คุณแม่ฟลูไทม์ เป็นยายเพิ้งเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านแล้วไง! นี่แหละสิ่งที่ฉันทำได้

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ข้อได้เปรียบของการเป็นคุณแม่ที่อยู่กับบ้านเลี้ยงลูกหรือที่เราเรียกกันว่า คุณแม่ฟลูไทม์ คือการได้มีเวลาคลอเคลียกับลูกน้อยได้อย่างไม่จำกัด ได้เห็นพัฒนาของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดในทุกช่วงเวลา

คุณแม่ทำงานที่กำลังมองว่า คุณแม่ฟลูไทม์ โชคดีจัง ได้มีเวลาอยู่กับเจ้าตัวน้อยทั้งวันทั้งคืน แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจยังไม่มีใครรู้ ว่าแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านตลอด 24 ชั่วโมงนั้นเรื่องให้เครียดไม่ต่างจากคุณแม่ที่ไปทำงานทุกวันเหมือนกันนะ

คุณแม่ฟลูไทม์ เป็นยายเพิ้งเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านแล้วไง นี่แหละสิ่งที่ฉันทำได้

แม้ข้อดีของการอยู่ใกล้ชิดลูกน้อยจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีสุด ๆ แต่ข้อเสียของการเลี้ยงลูกตลอดเวลาทำให้คุณแม่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน การซนวุ่นวายของเจ้าตัวเล็ก รวมถึงงานบ้านที่กองอยู่ข้างหลัง ก็อาจส่งผลให้เกิดความเครียด สติแตกได้ แต่ก่อนที่จะปล่อยให้ความรู้สึกซึมเศร้าเข้ามาในชีวิต หรือเริ่มเสียสูญความเป็นตัวของตัวเองไป อย่าปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น นี่คือสิ่งที่คุณแม่ฟลูไทม์อย่างเราจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องดี ๆ ได้

คุณแม่ฟลูไทม์

#ลุกขึ้นมาแต่งตัวให้ดูดีได้ในแบบฉบับของตัวเอง

แม้จะคิดว่าเราอยู่กับบ้านเลี้ยงลูกก็จริง แต่อย่าเพิ่งได้ประมาทพลังของการสวมใส่บางสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี แค่จับบางนู่นนี่มามิกซ์แอนด์แมทให้ลงตัวแบบเรียบง่าย กับทรงผมที่ทำง่าย ๆ และการแต่งหน้าเบา ๆ ที่ไม่ใช้เวลาในการแต่งตัวไม่เกินกว่า 10 นาที แต่มันก็สร้างความรู้สึกที่แตกต่างได้อย่างมากและจะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ไม่มีใครชอบมองกระจกแล้วมองเห็นผู้หญิงอีกคนที่ปล่อยให้ตัวเองดูโทรมจนเกินไปหรอกนะ

#ไม่เปรียบเทียบ

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าไปติดกับดับเรื่องการเปรียบเทียบ อย่างเช่น แม่ดาราที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเหมือนกัน แต่ทำไมหุ่นเค้าเซี้ยะ สวยเป๊ะเว่อร์ หรือแค่มองแม่ข้างบ้านที่เลี้ยงลูกก็เห็นภาพที่แตกต่างกัน ความจริงก็คือแม่แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทั้งบุคลิกและนิสัย ถ้าเราไม่คิดที่จะเปรียบเทียบภาพต่าง ๆ ในหัวขึ้นมา ก็จะทำให้เราเป็นแม่ฟลูไทม์ที่เลี้ยงลูกอย่างมีความสุขและทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีเช่นกัน

คุณแม่ฟลูไทม์

#ให้ตัวเองได้พัก

การที่แม่ต้องเลี้ยงลูกอยู่เพียงลำพัง รับมือกับเจ้าตัวน้อยอยู่เพียงคนเดียว ทั้งเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน จนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ได้คุยกับใคร พูดน้อยลง หัวเราะน้อยลง จึงทำให้เกิดอารมณ์ในแง่ลบได้ ความรู้สึกนี่แหละที่บอกว่าถึงเวลาที่จะพักผ่อนแล้ว ชีวิตการทำงานนั้นจะดีขึ้นเมื่อเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านก็ไม่ต่างกัน ลองขอเวลานอกแตะมือพ่อบ้านเพื่อขอวันหยุดซักหนึ่งวันให้คุณได้พักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมส่วนตัวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้

 คุณแม่ฟลูไทม์

#ให้มองว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่แท้จริง

บางทีการที่คุณแม่มองตัวเองว่าเป็นยายเพิ้งเลี้ยงลูกคนเดียวงก ๆ อาจเป็นเพราะเรามองสนใจในสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตเลย ดังนั้นต้องหันกลับมามองว่าอะไรที่เราควรจะให้ความสำคัญ เพราะนอกจากลูกตรงหน้าแล้ว ยังมีอะไรอีกที่คุณต้องให้ความสนใจ ถ้าได้พลังบวกกับมาแล้ว แม้ตอนนี้ลูกจะซน ดื้อ หรือกวนใจคุณแม่ไปบ้าง แต่รับรองว่าการมีเวลาเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่นั้นจะทำให้เขาเติบโตได้ดีแน่ๆ

สำหรับคุณแม่ฟลูไทม์คนอื่น ๆ ละ มีวิธีจัดการตัวเองพร้อมกับการเลี้ยงลูกน้อยทั้งวันไปด้วยยังไงบ้าง แชร์ให้เรารู้กัน


credit content : www.thefabulesswife.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

สารพัดสิ่งของการเลี้ยงลูก เช็ดอึ เช็ดอ้วก เปรอะเปื้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนเป็นแม่เท่านั้นที่ทำได้

เลี้ยงลูกมันเหนื่อยจริง! พ่อแม่ทุกคนมีสิทธิ์เป็น โรคซึมเศร้า เราจะทำยังไงดี

สมดุลชีวิต-งาน แม่ โรงเรียนพ่อแม่