ความเชื่อเรื่องการปฏิบัติตัวหลังคลอด

คุณเคยได้ยินถึงเรื่องความเชื่อในการปฏิบัติตัวหลังคลอดตามแบบฉบับของคนโบราณทั้งธรรมเนียมไทยและจีนมาบ้างใช่ไหมคะ แล้วคุณเคยสงสัยบ้างไหมคะว่าทำไมฝรั่งไม่เห็นมีเหมือนบ้านเราเลย แต่พอแก่ตัวไปก็เห็นแข็งแรงกันดี ความเชื่อในการปฏิบัติตัวหลังคลอดนี้เคยทำให้คุณอยากหาคำตอบบ้างไหม ว่าถ้าคุณลองทำแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ความเชื่อเรื่องการปฏิบัติตัวหลังคลอด

ความเชื่อเรื่องการปฏิบัติตัวหลังคลอด

ฉันเป็นคนไทยที่มีเชื้อสายจีนที่เผอิญแต่งงานกับฝรั่ง ปกติฉันก็เป็นคนง่าย ๆ แต่ก็ขี้สงสัย ยิ่งเวลาตอบคำถามสามีแล้วยิ่งต้องพยายามหาข้อมูลมาอธิบายและก็ถามคุณหมอประกอบกัน เราลองมาดูการเปรียบเทียบความเชื่อในการปฏิบัติตัวหลังคลอดฉบับของฉันกันดูนะคะ อ่านเล่น ๆ เพลิน ๆ ตามประสาคนขี้สงสัย

การอยู่เดือนตามธรรมเนียมของคนจีนคือ การที่แม่อยู่แต่บนบ้านไม่ลงมาข้างล่าง ไม่ทำงานหนักเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวหลังคลอดและแก่ตัวไปจะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ฉันเชื่อว่านี่คือกุศโลบายที่ช่วยให้แม่ไม่ต้องทำงานหนักหลังคลอด เพื่อมีเวลามาดูแลลูกและปรับตัวเพื่อทำหน้าที่แม่อย่างสมบูรณ์นั่นเอง เวลาอยู่เดือนต้องทำอย่างไร

1. ห้ามสระผมขณะอยู่เดือน ปกติแล้วฉันสระผมวันเว้นวัน ยิ่งหน้าร้อนยิ่งรู้สึกว่าผมมัน ไม่รู้สึกสะอาด แต่ห้ามสระเลยเป็นเวลา 1 เดือนหลังคลอดก็ไม่ไหว ฉันอยู่กับอี๊ (น้า) อี๊จะคอยบอกคอยดูแลฉันดียิ่งกว่าเดิมเวลาอยู่เดือน ในที่สุดฉันก็ทนกับหัวเหนียว ๆ ไม่ไหวต้องแอบไปสระผม พออี๊รู้ว่าฉันสระผมเลยโดนว่าตลอดแล้วบอกว่าทำไมไม่ดูแลตัวเอง แก่ไปจะลำบาก แต่ฉันก็บอกว่าหนูไดร์ผมแล้วค่ะ ผมแห้งแล้ว นี่อาจจะมีความเชื่อสืบเนื่องมาจากโบราณของจีนที่มีอากาศหนาวเย็นและไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างไดร์เป่าผม เลยอาจจะทำให้แม่เป็นหวัดไม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ อีกอย่างคนจีนสมัยก่อนไว้ผมยาวมากเลยแห้งช้า

2. อาบน้ำอุ่น การอาบน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น ดังนั้นหากคุณแม่ท่านไหนลองสังเกตดูจะพบว่าหลังจากอาบน้ำใหม่ ๆ นมจะหยดติ๋ง ๆ เลย ส่วนวิถีชีวิตของชาวพม่าก็มีลักษณะคล้ายกันเพราะสาวแม่ลูกอ่อนนิยมอาบน้ำต้มตะไคร้

3. ห้ามดื่มน้ำเย็น ปกติฉันชอบดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง แต่ตอนท้องกินแต่น้ำเย็นเพราะรู้สึกว่าร้อนมาก อี๊บอกว่าเวลาอยู่เดือนห้ามกินน้ำเย็นเดี๋ยวไม่มีนมให้ลูก แต่หลังจากอยู่เดือนสามารถดื่มได้ ฉันเลยงงว่าทำไมถึงห้ามดื่มน้ำเย็นแค่เดือนเดียวล่ะ แล้วตลอดเวลาที่ให้นมลูกล่ะ ดังนั้นฉันเลยถามหมอตอนพาลูกไปหาหมอเพราะอยากกินชาไข่มุกที่อยู่ตรงแผนกจ่ายเงิน หมอบอกว่าจริง ๆ แล้วกินน้ำเย็นได้ค่ะ แต่สมัยก่อนไม่มีน้ำสะอาดเลยต้องต้มน้ำให้สุกเสียก่อน คนโบราณเลยติดดื่มน้ำอุ่นแล้วความเชื่อก็สืบเนื่องต่อกัน เรื่องไม่มีน้ำนมให้ลูกฉันเชื่อว่าเกี่ยวกับความเครียดมากกว่า

