ความเชื่อผิดๆในการเลี้ยงลูกที่อาจทำให้ลูกโง่และเจ้าอารมณ์

lead image

การเลี้ยงดูลูกในช่วงวัยเด็กถือเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต  หากพ่อแม่วางแบบแผนในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม  ลูกจะซึมซับเอา คำสอนนั้นติดตัวไปจนโต  เรียกว่าเป็นพื้นฐานทางนิสัยและพฤติกรรมของลูกก็ว่าได้   มาร่วมมือกันพัฒนาลูกด้วยการเลี้ยงดูที่ถูกต้องกันค่ะ

ความเชื่อผิดๆในการเลี้ยงลูกที่อาจทำให้ลูกโง่และเจ้าอารมณ์

เป็นพ่อเป็นแม่ ใครๆ ก็อยากให้ลูกฉลาด อารมณ์ดี พูดง่ายๆ ก็คือไอคิวดี อีคิวนั่นเองค่ะ  แต่รู้ไหมคะว่า มีความเชื่อหรือแนวทางบางอย่างที่ขัดขวางจุดประสงค์นั้น ความเชื่อผิดๆในการเลี้ยงลูกที่อาจทำให้ลูกโง่และเจ้าอารมณ์   มาดูกันว่า  ความเชื่อผิด ๆ ในการเลี้ยงลูกที่ไปสกัดกั้นการพัฒนาไอคิวและอีคิวมีอะไรบ้าง

shutterstock 116855842 ความเชื่อผิดๆในการเลี้ยงลูกที่อาจทำให้ลูกโง่และเจ้าอารมณ์

# ความเชื่อที่ผิด  การรักลูก คือ การเลี้ยงดูลูกให้สบายทุกอย่าง 

หากพ่อแม่ทำทุกอย่างให้ลูก  หรือทำแทนลูก เช่น  ลูกเล่นของเล่นแล้วไม่ต้องเก็บก็ได้ พ่อกับแม่ยินดีช่วยเก็บให้นะจ๊ะ  หรือลูกโตพอสมควรที่ทำกิจวัตรประจำวันได้  เช่น  แปรงฟัน  อาบน้ำ  แต่งตัว  ใส่รองเท้า  แต่พ่อแม่ก็ยังจัดแจงทำทุกอย่างให้  เป็นต้น

# ความจริงที่ถูกต้อง  การรักลูก คือ  การเลี้ยงดูให้ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้

ซึ่งเด็กจะรู้สึกอิสระ  มีความภาคภูมิใจในตนเอง  เพราะเด็กที่ได้รับการเลี้ยงแบบสบายมากเกินไป  ไม่เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตนเองและรับผิดชอบในหน้าที่ของตน  มักจะเป็นเด็กที่ขาดความอดทน  แก้ปัญหาและเผชิญปัญญาไม่ได้

# ความเชื่อที่ผิด  การให้สิ่งของทุกอย่างที่ลูกต้องการ คือ  การแสดงออกว่าพ่อแม่รักลูกมาก

ลูกอยากได้อะไรก็ให้ทุกอย่างหรืออะไรเกินความจำเป็นก็ยังให้ เช่น   ซื้อของเล่นก็ซื้อมาเต็มบ้าน ลูกอยากได้ก็ซื้อให้อีกทันที ซื้อขนมขบเคี้ยวมาเต็มบ้าน เพราะเห็นว่าลูกชอบกิน   ลูกอยากได้อะไร  อยากไปเที่ยวไหนตามใจทุก  การทำเช่นนี้เป็นการปลูกฝังให้จับจ่ายใช้สอยเกินตัว    หรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยต่อไปในอนาคต

# ความจริงที่ถูกต้อง  คือ การให้ความรักทางจิตใจ

  เช่น  การโอบกอด  คำพูดชื่นชมเมื่อเด็กทำความดี  คำพูดให้กำลังใจเพื่อให้ลูกเกิดความพยายาม  จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเด็กจะได้รับรู้ความรักของพ่อแม่มากกว่าการให้ความรักด้วยสิ่งของ  เด็กที่พ่อแม่ให้แต่สิ่งของ  เงินทอง  มักจะเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง  ไม่รู้จักการเป็นผู้ให้  และเด็กจะไม่สามารถควบคุมความต้องการ  ความอยากของตนเองได้ จะกลายเป็นการปลูกฝังค่านิยมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว

