theAsianparent Logo

คิดก่อนส่งลูกไปเรียนภาษาที่สาม

ปัจจุบันเป็นยุคที่การรู้แค่ภาษาไทย และภาษาอังกฤษดูจะไม่พอเสียแล้ว พ่อแม่ก็อยากส่งเสริมให้ลูกตัวเองมีความรู้ภาษาที่สามติดตัวไว้จะได้เป็นต่อคนอื่น แถมยังดูโก้ ๆ อีกต่างหาก

ให้ลูกเรียนภาษาที่สาม ให้ลูกเรียนภาษาที่สาม

ก่อนจะตัดสินใจส่งลูกไปเรียนภาษาที่สาม ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลีที่กำลังฮิต ๆ กัน นอกจากปัจจัยพื้นฐานในการเลือกสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เคยนำเสนอไปแล้ว (ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการส่งลูกไปเรียนภาษาที่สาม) อยากให้คุณได้ลองพิจารณาเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย

1)  อายุของลูก

พ่อแม่บางคนกังวลว่าการให้ลูกเรียนภาษาช่วงที่โตเกินไปจะทำให้เรียนลำบาก หรือมีปัญหาอิทธิพลภาษาไทยกระทบเรื่องการออกเสียง เลยอยากให้ลูกเรียนตั้งแต่เล็ก แต่บางครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าการเริ่มเรียนภาษาที่สามตั้งแต่อายุน้อยจะช่วยให้เรียนรู้ได้ดีเสมอไป สถาบันบางแห่งไม่ได้มีหลักสูตรที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ แต่ต้องเป็นเด็กที่โตพอจะมีสมาธิ และอยู่นิ่งได้ในระดับหนึ่งที่จะนั่งเรียนคำศัพท์ และหลักภาษาได้ ถ้าส่งลูกที่อายุน้อยเกินไปไปเรียนร่วมกับเด็กโต อาจจะทำให้เด็กอึดอัด และไม่อยากเรียนได้ ดังนั้นคุณควรตรวจสอบกับสถาบันว่าหลักสูตรเหมาะกับช่วงวัยของลูกคุณหรือไม่

2)  ความชอบของลูก

คุณต้องแยกแยะระหว่างความต้องการของคุณ กับความต้องการของลูก การจะส่งเสริมให้ลูกมีความสามารถทางภาษาเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ดี แต่คุณต้องแน่ใจว่าลูกชอบที่จะเรียนรู้ภาษานั้น ๆ เพิ่มเติมด้วย มิฉะนั้นจะเป็นการบังคับลูก และทำให้ลูกไม่อยากเรียน ยิ่งเรียนภาษาในระดับที่สูง ๆ ขึ้นไปยิ่งต้องพบเจออะไรที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ หากลูกมีทัศนคติแง่ลบต่อภาษานั้น ๆ แล้วลูกจะยิ่งรู้สึกทรมานกับการเรียนรู้ขึ้นไปอีก การให้ลูกดูหนัง ดูการ์ตูนเป็นภาษาที่สาม บรรยายไทย หรือได้ดูหนัง หรือรายการโทรทัศน์ที่มีล่ามอาจจะช่วยให้ลูกตัดสินใจได้ว่าอยากเรียนภาษาอะไร และรู้สึกว่าการมีความรู้ภาษาที่สามเป็นสิ่งที่ดี

3) เวลาของลูก และการสนับสนุนของคุณ

การส่งลูกไปเรียนภาษาที่สามย่อมหมายความว่าลูกต้องเรียนพิเศษมากขึ้น และมีเวลาว่างน้อยลง ถ้าลูกชอบเรียนภาษา เวลาลูกไปเรียนลูกจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากเท่ากับเด็กที่โดนบังคับให้ไปเรียน อย่างไรก็ตามการไปเรียนก็คือการไปเรียน เด็กต้องใช้เวลาทบทวน และใช้ภาษาด้วยตัวเองมากกว่าหากคุณไม่ได้มีความรู้ภาษาที่สามที่จะช่วยโต้ตอบกับลูกได้ ดังนั้นคุณต้องให้กำลังใจลูก สนับสนุนลูกด้วยวิธีต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ให้เวลาลูกได้ผ่อนคลาย และมีเวลาว่างเป็นของตัวเอง

เช่นเคย คือ เรามีสถาบันสอนภาษาต่าง ๆ มาแนะนำให้คุณลองกดเข้าไปศึกษา พร้อมช่องทางให้คุณได้ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม