8 ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ ที่อยากแชร์ให้โลกรู้

8 ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ ที่อยากแชร์ให้โลกรู้

ไม่ได้มายืนอยู่จุดนี้ ไม่รู้จริง ๆ ว่าที่ผ่านมาคนที่เป็น “แม่” จะลำบากหรือเจ็บปวดมากขนาดไหน เมื่อได้เลี้ยงลูกมาตั้งแต่เล็กจนโต อ่านแล้วต้องแชร์ให้คนข้าง ๆ ดู รับรองจะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่มากกว่านี้

ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่

#1 ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ เมื่อต้องอุ้มท้อง

#1 ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ เมื่อต้องอุ้มท้อง

ยิ่งท้องใหญ่ขึ้นคุณแม่จะพบกับความเจ็บปวดมากขึ้น ไม่ว่าจากอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างการเป็นตะคริว ปวดหลัง หรือแม้กระทั่งทำให้คนสดใสกลายเป็นแม่ท้องที่มีว่าภาวะซึมเศร้าได้ แต่อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็ไม่สำคัญเท่ากับ “ลูก” แน่นอน และคุณจะลืมความเจ็บปวดเหล่านี้ได้เป็นปลิดทิ้ง เมื่อถึงเวลาที่คุณได้เจอลูกน้อยครั้งแรก

Read : 5 อาการยอดฮิตช่วงท้องไตรมาสสุดท้าย

ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่

#2 ความเจ็บปวดจากการคลอด

#2 ความเจ็บปวดจากการคลอด

คุณแม่จะต้องเจอกับความรุนแรงของการหดรัดตัวของมดลูกเกือบ 24 ชั่วโมง เพื่อรอให้ช่องคลอดเปิดขยายออกมา และเมื่อปากมดลูกเปิดในระยะพร้อมคลอดแล้ว คุณแม่จะต้องเจอกับความเจ็บปวดในระหว่างคลอดลูก ไม่ว่าจะเป็นการยืดขยายของเนื้อเยื่อภายในช่องคลอด  ปากช่องคลอด  และการขยายออกของข้อต่อต่าง ๆ ในเชิงกราน หรือขนาดตัวของทารกที่ออกมาถึงช่องคลอดแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดจากการคลอดลูกกินเวลายาวนานเหลือเกิน

Read : 6 สาเหตุความเจ็บปวดระหว่างคลอด

ความเจ็บปวดของคนเป็นแม่

#3 ความเจ็บปวดจากการเลี้ยงลูกหลังคลอด

#3 ความเจ็บปวด จากการเลี้ยงลูกหลังคลอด

หลังคลอดลูกแล้ว คุณแม่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจต่อการเลี้ยงลูกทั้งหมด เริ่มต้นตั้งแต่ความพยายามในการให้นมลูกจากอกแม่ ตลอดจนเปลี่ยนแพมเพิส อาบน้ำ อุ้มลูก ฯลฯ รวมถึงงานบ้านต่าง ๆ เรียกว่าทำงานเกือบ 24 ชั่วโมง จนคุณแม่รู้สีกเหนื่อยอ่อนเพลีย ร่างกายแทบหมดแรง และคุณแม่ต้องทำเช่นนี้ซ้ำ ๆ ไปทุกวันโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก

ความเจ็บปวด ของคนเป็นแม่

#4 ความเจ็บปวดจากเต้า

#4 ความเจ็บปวดจากเต้านม

ปัญหาความเจ็บปวดจากเต้านมเป็นเรื่องที่คุณแม่มือใหม่จะต้องเจอ ทั้งความปวดจากหัวนมแตก เจ็บเต้านม (สัญญาณเต้านมอักเสบ) การคัดเค้า เต้านมอักเสบ ท่อน้ำนมอุดคัน เป็นต้น หรือแม้กระทั่งปวดใจหากมีน้ำนมน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก

Read : อาการผิดปกติของเต้านมที่พบบ่อยระหว่างให้นมลูก

ความเจ็บปวด ของคนเป็นแม่

#5 ความเจ็บปวดเมื่อลูกป่วย

#5 ความเจ็บปวดเมื่อลูกป่วย

ลูกเจ็บแม่ก็เจ็บ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกตัวร้อนเป็นไข้เล็กน้อย รวมไปถึงลูกเกิดอุบัติเหตุเจ็บตัวต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องใหญ่สำหรับแม่ เพื่อที่จะทำทุกวิถีทางให้ลูกหายเจ็บหายป่วย

