ความเป็นแม่ บทเรียน "การเป็นแม่คน" ที่ซึ้งที่สุด จากแม่สู่ลูกสาว

ความเป็นแม่ บทเรียน "การเป็นแม่คน" ที่ซึ้งที่สุด จากแม่สู่ลูกสาว

เมื่อลูกสาวของคุณตัดสินใจที่จะมีลูก คุณจะบอกลูกสาวอย่างไร ว่าเมื่อเริ่มตั้งท้อง ความเป็น "แม่" ได้เริ่มต้นขึ้น ชีวิตของเธอก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล นี่คือบทเรียนชีวิตที่สุดซาบซึ้งใจที่แม่คนหนึ่งอยากจะบอกลูกสาวของเธอ

ความเป็นแม่

วันหนึ่งเมื่อลูกสาวของฉันบอกว่าเธอกับสามีคิดจะมีลูก “แม่คิดว่าหนูควรจะมีลูกไหม” เธอถาม
“ชีวิตหนูจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเลยนะ” ความเป็นแม่ พูดอย่างระมัดระวังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หนูรู้” เธอบอก “หมายถึงการต้องอดนอน และอดไปเที่ยวสนุก” 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการจะบอก สิ่งที่ฉันอยากบอกให้เธอรู้ คือสิ่งที่เธอไม่มีวันจะได้เรียนรู้จากชั้นเรียนพ่อแม่มือใหม่ ฉันอยากบอกเธอว่า บาดแผลบนร่างกายจากการคลอดลูกไม่นานก็จะหาย แต่การเป็นแม่คนจะทิ้งร่องรอยบาดแผลทางอารมณ์อย่างสาหัสจนอาจทำให้เธออ่อนแอไปตลอดกาล

เธอจะไม่มีวันอ่านหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวเครื่องบินตก ไฟไหม้ ก่อการร้าย โดยไม่มีคำถามผุดขึ้นในหัวว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้กับลูกฉันล่ะ”และเมื่อเธอเห็นภาพเด็กที่หิวโหย เธอก็จะสงสัยว่ามีอะไรแย่ไปกว่าเห็นเด็กเหล่านี้อดตาย ฉันจ้องมองเล็บที่ตกแต่งสวยงามของเธอและอดคิดไม่ได้ว่า ไม่ว่าเธอจะซับซ้อนแค่ไหน การได้เป็นแม่คนก็จะทำให้เธอปล่อยวางตัวตนของเธอลงเพื่อพร้อมที่จะปกป้องลูกของเธอ เสียงร้องเรียก “แม่” เพียงคำเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เธอทิ้งขนมแสนอร่อยได้โดยไม่ลังเล

ฉันควรเตือนเธอว่า ไม่ว่าเธอจะแน่สักแค่ไหนในการทำงาน เธอก็อาจจะล้มไม่เป็นท่าเมื่อมาเป็นแม่คน แม้เธอจะส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่แต่วันหนึ่งเมื่อเธอต้องประชุมงานสำคัญ เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงลูกของเธอ และ นั่นเองก็ทำให้เธอทำทุกวิถีทางให้ได้กลับบ้านเร็วๆ เพื่อไปดูว่าลูกยังปลอดภัยดี

ความเป็นแม่ บทเรียน

ฉันมองลูกสาวแสนสวย ฉันอยากบอกเธอว่า แม้ว่าท้ายที่สุดหุ่นของเธอจะกลับมาผอมได้เหมือนตอนก่อนตั้งท้อง แต่ฉันรับรองเลยว่าเมื่อเป็นแม่คนแล้ว เธอไม่มีวันจะรู้สึกแบบเดิมกับตัวเองได้อีก เพราะเมื่อลูกปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของเธอ อะไรที่เคยสลักสำคัญมากในชีวิต ก็จะมีค่าเทียบไม่ได้เลยกับลูก เธอจะปล่อยวางเรื่องสำคัญเหล่านั้นลง แล้วมุ่งทุกอย่างไปที่ลูก แต่นั่นแหละความหวังอันเรืองรองก็จะเริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่เพื่อที่จะเดินตามความฝันของเธอ แต่เพื่อที่จะเฝ้าดูลูกๆ เดินตามความฝันของพวกเขา ฉันอยากให้เธอรู้ว่า รอยแผลผ่าคลอด หรือ รอยท้องแตกลายจะเป็นเสมือนเหรียญกล้าหาญของเธอ