# ความเชื่อที่ผิด คนที่เก่งและประสบความสำเร็จในชีวิต คือ คนที่เรียนดี

ดังนั้น  พ่อแม่จึงคาดหวังลูกในเรื่องการเรียนมาก  ให้ลูกเอาแต่เรียนอย่างเดียวโดยไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องอื่น ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรือกิจกรรมอื่น ๆ รวมถึงให้ลูกตั้งใจเรียนไม่ต้องทำกิจกรรมของโรงเรียนเพราะจะทำให้เสียเวลาเรียน

# ความเชื่อที่ถูกต้อง  คนที่เก่งหรือประสบความสำเร็จในชีวิตจะต้องมีความสามารถหลากหลาย 

ไม่ว่าจะเป็นการคิดการวางแผน  การแก้ไขปัญหา  ทั้งยังต้องมีทักษะพื้นฐาน เช่น  การช่วยเหลือตนเอง  และการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น  การที่เด็กมุ่งเรียนอย่างเดียว  จะสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม  ทำให้เด็กเป็นคนเคร่งเครียด  และไม่สามารถปรับตัวได้เมื่อพบกับความผิดหวังในการเรียนหรือการทำงาน

# ความเชื่อที่ผิดการให้ลูกเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นทีวี  อินเตอร์เน็ต  การเล่นเกมคอมพิวเตอร์  เพราะคิดว่าจะทำให้เด็กใช้เวลาว่างได้ดี  มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน  ไม่รบกวนพ่อแม่และทำให้เป็นเด็กฉลาดรู้ทันโลก

# ความเชื่อที่ถูกต้อง  สื่อต่าง ๆ มีทั้งด้านดีและด้านเสีย 

แต่เด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรดี หรือไม่ดี และที่สำคัญเด็กยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้  เด็กจึงมักเลือกที่จะรับสื่อที่ไม่มีประโยชน์เพราะสนุกสนานมากกว่า  ผลเสียคือ  ทำให้เป็นเด็กเจ้าสำราญ คิดแต่เรื่องไร้สาระและยังขาดโอกาสที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์  ดังนั้น  หน้าที่ของพ่อแม่ควรเลือกสื่อที่เหมาะสมให้ลูกว่าอะไรดูได้  กำหนดเวลาที่เหมาะสมและให้อยู่ในสายตาเพื่อที่พ่อแม่จะได้ชี้แนะสิ่งที่เหมาะสมกับลูก

# ความเชื่อที่ผิดเด็กยังเล็กไม่ต้องสอนอะไรมาก 

เพราะโตขึ้นเด็กจะเรียนรู้เองและคิดอะไรด้วยตนเอง  ว่าสิ่งใดควร  สิ่งใดไม่ควร  พ่อแม่จึงมักปล่อยปละละเลย  ไม่ว่ากล่าวตักเตือนหรือจัดการอะไรเมื่อเห็นลูกทำไม่ถูกต้อง เช่น  เมื่อลูกพูดคำหยาบกับเพื่อน พ่อแม่ก็หัวเราะขบขันเพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่ารักน่าเอ็นดูและยินยอมให้เด็กทำเช่นนั้นต่อไป

# ความเชื่อที่ถูกต้อง  ช่วงวัยเด็กเล็กเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัว 

การเรียนรู้เป็นรากฐานของวัยเด็ก  โดยเฉพาะการเรียนรู้ทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม   รู้ว่าอะไรถูก  อะไรผิด  อะไรควร  อะไรไม่ควร  การมีระเบียบวินัย  สิ่งเหล่านี้หากไม่ได้ปลูกฝังจะทำให้เด็กนิสัยเสียและยากที่จะแก้ไขในตอนโต

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

เอกสารคู่มือเสริมสร้างไอคิวและอีคิวเด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง  กรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข

http://www.dmh.go.th/

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพทย์แนะ วิธีกระตุ้นสมองและฝึกพัฒนาการ เลี้ยงลูกน้อยให้ฉลาดอย่างถูกวิธี 

มีลูกตอนอายุเท่าไหร่ถึงจะดี วิจัยชี้ มีลูกช่วงนี้สิลูกจะฉลาด คุณแม่อายุยืน