ความเจ็บปวด ของคนเป็นแม่

#6 ความเจ็บปวดเมื่อเจอลูกกัดหัวนม

#6 ความเจ็บปวดเมื่อเจอลูกกัดหัวนม

ความเจ็บปวดจากการที่เจอลูกกัดหัวนม เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องเตรียมใจไว้ เพราะแม่บางคนอาจกลัวเจ็บมากจนเลิกให้ลูกกินนมจากอกไปเลย สิ่งที่จะช่วยคุณแม่ง่าย ๆ เมื่อเจอกับการที่ลูกกัดหัวนม คือการใช้นิ้วก้อยสอดเข้าไปที่มุมปากของเจ้าตัวน้อยเพื่อให้เผยอปากออกจากการดูด แล้วค่อย ๆ ดึงหัวนมออกมา อย่าเพิ่งกลัวกับการให้ลูกได้กินนมแม่นะคะ เพราะผลการศึกษาค้นคว้าพบว่าเด็กที่เริ่มโตขึ้นจะไม่กัดหัวนมแม่ตอนกินนมถ้าคุณแม่ฝึกให้ลูกสบตาแม่อยู่ตลอด หรือให้ลูกอ้าปากกว้าง ๆ เพื่อให้หัวนมแม่เข้าไปลึก ๆ ในปากลูก หลีกเลี่ยงที่จะไม่โดนฟันและเหงือกลูกโดยตรง ก็จะช่วยป้องกันการกัดหัวนมได้

Read : ลูกกัดหัวนมแม่ทำไงดี

ความเจ็บปวดของแม่

#7 ความเจ็บปวดจากความกังวลกว่าลูกจะโต

#7 ความเจ็บปวดจากความกังวลกว่าลูกจะโต

ความกังวลใจก็ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกปวดใจได้เช่นกัน ไม่ว่าลูกจะทำอะไรซักอย่างคนเป็นแม่ย่อมเป็นห่วงไปหมด กลัวลูกจะเกิดอันตราย ถึงแม้ลูกจะเข้าโรงเรียน ก็มีความกังวลใจว่าลูกจะดูแลตัวเองที่โรงเรียนได้ไหม? จะถูกเพื่อนรังแกหรือเปล่า? จะถูกครูทำโทษหรือเปล่า? จะเข้ากับเด็กคนอื่นได้ไหม? จะเล่นซนจนบาดเจ็บหรือเปล่า?จะกินข้าวได้ไหม? สารพัดความกังวลที่ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าลูกจะเติบโตอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ตาม

ความเจ็บปวดของแม่

#8 ความเจ็บปวดเมื่อลูกโต

#8 ความเจ็บปวดเมื่อลูกโต

การที่แม่เฝ้ามองลูกจากเด็กตัวเล็ก ๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเอง จนไม่อยากให้แม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตอีกแล้ว เริ่มที่จะโต้เถียงกับแม่ ดื้อดึง หรือแม้กระทั่งกลับบ้านดึก ไม่กลับบ้าน สิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด

ความเจ็บปวด และความเครียดที่แม่เจอ บรรเทาลงได้อย่างไร ?

บทความ : เลี้ยงลูกแล้วเครียด มีวิธีอะไรช่วยบรรเทาความเครียดได้บ้าง?

เชื่อเถอะว่าคุณไม่ใช่ผู้ปกครองคนเดียวที่ประสบปัญหานี้ การเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมาอยู่ในสื่งแวดล้อมที่เหมาะสม และกลายเป็นพลเมืองที่ดีไม่รบกวนหรือทำร้ายผู้อื่นนั้น เป็นอีกหนึ่งงานหินที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกับลูกน้อย ในระหว่างทางนั้นมีอุปสรรคมากมายกว่าที่ลูกของเราจะสามารถเติบโตและเข้มแข็งสามารถดูแลตนเองได้ หนึ่งสิ่งที่ผู้ปกครองต้องเผชิญก็คือความเครียด ที่อาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูแลลูก เช่น ลูกดื้อ ไม่ยอมทานข้าว เอาแต่ใจ หรือ งอนผู้ปกครอง เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนนำความปวดหัวมาให้แก่ผู้ปกครองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้ความเครียด