และความสัมพันธ์ของเธอกับสามีจะเปลี่ยนไป แต่ไม่ใช่แบบที่เธอคิด เธอจะเข้าใจว่าเราจะรักผู้ชายสักคนได้มากแค่ไหน ผู้ชายคนที่คอยประแป้งให้ลูกน้อยอย่างเบามือ และไม่เคยปฏิเสธที่จะเล่นกับลูก ฉันคิดว่า เธอจะต้องตกหลุมรักเขาอีกครั้ง ด้วยเหตุผลนับไม่ถ้วนที่ตอนนี้เธออาจจะยังไม่เข้าใจ ฉันหวั่นใจว่า เธอจะสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่เชื่อมโยงเธอกับผู้หญิงอีกมากมายในประวัติศาสตร์ที่ต้องการจะยุติสงคราม อคติ และแม้แต่การเมาแล้วขับ

ฉันอยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจถึงความตื่นเต้นดีใจเมื่อได้เห็นลูกขี่จักรยานได้เป็นครั้งแรก ฉันอยากจะจับภาพเด็กน้อยที่หัวเราะจนพุงกระเพื่อมเมื่อได้สัมผัสกับขนนุ่มของหมาเป็นครั้งแรก ฉันอยากให้เธอได้ลิ้มรสกับความสุข ที่ความเป็นจริงแล้วมันก็เจ็บปวดเช่นกัน แววตาที่มีประกายสงสัยของลูกสาว ทำให้ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าหยาดน้ำตาก่อตัวขึ้นที่ดวงตาของฉัน แล้วฉันก็พูดว่า “แล้วลูกจะไม่มีวันเสียใจที่เป็นแม่” ฉันเดินไปบีบมือของลูกสาว ในใจภาวนาให้เธอ ให้ตัวเอง และให้ผู้หญิงทุกคนที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่สวยงามที่สุดที่เรียกว่า “แม่”

ความรู้สึกของ ความเป็นแม่ ที่มีลูกน้อยๆ เป็น " คนพิเศษ "

ตั้งแต่รู้ตัวว่ามีชีวิตน้อยๆ ฝากชีวิตไว้กับเราอีกหนึ่งชีวิต คนเป็นแม่ ก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หลายสิ่งหลายอย่างมากมาย พอลูกน้อยๆ คลอดออกมา ได้ชื่อว่าเป็นแม่ ลูกอ่อน คนเป็นแม่ก็ไม่เคยได้นอนเต็มตา ไม่เคยได้หลับยาวๆ รวดเดียวเช้า ไม่เคยได้กินอะไรตามใจปาก และอื่นๆ อีกมากมาย ที่คนเป็นแม่ ไม่มีโอกาสได้ทำอย่างคนอื่นเขา แต่คนเป็นแม่ ทุกคนก็เต็มใจและยินดี เสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ลูกตัวน้อยๆ เติบโต แข็งแรง สดใส และมีอนาคตที่ดี

ลูกหนึ่งคน โดยปกติ ก็ต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ มากซะจน บางคนท้อถอย ปัดภาระทิ้งไปก็ยังมี สำหรับแม่คนนี้ ที่มีลูกน้อยๆ ที่ไม่ธรรมดาเหมือนชาวบ้านเขา ลูกน้อยๆ ของแม่คนนี้ เกิดมาขาดสิ่งสำคัญไปอย่าง ที่เรียกว่ารูทวาร แต่ก็มี สิ่งหนึ่งทดแทน มีเจ้าโครโมโซมเกินมาหนึ่งตัวทำให้หนูมีชื่อเรียกพิเศษ ว่า ดาวน์ซินโดรม แถมยังมีอีกหนึ่งที่ผิดปกติ คือเท้าของหนู ที่บิดผิดรูป หรือภาษาหมอเรียกว่า เท้าปุก

