คุณควรเพิ่มลูกเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คหรือไม่?

lead image

ลูกวัย 12 ปีของคุณเพิ่มเพื่อนร่วมชั้น ญาติ ๆ เพื่อนบ้าน ตัวละครในจินตนาการ และแม้กระทั่งครูเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค แต่ชัดเลยว่าลูกของคุณไม่ยอมรับคุณซึ่งเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ที่ให้กำเนิด ลงไปในสังคมออนไลน์ด้วย

kid computer คุณควรเพิ่มลูกเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คหรือไม่?

คุณควรเพิ่มลูกเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คหรือไม่?

“การเพิ่มเป็นเพื่อน” ไม่ใช่คำที่เป็นที่รู้จักกันมากนักก่อนที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมที่ชื่อว่า “เฟสบุ๊ค” จะเกิดขึ้นมาในยุคโลกดิจิตอล และดังระเบิดเถิดเทิงในขณะนี้

การสำรวจในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีก่อนพบว่า พ่อแม่เกือบครึ่งที่มีลูกในวัยสนใจโลกดิจิตอล ซึ่งอาจจะอายุน้อยเพียงแค่ 7 ปี พยายามจะ “เพิ่มลูกเป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊ค” แต่ไม่สำเร็จ อันที่จริงแล้วมีเพียง 52% ของเด็ก ๆ เท่านั้นที่บอกว่าได้ตอบรับคำขอการเป็นเพื่อนในสังคมออนไลน์

เหมือนมีตัวตนลับ ๆ ในโลกออนไลน์

มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้กล่าวไว้ว่า เด็กบางคนบอกว่าการให้พ่อแม่เป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊คก็เหมือนให้กุญแจเข้าไปอ่านสมุดบันทึกออนไลน์ เมื่อคุณตอบรับคำขอเป็นเพื่อนแล้ว คน ๆ นั้นจะสามารถเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ นอกเสียจากว่าคุณจะมีความรู้มากพอที่จะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้

เด็ก ๆ มักจะโพสต์รูปภาพตัวเอง และเพื่อน ๆ พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เข้าร่วม ไปจนถึงเรื่องเด็กหนุ่มหล่อคนนี้ และงานเลี้ยงเมื่อสุดสัปดาห์นั้น ตลอดจนอะไรก็ตามที่ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ เด็ก ๆ บางคนรู้สึกปั่นป่วนเมื่อเห็นคำขอเป็นเพื่อนจากพ่อแม่ตัวเอง จนถึงขั้นเลิกเล่นเฟสบุ๊คไปเลย หรือไปสร้างบัญชีลับ ๆ ด้วยชื่อปลอมเพื่อให้สามารถเล่นเฟสบุ๊คได้โดยไม่ต้องถูกพ่อแม่ตามเจออีก

ถ้าคุณยังไม่เชื่อ ยังมีกลุ่มในเฟสบุ๊คประมาณว่า “ให้พ่อแม่อยู่ห่างเฟสบุ๊ค” หรือ “แว๊ก แม่ฉันอยู่บนเฟสบุ๊ค” ด้วยนะ

คำขอเป็นเพื่อนถูกปฏิเสธ

มีความคิดความเห็นมากมายว่าคุณควรเพิ่มลูกคุณเป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊คหรือไม่ บทความหนึ่งในเดอะ วอล สตรีท เจอร์นอลแนะนำว่าอย่าทำเช่นนั้นเพราะจะเป็นการเสียเวลา และน่าอายเปล่า ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกเป็นวัยรุ่นซึ่งมักจะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้สมควรได้รับเต็ม ๆ เฉกเช่นผู้ใหญ่ก็ตาม

เป็นธรรมดาสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่อยากจะปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แต่ในฐานะพ่อแม่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่าลูกต้องการชีวิตของตัวเองเช่นกัน และโลกดิจิตอลก็มอบสิ่งนี้ให้กับลูกของคุณได้ในขณะที่ยังอยู่ในครอบครัวอยู่ ดังนั้นการไปเพิ่มลูกคุณเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คจึงเป็นเหมือนการเข้าไปทำลายโลกใบน้อย ๆ ในเรื่องความเป็นส่วนตัว คุณต้องจำไว้ว่า การตัดสินใจว่าจะเพิ่มลูกคุณเป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊ค สุดท้ายแล้วก็เป็นการตัดสินใจส่วนตัวคุณเองที่คุณต้องตรึกตรองให้ดี

หากลูกคุณยังอายุน้อยคงจะมีปัญหาเรื่องการรับเป็นเพื่อนน้อยกว่า และนี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะแสดงให้ลูกได้เห็นถึงตัวอย่างการใช้อินเตอร์เนทที่ดี เช่น คุณต้องไม่มีรูปตอนตัวเองเมาเละ หรือมีโพสต์ที่ไม่เหมาะสมในหน้าเฟสบุ๊คคุณเอง ถ้าลูกคุณโตแล้ว หรือเป็นวัยรุ่น การเพิ่มลูกคุณเป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊คอาจจะช่วยให้ลูก ๆ ได้ทำความคุ้นเคยกับระบบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของเฟสบุ๊คที่ค่อนข้างจะซับซ้อน

อย่าน้อยใจไปถ้าสุดท้ายแล้วลูกคุณปฏิเสธคำขอเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ ลองจับเข่าคุยกันกับลูกดีกว่าว่าการเป็นพลเมืองในโลกอินเตอร์เนทที่ดีนั้นเป็นอย่างไร

[stextbox id=”info”]

วิธีการช่วยให้ลูกคุณใช้เฟสบุ๊คอย่างปลอดภัย

  • แนะนำให้ลูกคิดให้ดีว่าจะแบ่งปันอะไรกับใครโดยตั้งค่าผู้ที่สามารถเห็นโพสต์ได้
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้รัดกุม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างอยู่ในการตั้งค่าแบบส่วนตัว
  • สอนลูกให้เลือกการตั้งค่าที่ลูกสามารถเห็นทุกสิ่งอย่างที่โดนแท็ก (รวมถึงรูปภาพ) ก่อนที่แท็กเหล่านั้นจะปรากฏบนหน้าเฟสบุ๊คของลูก
  • ตั้งค่าให้มีการแจ้งเตือนกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง รวมถึงการแท็กรูปภาพ
  • บอกลูกว่าอย่าโพสต์ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะอาจมีพวกแอบมอง (Stalker) ตามอยู่รอบ ๆ
  • กำหนดกฎเกณฑ์สำหรับตัวลูกเองว่าอะไรเหมาะสมสำหรับการโพสต์ ห้ามโพสต์รูปเซ็กซี่ รูปตัวเองกำลังดื่มเหล้า หรืออะไรก็ตามที่จะก่อผลเสียให้กับตัวเองได้ในอนาคต
  • สอนลูกให้คิดให้ดีก่อนจะโพสต์สเตตัสอะไร หรือแสดงความเห็นอะไรบนโพสต์ของเพื่อน
  • เตือนลูกว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกโพสต์อะไรไปแล้วมันก็จะเหมือนคำพูดที่ออกจากปากเราไป
  • ถ้าลูกสงสัยหรือไม่แน่ใจในโพสต์ใดก็ตาม ลบทิ้งเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้โพสต์เหล่านั้นกลับมาทำร้ายเราได้ในอนาคต

[/stextbox]

บทความใกล้เคียง: รับมือกับอารมณ์วัยรุ่น

บทความแนะนำ: ตั้งกฎให้ลูกเชื่อฟัง