ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

การวางแผนครอบครัวโดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนการมีลูกต้องมีความพร้อมหลาย ๆ ด้าน ดังนั้น จำเป็นต้องคุมกำเนิดเอาไว้ก่อน และตัวเลือกของการคุมกำเนิดเบอร์ต้น ๆ คือ ยาคุมกำเนิด!!! จริงหรือที่ยาคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100 % แล้วทำไมบางกินยาคุมแล้วถึงท้องได้ ??? ติดตามอ่าน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล สูตินรีเวช โรงพยาบาลสมิติเวช  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด  ไว้ว่า

1. ความเชื่อ : กินยาคุมกำเนิดนาน ๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม

ความจริง : ยาคุมกำเนิดตามท้องตลาด ประกอบไปด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสติน โดยปกติแล้วความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งของผู้หญิง ขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายสูงอยู่นานๆ เช่น มีประจำเดือนก่อนเวลา คือ มีก่อนอายุ 12 ปี, ประจำเดือนหมดช้ากว่ากำหนด หรือหมดหลังอายุ 55 ปี, มีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปีขึ้นไป, ไม่มีบุตร

ซึ่งฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดไม่ว่าจะชนิดทานหรือชนิดฉีด จะอยู่ในร่างกายของเราไม่นานนัก จึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง  เป็นเพียงการเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเท่านั้น  แต่ถ้าหยุดยาคุมกำเนิดมากกว่า 10 ปีขึ้นไป  ถือว่าไม่มีความเสี่ยงที่เกิดจากยาคุมกำเนิดแน่นอนค่ะ

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

2. ความเชื่อ : หากกินยาคุมกำเนิด แต่เกิดท้องขึ้นมาลูกจะเสี่ยงเป็นเด็กพิการแต่กำเนิด

ความจริง : เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงค่ะ ยาคุมกำเนิดไม่ได้มีผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อทารกแต่อย่างใด ต่อให้ลืมทานแล้วเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจ แล้วยังทานยาคุมต่อแบบไม่รู้ตัวก็ตาม

3. ความเชื่อ : หากตั้งใจจะท้อง ควรหยุดทานยาคุมกำเนิดสักระยะ ก่อนจะตั้งครรภ์

ความจริง : ไม่จำเป็นค่ะ เพราะฮอร์โมนในยาคุมอยู่ในร่างกายเราไม่นาน (เรียกว่าแป๊บเดียวก็ได้ ขนาดลืมกินยังสามารถท้องได้เลยค่ะ เรื่องนี้จะกล่าวถึงต่อไป) ดังนั้น ยาคุมกำเนิดจึงไม่สะสมในร่างกาย

บทความแนะนำ  หยุดยาคุมกำเนิดนานแค่ไหนก่อนมีลูก?

4. ความเชื่อ : ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดมานานจะทำให้มีลูกยาก

ความเชื่อ :  ไม่เป็นความจริง การมีลูกยากเป็นเพราะฮอร์โมนของเราไม่สมดุล ไม่ใช่เป็นเพราะยาคุมกำเนิด  ที่สำคัญหลังจากหยุดกินยาคุมสามารถเริ่มตั้งครรภ์ได้ทันที โดยทั่วไปไข่จะตกหลังจากหยุดยาคุมไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ และประจำเดือนจะเริ่มมาหลังจากหยุดยาคุมแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์

บทความแนะนำ   ปฏิบัติการหาช่วงเวลาตกไข่ สำหรับคนอยากมีลูก

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

5. ความเชื่อ : ยาคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% 

ความจริง : ไม่จริงค่ะ  ยาเม็ดคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่าง 100% ซึ่งการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 99.7%  เท่ากับมีโอกาสล้มเหลวได้ประมาณ 0.03 %  หากใช้อย่างไม่ถูกต้อง รับประทานไม่ตรงเวลา ลืมกินยาคุมกำเนิด ฯลฯ หากเป็นเช่นนี้  โอกาสท้องจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 9% ทีเดียว

6. ความเชื่อ : ยาคุมกำเนิดไม่ได้มีประโยชน์แค่คุมกำเนิดเท่านั้น แต่ยังแต่ยังช่วยลดสิวบนใบหน้าได้ด้วย

ความจริง  : จริงค่ะ  เพราะยาคุมกำเนิดไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะป้องกันการท้องเท่านั้นนะคะ  ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก ดังนี้

1. ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องและอาการเครียดก่อนและขณะมีประจำเดือน รวมถึงช่วยป้องกันและลดภาวะโลหิตจาง และลดอาการปวดศีรษะไมเกรน

บทความแนะนำ  น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติภัยเงียบจาก PCOS

2. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง จากผลการวิจัยพบว่า ยาคุมกำเนิดจะช่วยควบคุมฮอร์โมนภายในร่างกายให้อยู่ใน ระดับสมดุล จึงช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงก่อนและหลังหมด ประจำเดือนได้