การเลี้ยงดูลูกคนนี้ จึงเป็นอะไรที่ต้องใช้ความพยายาม และความอดทน มากนัก สิบเอ็ดเดือนที่ผ่านมาของหนู เป็นสิบเดือนที่เรียกว่า ต้องอดทนมากทีเดียว เดือนแรกที่หนูเกิดมา หนูนอน รพ.ร่วมเดือน พอหนูอายุได้หกเดือน หนูก็มีโอกาสได้ไปผ่าตัด สะกิดเส้นเอ็นที่ รพ.เด็ก นอนเล่น รพ.ไปอีก สามคืน พอหนูครบเก้าเดือน ก็ถึงเวลาที่หนู ได้ผ่าตัดทำรูทวารซะที เป็นการผ่าตัดที่ทรหด อดทน พอสมควร ต้องงดน้ำ งดอาหาร สามวันก่อนผ่า และ อีกสามวันหลังผ่า เล่นเอาน้ำหนักลดกันทั้งแม่ทั้งลูกกันเลยทีเดียว
รอบนี้นอนชิวๆ หลังผ่านอนไอซียู สามวัน แล้วก็มานอนดูอาการอีกอาทิตย์กว่า รวมๆ รอบนี้นอนศิริราชไปสองอาทิตย์ ออกโรงบาลพร้อมกับมี รูทวารเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้วอันนี้ก็เป็นความภูมิใจของแม่อีกหนึ่งอยางที่ลูกของแม่ก็มีอยางคนอื่นเขาเสียที

แต่ความลำบากของหนูยังไม่หมดเท่านี้ ถึงจะมีรูทวารแล้ว แต่ลำไส้ที่ยกออกมาหน้าท้องตั้งแต่ตอนแรกเกิด คุณหมอยังไม่ได้เก็บให้ ระหว่างนี้ แม่ต้องขยายรูทวารให้หนูวันละหนึ่งรอบ ขยายทีไรก็ร้องโวยวาย กันไปตามระเบียบ แม่สงสารหนูนะลูก แต่แม่ต้องทำเพื่ออนาคตของหนู เพราะถ้ารูทวาร ยังไม่ได้ขนาด หนูก้อยังเก็บใส้ไม่ได้ซะทีนะลูกนะ ชีวิตประจำวันของเด็กพิเศษ เช้ามาก็ต้องดัดขา ฝึกพัฒนาการ เย็นมาก็ดัดขา ฝึกพัฒนาการ แถมด้วยแหย่ตูดอีกซักรอบ อดทนหน่อยนะลูกนะ เดี๋ยวผ่าตัดอีกรอบนึง หนูก็ขับถ่ายทางรูทวาร ได้เหมือนคนอื่นเค้าแล้ว

ความเป็นแม่ บทเรียน

นอกจากนี้เวลาคนเป็นแม่จะกินอะไร ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหนูกินนมแม่ ถ้าแม่กินอะไรผิดปกติ ไปซักนิดนึง เวลาหนูท้องเสีย. ถ่ายเยอะซักหน่อย ลำไส้หนู แดงเป่งแถมยังมีเลือดออกมาอีก แม่เลยไม่กล้ากินอะไรที่สุ่มเสี่ยง สงสารเจ้าตัวเล็กของแม่จริง ๆ

