ควันบุหรี่ตัวร้าย เสี่ยง (ลูก) ตาย แม้แม่ไม่ได้สูบ

lead image

เราเชื่อแน่ว่าคุณแม่ทั้งหลายเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ก็จะลด ละ เลิกอะไรที่อันตรายแล้วใส่แต่อะไรดีๆให้กับร่างกาย ส่วนหนึ่งก็เพื่อลูก และส่วนหนึ่งก็เพื่อตัวคุณแม่เอง แต่รู้ไหมคะว่า สิ่งที่อันตรายอย่าง "ควันบุหรี่" นั้น ไม่ได้อันตรายต่อเฉพาะคนสูบเท่านั้น แต่ยังอันตรายต่อคนรอบข้างอีกด้วย ยิ่งถ้าสามีหรือคนในบ้านสูบล่ะก็ อาจส่งผลอันตรายถึงตัวคุณแม่และลูกมากกว่าที่คิดเลยทีเดียว

ควันบุหรี่มือสองอันตราย

ควันบุหรี่มือสองอันตราย จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2554 พบว่า ในจำนวนครัวเรือนไทย 7.8 ล้านครัวเรือน ที่มีสมาชิกในบ้านอย่างน้อย 1 คนสูบบุหรี่ ในจำนวนนี้ 6.2 ล้านครัว เรือนหรือร้อยละ 80 มีการสูบบุหรี่ในบ้าน หากคำนวณตามตัวเลขดังกล่าว จะเห็นว่ามีเด็กคลอดใหม่ที่มีคนสูบบุหรี่ในบ้านถึง 240,000-280,000 คน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีคุณพ่อหรือคนในบ้านสูบบุหรี่ ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งดมใกล้ๆ แต่แค่อยู่ใกล้ชิดกันก็อันตรายแล้ว ส่วนว่าจะอันตรายอย่างไรและมีวิธีบอกคนใกล้ตัวให้เลิกบุหรี่อย่างไร ไปดูกันค่ะ

ควันบุหรี่มือสองคืออะไร?

ควันบุหรี่มือสองคือควันที่พ่นออกมาจากผู้ที่สูบบุหรี่ ควันบุหรี่เกิดขึ้นจาก 2 แหล่ง ด้วยกัน

  1. ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไปแล้วพ่นออกมา ซึ่งประกอบด้วยสารพิษต่างๆ เช่นเดียวกับที่ผู้สูบบุหรี่ได้รับ แต่จะมีความเข้มข้นของสารพิษลดลงเนื่องจากปอดของผู้สูบบุหรี่ได้ดูดซึมสาร พิษบางส่วนไว้แล้ว ได้แก่ นิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์ ทาร์ ไนโตรเจนไดออกไซด์  เป็นต้น
  2. ควันบุหรี่จากปลายมวนบุหรี่ที่จุดทิ้งไว้ระหว่างสูบ ซึ่งควันนี้จะมีความเข้มข้นของสารพิษมากขึ้น โดยพบว่า นิโคติน มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า แอมโมเนีย มีมากขึ้นเป็น 73 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์ มีมากขึ้นเป็น 5 เท่า เป็นต้น

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/12/ควันบุหรี่มือสองง 578x286.jpeg ควันบุหรี่ตัวร้าย เสี่ยง (ลูก) ตาย แม้แม่ไม่ได้สูบ

คันบุหรี่มือสองอันตรายอย่างไร?

หลายคนอาจจะคิดว่าผู้สูบบุหรี่เองนั้นจะมีอันตรายต่อร่างกาย แต่รู้ไหมคะว่าการได้รับผลจากบุหรี่ที่ไม่ได้สูบเอง (passive smoking) นั้นมีอันตรายต่อสุขภาพไม่ยิ่งหย่อนกว่าการสูบเอง (active smoking) เลยค่ะ โดยเฉพาะในเด็กที่อยู่ในครรภ์และวัยทารก ความรุนแรงจะขึ้นความระดับความเข้มข้นของสารเคมีที่ผู้ได้รับสูดหายใจเข้าไป (หากวัดระดับสาร cotinine ในเลือดได้ตั้งแต่ 1 ng/ml ขึ้นไปถือว่ามีอันตรายต่อสุขภาพ)

เราอาจจะคิดว่าควันมีโทษแค่กับระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่จริงๆแล้วผู้รับควันบุหรี่มือสองนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆตามมามากขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคหูอักเสบ โรคภูมิแพ้ และที่นากลัวมากสำหรับทารกแรกเกิดคือ ภาวะ SIDS (sudden infant death syndrome) การเจริญเติบโตช้า เป็นต้น

ส่วนในคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เพราะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์และคลอดบุตร โดยอาจมีอาการครรภ์เป็นพิษ แท้ง คลอดก่อนกำหนด และเกิดอาการไหลตายในเด็กสูงขึ้น รวมถึงทารกแรกคลอดมีความเสี่ยงที่จะมีน้ำหนักตัวและความยาวน้อยกว่าปกติ พัฒนาการทางสมองช้ากว่าปกติ และอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาท และระบบความจำ

จะบอกคนรอบข้างให้เลิกบุหรี่ได้อย่างไร?

คนรอบข้างโดยเฉพาะคนใกล้คิดอย่างสามี เราจะมีวิธีบอกให้เขาเห็นความร้ายของควันบุหรี่และ ลด ละ เลิกได้อย่างไร? เราได้รวบรวมมาจากเว็ปไซต์ Parenttown ที่รวบรวมเคล็ดลับที่จะทำให้สามีเลิกบุหรี่มาบอกกันค่ะ

  • หันหน้าคุยกันกับสามีอย่างจริงจัง พูดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูก เชืี่อว่าพ่อทุกคนย่อมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อลูก
  • ลองฝ่นมะนาวทั้งเปลือก ใ่สกล่องแช่เย็นให้สามีเคี้ยวดู เวลาที่อยากสูบบุหรี่ เพราะรสขมของเปลือกมะนาวจะทำให้รู้สึกขมคอจนไม่อยากสูบ
  • ให้สามีดื่มน้ำมากเพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย จะได้ไม่มีความอยาก แบะหาหมากฝรั่ง ลูกอม ให้เคี้ยว อม เล่น ปากจะได้ไม่ว่าง
  • ชวนสามีออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 นาที เพราะยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ ปอดก็จะยิ่งแข็งแรง นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายขับพิษออกมากับเหงื่อได้อีกด้วย

ที่สำคัญคือย้ำคุณสามีเสมอๆว่าการเคิกบุหรี่นั้นนอกจากจะทำให้ตัวสุขภาพของเขาดีขึ้นแล้ว สุขภาพของคุณแม่เอง และลูกก็จะไม่เสียเพราะควันบุหรี่ไปด้วย กันเอสไว้ดีกว่าแก้ เพราะบุหรี่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลย

ที่มา
www.manager.co.th
www.breastfeedingthai.com
www.thaihealth.or.th

บทความเกี่ยวข้อง

คลอดก่อนกำหนด แม่แชร์ ภาวะรกเสื่ยมก่อนกำหนด เพราะอยู่ใกล้ควันบุหรี่ ควันธูป 

ขอให้ลูกเป็นรายสุดท้ายที่ตายเพราะควันบุหรี่ คำวิงวอนจากผู้เป็นแม่

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!