3. ช่วยลดภาวะการเกิดสิว หน้ามัน และขนดก เพราะยาคุมกำเนิดบางชนิดจะมีฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนเพศชาย จึงช่วยทำให้อาการดังกล่าวลดลงได้

4. ช่วยลดอาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน โดยยาคุมกำเนิดจะมีส่วนช่วยบรรเทาและลดระยะเวลาของอาการผิดปกติก่อนมีประจำ เดือน เช่น อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ท้องอืด มือเท้าบวมหรือปวดเมื่อยตามตัว

5. ช่วยลดอุบัติการณ์ของมะเร็งรังไข่ เนื่องจากยาคุมกำเนิดจะป้องกันไม่ให้มีการตกของไข่ ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อผิวของรังไข่ และทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ผิวรังไข่

6. ช่วยลด การอักเสบในอุ้งเชิงกราน เพราะฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของมูกบริเวณปากมดลูก โดยทำให้เหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกและอุ้งเชิงกราน

อ่าน ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด ข้อ 7 - 10  คลิกหน้าถัดไป

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

7. หากทานยาคุมแผงแรกแล้วรู้สึกมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะคล้ายคนแพ้ท้อง แสดงว่ามีอาการแพ้ยาให้หยุดกินทันที

ความจริง  การกินยาคุมแผงแรก  แล้วมีอาการคล้ายคนแพ้ท้อง ทำให้บางคนคิดว่าแพ้ยาหรือตั้งครรภ์  หากเกิดอาการเช่นนี้ไม่ต้องตกใจ  และให้กินยาต่อไปจนครบแผง พอแผงต่อไปร่างกายจะเริ่มปรับตัวเข้ากับยาและมีอาการน้อยลงเรื่อย ๆ เอง อาการดังกล่าวเป็นเพียงผลข้างเคียงของยาเท่านั้น

8. ความเชื่อ : ทานยาคุมกำเนิดทำให้อ้วน

ความจริง ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและตัวบุคคล  ถ้าเป็นคนที่อ้วนง่ายหรือมีแนวโน้มจะอ้วนง่ายอยู่แล้ว กินไปก็จะเห็นผลทันตา แต่ถ้าเป็นคนผอม กินเข้าไปยังไงก็ไม่อ้วนค่ะ

9. ความเชื่อ : กินยาคุมย้อนศร & กินยาคุมผิดวัน ต้องท้องแน่นอน

ความจริง :  ไม่เป็นไรค่ะ  ยาคุมกำเนิดชนิด  21 เม็ด จะสลับกินเม็ดไหนก็ได้ แต่ที่ให้กินเรียงกันไปก็เพื่อความสะดวกและกันลืม เช่น ต้องกินเม็ดที่ 10 แต่กลับไปกินเม็ดที่ 20 ก็ไม่เป็นไร  พอวันที่ 11 ก็กินของวันที่ 11 ไปตามปกติ จนถึงวันที่ 20 ก็ให้กลับมากินของเม็ดที่ 10 ที่เราข้ามไป เนื่องจากทุกเม็ดมีตัวยาและขนาดยาเหมือนกัน แต่ในกรณีของยาคุมกำเนิดหลายระยะที่แต่ละเม็ดจะไม่เท่ากัน วันที่ 10 ก็ต้องกลับมากินเม็ดที่ 10 แล้วกินต่อไปเรื่อย ๆ ร่วมไปกับการใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด

10. ความเชื่อ : ทานยาคุมกำเนิดทำให้น้ำนมลด

ความจริง : การกินยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมหลังคลอดทันที อาจมีผลต่อการผลิตน้ำนมได้ ควรรอประมาณเดือนครึ่งแล้วจึงค่อยเริ่มกินยาคุมกำเนิด เพราะจะทำให้ปริมาณของน้ำนมไม่เปลี่ยนแปลงหรืออาจลดลงบ้างเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญไม่มีผลต่อลูกน้อยแต่อย่างใด ให้ลูกกินนมแม่ได้ตามปกติ  สำหรับคุณแม่บางรายที่มีปริมาณน้ำนมน้อยอยู่แล้ว คุณหมอจะจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรโจสโตเจนเพียงอย่างเดียวให้คุณแม่ในช่วงที่ให้นมลูก ซึ่งยาคุมกำเนิดชนิดนี้จะไม่ทำให้น้ำนมแม่ลดลงแต่อย่างใด

บทความแนะนำ  คุมกำเนิดระหว่างให้นมลูกอย่างไรดี

ได้ทราบข้อเท็จจริงกันแล้วนะคะเกี่ยวกับยาคุมกำเนิด  หากคุณแม่หรือผู้ที่ยังไม่ต้องการมีลูก  การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นตัวเลือกที่ดีและสะดวกในการใช้งาน  แต่ต้องใช้ตามคำแนะนำตามฉลากยาหรือปรึกษาเภสัชกร  เพื่อจะได้รับประทานได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้จริง

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูล

http://frynn.com

https://www.yaklai.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

กินยาคุมกำเนิดมานานจะท้องได้หรือไม่

เรื่องที่ควรรู้ก่อนคิดการฝังยาคุมกำเนิด