เวลาที่ผ่านมาสิบเดือน การเลี้ยงลูกคนนี้ของแม่ ทำให้แม่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ แม่รู้สึกว่าแม่มีความเข้มแข็ง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม่ตั้งใจอย่างเต็มที่ ที่จะเลี้ยงลูกคนนี้ให้เติบโต เป็นเด็กที่มีคุณภาพ เวลาลูกยิ้มแย้ม ทักทายใครๆ มันน่ารัก น่าหยิกซะจน แม่อดที่จะยิ้มไปกับหนูไม่ได้ ถึงลูกของแม่จะเกิดมาไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง แต่ความรักความเอาใจใส่ ที่แม่ และครอบครัวมีให้ลูกคนนี้ ไม่เคยลดน้อยลงเลย แม่รู้สึกภูมิใจทุกครั้ง ที่เห็นลูกมีการพัฒนา ในด้านต่างๆ ครั้งแรกที่หนูคว่ำได้เอง ตอนที่หนูหกเดือน แม่ดีใจมากจนน้ำตาแทบจะไหล ตอนนี้ลูกแม่สิบเดือนแล้ว เพิ่งกำลังจะหัด คลาน หัดนั่ง แต่แม่ก็ดีใจทุกครั้งที่เห็นหนูพยายามจะทำอะไรด้วยตนเอง แม่จะคอยเฝ้าดูพัฒนาการ และ คอยสอน คอยฝึก ให้ลูกแม่ ค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้นตอน

ถึงแต่ละวันที่ผ่านไป แม่จะเหนื่อยจากการทำงาน ซักแค่ไหน พอกลับบ้านมาเห็นหน้าลูกคนนี้ แม่ก็หายเหนื่อยได้จริง ๆ แต่ละเดือน ที่ผ่านมา ถึงแม่จะต้องเที่ยวพาหนูไปหาหมอ เดือนละสาม สี่ครั้ง บางวันไปทั้ง รพ.เด็ก และ ศิริราช แม่ก็จะพยายามทำเพื่ออนาคตของลูกแม่ เพราะ แม่ก็เห็นว่าลูกของแม่ เป็นเด็กที่มีความเข้มแข็ง อดทนมากกว่าแม่ หลายเท่านัก ถึงหนูจะผ่านอะไรมามากมาย หนูก็ไม่เคยงอแง หรือ ทำให้แม่ลำบากมากเกินไปนัก หนูมักจะเป็นเด็กน่ารัก และอดทนอยู่เสมอ

เหนือสิ่งอื่นใด ลูกทุกคนต้องรักแม่ของตัวเองอยู่แล้ว ถึงเราจะรู้ว่าแม่รัก และเป็นห่วงเรามากแค่ไหน
แต่การที่เราตั้งท้อง แล้วคลอดลูกของเราเอง และมีโอกาสเป็นแม่คนเต็มตัวแล้ว เราจะรู้ว่าการมีลูกหนึ่งคน เลี้ยงลูกหนึ่งคน ทำให้เรารู้สึกถึงความลำบากของแม่ มากมายขนาดไหน ทำให้เรารักแม่ของเรามากขึ้นร้อยเท่า พันเท่า
แต่การมีลูกคนที่สอง เลี้ยงลูกถึงสองคน ทำให้เรารู้ว่า การที่แม่เลี้ยงพวกเราจนเติบโต มาขนาดนี้ มันหนักหนาสาหัส แม่เราลำบากมามากจริงๆ ทำให้ทุกวันนี้รู้สึกรักแม่มากขึ้น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รู้ซึ้งถึงคำว่า   "แม่"   ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ

แปลและเรียบเรียงจาก http://www.tickld.com/x/mom-gives-best-explanation-ever-how-life-changes-after-pregnancy

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 เรื่องที่ไม่มีใครบอกเกี่ยวกับการมีลูก

รวมคลิปความสุขของการมีลูกแฝด

คุณแม่วัย 38 มีลูก 7 คน เล่าประสบการณ์ ท้องตอนอายุเยอะ ไม่ใช่ปัญหา

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ธิดา พานิช

app info
get app banner