  • หาที่ปรึกษาหรือคนพูดคุยเพื่อจะได้ระบายความในใจ

คำแนะนำนี้อาจจะดูเก่า แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นหนึ่งในวิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดวิธีนึงเลยก็ว่าได้ ความเครียดของผู้ปกครองที่ต้องเลี้ยงลูกนั้นมักเกิดจากการที่ต้องอยู่ในสถานการณ์เดิมๆเรื่อยๆ จนเกิดความรู้สึกอึดอัด มองไปทางไหนก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ถ้าเรามองดูคนใกล้ตัวเราอาจจะเจอคนที่เราพร้อมจะระบายเรื่องคับอกคับใจได้ไม่ยาก คนนั้นอาจจะเป็นคู่สมรส คนรัก คนในครอบครัว หรือ เพื่อนสนิทก็ได้ การที่เราได้บอกเล่าเรื่องราวของเราให้ใครสักคนฟังอาจทำให้ความเครียดลดลง หรืออาจจะใช้วิธีแบบเก่าๆอย่างเขียนเรื่องราวของเราลงในไดอารี่ เพื่อบันทึก และ ปลดปล่อย ความเครียดและความกดดันผ่านออกไปทางตัวหนังสือแทนคำพูด คุณแม่สมัยใหม่อาจจะ มีวิธีการระบายออกทางการพิมพ์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แต่สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องระวังเพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าผู้คนจะพูดถึงเรื่องราวของเราแบบไหนบ้าง ที่แย่ที่สุดก็คือมันอาจทำให้ผู้ปกครองเครียดขึ้นไปยิ่งกว่าเดิม

  • อย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไป

การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความเครียด และเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นเวลายาวนาน ไม่ใช่แค่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เท่านั้น แต่คนที่เคยมีบุตรแล้วก็อาจจะเผชิญกับปัญหาใหม่อยู่โดยที่คาดไม่ถึง เพราะเด็กทุกคนก็ต่างมีนิสัย หรือสิ่งที่พบเจอในชีวิตต่างกัน ผู้ปกครองเองก็เช่นกันเมื่อเรารู้สึกเครียด ให้บอกตัวเองเสมอว่าเราทำให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ไม่มีผู้ปกครองคนไหนเพอร์เฟ็คไปทุกด้านหรอกเชื่อเราซิ การกดดันตัวเองนอกจากจะทำให้ความเครียดเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ผู้ปกครองอาจเครียดจนถึงขั้นไม่สบาย แบบนี้คนที่ลำบากที่สุดก็จะกลายมาเป็นตัวเราเอง

  • หากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียด

เราอาจจะเริ่มจากการหากิจกรรมง่ายๆในบ้านที่เราทำแล้วรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ซึ่งผู้ปกครองแต่ละคนก็อาจจะมีความสนใจในด้านที่ต่างกันออกไป กิจกรรมนั้นอาจจะเป็น ทำงานบ้าน ดูทีวี อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือ นั่งสมาธิ เป็นต้น เมื่อลูกของเราโตขึ้น เราอาจจะหากิจกรรมทำร่วมกับลูกเช่น อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เล่นเกมส์ หรือ เล่นของเล่นกับลูก พาลูกไปออกกำลัง ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าทำทั้งสิ้น เพราะนอกจากเราจะได้คลายเครียดแล้ว ผู้ปกครองยังสามารถเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไปพร้อมกันได้อีกด้วย

  • ออกไปเที่ยวหรือเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด

การได้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้านย่อมดีกว่าการนั่งอยู่แต่ในห้องอยู่แล้ว การออกไปนอกบ้านอาจจะไม่ต่างไปไกลถึงต่างจังหวะหรือต่างประเทศ แค่คุณออกไปสวนนอกบ้าน ชุมชนระแวกบ้าน หรือ ไปเดินเล่นที่ห้างสักสองสามชั่วโมงก็อาจจะทำให้ความเครียดละลายหายไปบ้างไม่มากก็น้อย

ยังมีวิธีอีกมากที่จะทำให้ผู้ปกครองสามารถคลายความเครียดได้ แต่อีกสิ่งนึงที่ผู้ปกครองทุกคนควรจะเก็บไว้เป็นคติประจำใจของตัวเองเสมอว่า อย่ากดดันตัวเอง สิ่งที่เราทำได้คือทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด รักลูกของเราให้มาก และหมั่นเติมความรัก หาเวลาพูดคุยกับลูก ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าจะใหญแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วเราจะสามารถข้ามผ่านมันไปได้แน่นอน ทางเราขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน

ต่อให้ “ความเจ็บปวด” หรือ “ความเครียด” ของคนเป็นแม่ที่กล่าวมาทั้งหมด จะทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง คุณแม่ก็คงยอม เพราะ “ความรัก” ที่คนเป็นแม่มีให้ลูกอย่างแน่นอน

ที่มา : www.liekr.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

6 ความลำบากและความเจ็บปวดที่ผู้เป็นแม่เต็มใจ

แม่แชร์ 8 เรื่องที่เจ็บปวดกว่าการคลอดธรรมชาติ

20 สิ่งที่แม่เท่านั้นจะเข้าใจ ความเป็นแม่มักมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นเสมอ

เบื่อเลี้ยงลูก ไม่อยากหมดไฟในความเป็นแม่ ต้องรีบปลุกจิตวิญญาณด่วน ๆ เพื่อลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner