6 ความเชื่อที่โบราณว่าไว้เกี่ยวกับทารกแรกเกิด

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ถึงแม้จะผ่านมานาน แต่หลายความเชื่อในสมัยโบราณก็กล่าวสืบทอดต่อ ๆ กันมา เป็นข้อห้ามที่คนสมัยก่อนได้พูดถึงเอาไว้ เพื่อเป็นกุศโลบายหรืออาจจะเป็นการเตือนเพื่อป้องกันเหตุอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นกับแม่และลูกเล็ก ๆ ได้

นอกจากข้อห้ามตามความเชื่อโบราณเกี่ยวกับแม่ท้องแล้ว ยังมีความเชื่อที่โบราณว่าไว้เกี่ยวกับทารกแรกเกิด ซึ่งข้อห้ามจากคนสมัยก่อนบางข้อนั้นก็ไม่อาจพิสูจน์แน่ชัดได้ทางวิทยาศาสตร์ ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับทารก

#1 ความเชื่อที่ว่า พาทารกแรกเกิดกลับบ้านวันแรกต้องทำการเรียกขวัญก่อน

ในสมัยโบราณนั้นมักนิยมทำคลอดกับหมอตำแย หรือไม่ก็หมอประจำหมู่บ้าน เพราะเส้นทางการเดินทางไปมาไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน และหลังจากที่หมอตำแยทำคลอดแล้วก็จะเป็นผู้ทำการเรียกขวัญให้กับทารกที่เกิดใหม่ ๆ โดยการบอกกล่าวผีบ้านผีเรือนเพื่อขออนุญาตให้เด็กน้อยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างปกติสุข การทำเช่นนี้คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เด็กอยู่เย็นเป็นสุข ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย โตวันโตคืน และความเชื่อนี้ยังสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือเมื่อจะพาทารกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาล ก่อนนำลูกบ้านเราก็มักจะทำการเรียกขวัญบอกแก่เจ้าที่เจ้าทางเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัวด้วยเช่นกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับทารก

#2 ความเชื่อที่ว่า ห้ามจับแก้มเด็ก เพราะจะทำให้เด็กไม่ยอมกินนม

ผู้เฒ่าผู้แก่สมัยโบราณมักห้ามว่าอย่าไปจับหรือหยิกแก้มเด็กเล่น เพราะทำให้ลูกกินนมน้อยลงหรือไม่ยอมกินข้าว กลายเป็นเด็กกินยากไป ข้อห้ามนี้อาจเป็นเพราะว่า การหยิบหรือจับแก้มเด็กแรง ๆ จะทำให้กระทบไปถึงเหงือกหรือผิวที่กำลังบอบบางของเด็กเล็ก เป็นเหตุให้ลูกจะไม่ยอมเคี้ยวอาหารหรือไม่ยอมกินนมนั่นเอง

ความเชื่อเกี่ยวกับทารก

#3 ความเชื่อที่ว่า ถ้าลูกทำท่าโก้งโค้ง แสดงว่ากำลังเรียกน้องให้มาเกิด

เมื่อเจ้าตัวเล็กทำท่าโก่งโค้ง คือก้มมองลอดขาตัวเองไปข้างหลัง เรามักจะได้ยินปู่ย่าพูดขึ้นมาว่า สงสัยอยากจะมีน้อง แม่จะมีน้องอีกคน เพราะคนโบราณเชื่อว่าเด็กทำท่านี้เป็นการเรียกให้น้องอีกคนมาเกิดหรือมาเป็นเพื่อนกัน และไม่นานคุณแม่ก็มักจะตั้งท้องลูกอีกคน แต่ถ้าไม่อยากมีน้องให้คุณแม่พูดแก้เคล็ดว่า “มองหาน้อง” หรือ “แม่จะมีน้อง” เพื่อเป็นการข่มขวัญให้เด็กไม่กล้าที่จะมาเกิด

การดูแลทารก ช่วงวัยของเด็ก ทารก