อ่านความเชื่อหลังคลอดต่อ หน้าถัดไป >>>


4. ห้ามอยู่ห้องแอร์ ถ้าห้ามกันแบบนี้ฉันก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คลอดลูกแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่โรงพยาบาลฉันและลูกก็อยู่ในห้องแอร์ตลอด ปกติแล้วสามีเป็นคนขี้ร้อนและเปิดแอร์ตลอดเวลา แผนกเด็กอ่อนก็เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จึงทำให้เราตกลงว่าจะเลี้ยงลูกที่อุณหภูมินี้ก่อน นอกจากนี้คุณหมอบอกว่าเด็กแรกเกิด – 3 เดือน จะขี้ร้อนร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติเพราะร่างกายลูกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย

บทความใกล้เคียง: สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

5. ดื่มเหล้ายาดองขับน้ำคาวปลา หลายคนยังคงซื้อเหล้าขาวมาดองสมุนไพรเพื่อดื่มหลังคลอด จริง ๆ แล้วการดื่มสุราหรือยาดองจะทำให้เลือดออกมากขึ้น เลยเชื่อกันว่านั่นคือการขับน้ำคาวปลา แท้ที่จริงแล้วมันก็คือเลือดดีของเรานี่เอง ดังนั้นมีคุณแม่หลังคลอดหลายคนที่เสียเลือดมากจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลจากสาเหตุนี้ นอกจากนี้แล้วแอลกอฮอล์ในยาดองยังซึมเข้าสู่น้ำนมแม่อีกด้วย

6. การอยู่ไฟ การอยู่ไฟเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเราซึ่งเหมาะสมต่อสถานการณ์ในอดีต แต่การแพทย์แผนปัจจุบันพัฒนาไปอย่างมาก แพทย์สามารถดูแลรัษาคุณแม่ที่คลอดตามธรรมชาติโดยการเย็บแผลฝีเย็บ ให้น้ำเกลือ ให้เลือด ให้ยารัดมดลูก ดังนั้นการอยู่ไฟจึงไม่จำเป็น แต่หากจะทำเพื่อผ่อนคลายอาการเมื้อยล้าหรือความชอบส่วนตัวก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง

7. ห้ามรับประทานอาหารที่มีธาตุเย็น อาหารที่มีธาตุเย็น เช่น ถั่วงอก เต้าหู้ เป็นอาหารที่คนจีนจะไม่กินในช่วงอยู่เดือน คนจีนจะกินแค่ไก่ผัดขิง กุยช่ายผัดตับ หมูหยอง เป็นต้น แต่ทางโรงพยาบาลจัดอาหารเที่ยงวันที่ 2 ให้ฉันเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ใส่ถั่วงอกเต็มเลย เอาเป็นว่าฉันก็กินละ หิวจะแย่อยู่แล้วหลังจากกินอาหารอ่อนมาแล้วทั้งวัน ที่นี้ฉันถามแม่สามีว่าทานอะไรตอนให้นมลูก ท่านก็บอกว่าทานปกติทั่วไปเช่น สลัด ขนมปัง สปาเก็ตตี้ ก็ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำนม ดังนั้นฉันจึงสรุปว่าทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นี่ล่ะดีแล้ว จะมีพิเศษก็อาหารเพิ่มน้ำนมอย่างแกงเลียงหัวปลี ผัดฟักทองเพิ่มเติม แต่ที่ทุกฝ่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ ห้ามทานอาหารรสเผ็ด

บทความแนะนำ: อาหารสำหรับแม่ที่กำลังให้นมบุตร

ฉันเชื่อว่าสมัยก่อนคนต้องทำงานหนัก อีกทั้งการแพทย์ก็ไม่ได้ก้าวหน้านักทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยง่าย หากไม่ดูแลตัวเองอย่างดี ดังนั้นเราควรดูแลตัวเองให้ดีโดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพจิตด้วยนะคะ อะไรที่คุณทำแล้วสบายใจไม่เครียดก็ทำเถอะค่ะ การดูแลตัวเองและการเลี้ยงลูกก็เช่นกันทำในแบบที่คุณอยากทำ ไม่อย่างนั้นแล้วคุณอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้นะคะ

บทความใกล้เคียง: ลดน้ำหนักหลังตั้งครรภ์