเร็ว นักวิจัยกล่าวทิ้งท้าย

กินกล้วยแฝดได้ลูกแฝดจริงหรือ

ประเทศไทยเนี่ย ถือได้ว่าเป็นประเทศแห่งความเชื่อเลยก็ว่าได้ เรามีความเชื่อโบราณเยอะมาก รวมไปถึงความเชื่อเกี่ยวกับคนท้องด้วย หลายคนน่าจะพอได้ยินเรื่องการกินกล้วยแฝดกับลูกแฝดกันมาบ้าง กินกล้วยแฝดได้ลูกแฝดจริงหรือ สิ่งนี้เป็นแค่ความเชื่อที่ทำต่อกันมากเรื่อย ๆ เพราะทำแล้วได้ผลจริง หรือคนโบราณต้องการจะสอนอะไรเหล่าคุณแม่ผ่านคติความเชื่อนี้กันแน่นะ

กินกล้วยแฝดได้ลูกแฝดจริงหรือ

ความเชื่อเรื่องการกินกล้วยแฝดถูกเล่าเป็นสองตำนาน ทั้งที่แนะนำให้ผู้หญิงกินกล้วยแฝด และบางท้องถิ่นก็บอกให้หลีกเลี่ยงการกินกล้วยแฝด

  • กินกล้วยแฝดแล้วจะได้ลูกแฝด
  • ห้ามกินกล้วยแฝดเพราะจะได้แฝดสยาม

กินกล้วยแฝดแล้วจะได้ลูกแฝด

กินกล้วยแฝดได้ลูกแฝดจริงหรือ

ตามความเชื่อโบราณเขาบอกไว้ว่า ถ้าหากครอบครัวไหนอยากได้ลูกแฝด เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ให้กินอาหารที่แสดงถึงสัญลักษณ์ที่เป็นคู่ เช่น กล้วยแฝด ไข่แฝด เพื่อให้ได้ลูกแฝดตามอาหารที่กินเข้าไป

แท้จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น เพราะเนื่องจากการที่จะได้ลูกแฝดนั้น ต้องเกิดขึ้นจากการปฏิสนธิในครรภ์ ซึ่งเกิดขึ้นได้สองแบบคือ อสุจิ 1 ตัว ปฏิสนธิในไข่ใบเดียวกัน แล้วเกิดการแบ่งตัวเป็น 2 ตัว ทำให้เกิดเป็นแฝดสอง หรืออีกแบบก็คือเกิดจากการที่คุณแม่ตกไข่มากกว่า 1 ฟอง ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่คนละฟอง ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดขึ้นมา

แต่จริง ๆ แล้วการตั้งครรภ์แฝดนั้น ทางการแพทย์นับว่าเป็นภาวะผิดปกติของการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูงกว่าการตั้งครรภ์แบบปกติทั้งต่อตัวคุณแม่และเด็กในท้อง ทั้งเรื่องเบาหวาน ครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด ทารกแย่งอาหารกัน ดังนั้นถ้าหากคุณแม่คนไหนตั้งครรภ์แฝด อาจจะต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ หรือหากครอบครัวไหนอยากได้ลูกแฝดจริง ๆ ก็ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

ห้ามกินกล้วยแฝดเพราะจะได้แฝดสยาม

กินกล้วยแฝดได้ลูกแฝดจริงหรือ

อีกตำนานเกี่ยวกับกล้วยแฝดได้เล่าไว้ว่า ห้ามผู้หญิงกินกล้วยแฝดเลยตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ เพราะว่าที่คุณแม่คนไหนที่เคยกินกล้วยแฝด เขาว่ากันว่ามีเกณฑ์ที่จะได้ลูกแฝดแบบแฝดสยามที่ตัวติดกัน คนโบราณจึงห้ามคนท้องกินกล้วยแฝด โดยบอกว่าเด็กที่คลอดออกมาจะผิดปกติ

ตามความเชื่อนี้ จริง ๆ แล้วแฝงไปด้วยการเตือนแบบอ้อม ๆ ของคนโบราณนั่นเอง เพราะกล้วยถือเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาล หากกินในปริมาณที่มากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ อีกทั้งอาจทำให้ลูกในท้องตัวใหญ่จนเกินไป ส่งผลให้คุณแม่คลอดยาก

นอกจากนั้นการทานกล้วยในปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียว จะส่งผลให้คุณแม่ท้องอืด อึดอัด ไม่สบายตัวด้วย เรียกว่าเป็นความเชื่อโบราณที่มีเจตนาสอนในเรื่องปริมาณในการกินอาหาร ให้คุณแม่กินแต่พอดีมากกว่า ไม่เกี่ยวกับการที่จะทำให้ลูกในครรภ์มีความผิดปกติแต่อย่างใด

ที่มา หนังสือพิมพ์ M2F

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

7 เรื่องที่คุณแม่ลูกแฝดเท่านั้นจะเข้าใจ

คลิปน่ารัก เมื่อพ่อต้องจับลูกแฝดแต่งตัวพร้อมกัน จะเป็นยังไงน้า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner