ควรให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีเมื่อไหร่ดี

lead image

คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีตอนกี่ขวบดี แล้วเครื่องดนตรีอะไรที่เหมาะสมสำหรับลูก เราได้สัมภาษณ์ ผู้จัดการโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/12/child piano.jpg ควรให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีเมื่อไหร่ดี

ควรให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีตอนกี่ขวบดี?

คุณสันติภาพ กวีนันทวงศ์ ผู้จัดการโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วานอธิบายว่า เด็กเล็กมีความสามารถเรื่องทักษะการฟังสูงมาก พัฒนาการด้านการฟังสามารถพัฒนาได้เต็มที่เมื่ออายุ 2-6 ขวบ โดยปกติแล้วชั้นเรียนดนตรีสำหรับเด็กเล็กเป็นชั้นเรียนที่เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบครึ่งขึ้นไป เพื่อปลูกฝังให้เด็กเรียนรู้ที่จะรักและสนุกกับดนตรีผ่านการฟัง การเต้น การจับจังหวะของดนตรีแล้วจึงเริ่มร้องเพลงตาม

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/12/photo7 e1387278935263.jpg ควรให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีเมื่อไหร่ดี

สันติภาพ กวีนันทวงศ์

สำหรับอายุของเด็กเล็กที่เริ่มเรียนดนตรีนั้นประมาณ 3 ขวบ เครื่องดนตรีที่นิยมให้เด็กเริ่มเรียนดนตรีเป็นชิ้นแรกคือ เปียโน เนื่องจากสามารถทำให้เกิดเสียงได้ง่ายกว่าดนตรีชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้เสียงที่ได้ยังเป็นเสียงที่คงที่อีกด้วย แต่ในปัจจุบันนี้จะนิยมใช้อิเล็กโทนเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดเล็กกว่าเปียโน เล่นง่าย มีการเกิดเสียงที่มั่นคง แต่อิเล็กโทนมีเสียงที่หลากหลายกว่าเปียโน จึงทำให้เด็กเรียนรู้เสียงของเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันและสามารถเลือกได้ในอนาคตว่าตัวเองอยากเล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหน

จากประสบการณ์ที่เห็นเด็กเล็กเข้ามาเรียนดนตรี เด็ก ๆ เริ่มจากการกำมือและทุบลงไปที่คียบอร์ดเนื่องจากเด็กยังคงใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อยู่ เพราะว่าการแยกประสาทของเด็กยังไม่ซับซ้อน แต่เมื่อเรียนไปเด็กสามารถแยกนิ้วเพื่อเล่นเปียโนตามตัวโน้ตแต่ละตัวได้ แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการทางปัญญาของลูกน้อยหรือ IQ ดีขึ้น โดยเราสามารถสังเกตได้จากการสั่งการของสมองที่ซับซ้อนขึ้นนั่นเอง

คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมเด็กสามารถจำโน้ตเพลงได้หลายหน้าเวลาที่ต้องไปแสดงดนตรีบนเวที แน่นอนว่าเมื่อเด็กเรียนดนตรี เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ที่จะอ่านโน้ตเพลง จากการวิจัยพบว่าการดูโน้ตเพลงเวลาฝึกซ้อมทำให้เด็กจดจำข้อมูลในลักษณะของรูปภาพและกราฟิก ซึ่งเป็นทักษะที่ติดตัวและช่วยในเรื่องของการเรียนในห้องเรียนได้อีกด้วย

คุณสันติภาพยังชี้ให้เห็นว่าอัจฉริยะบุคคลที่เรารู้จักอย่าง อัลเบิร์ต ไอสไตน์ สามารถเล่นไวโอลินได้เก่งมาก จากพื้นฐานดนตรีคลาสสิกที่เขามีนี่เองทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงคณิตศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย เพราะหากมองให้ลึกลงไปแล้วพื้นฐานของดนตรีคลาสสิกกับคณิตศาสตร์ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก

ส่วนด้านความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ ก็สามารถพัฒนาได้จากการแสดงออกที่ถูกต้องในห้องเรียน โดยเด็กจะรู้จักการเข้าสังคมผ่านการเรียนเป็นกลุ่มนั่นเอง

คุณสันติภาพเชื่อว่าคุณพ่อและคุณแม่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของลูก เนื่องจากคุณสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูก เพราะลูกไม่รู้ว่าเขาควรทำอะไร ควรเลือกเรียนอะไร ผู้ปกครองสามารถสังเกตว่าลูกชอบแนวไหน และชี้แนะแนวทางเหล่านั้น เมื่อลูกพยายามทำอะไรก็ตาม คุณก็ควรที่จะชมเชยลูกด้วยความจริงใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูก เมื่อลูกรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า ลูกจะตั้งใจทำต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณจะต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมของลูก โดยหาวิธีอย่างไรให้ลูกซ้อมหรือทำทุกวัน ถ้าลูกไม่ทำคุณจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรให้ลูกได้ซ้อมทุกวัน คุณอาจจะทำด้วยกัน เล่นด้วยกันก็ได้ หากคุณทำได้อย่างนี้รับรองว่าคุณได้สร้างพรสวรรค์ให้กับลูกของคุณแล้ว

พิเศษสุด ๆ สำหรับสมาชิก TheAsianparent Thailand คุณสามารถรับสิทธิให้ลูกเรียนดนตรีที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วานฟรี 1 เดือน สนใจติดต่อได้ที่ 02-550-0279

บทความใกล้เคียง: พัฒนาอีคิวลูกอย่างไรดี?

คุยกับพ่อแม่น้องบีโธเฟียน: นักเปียโนขั้นเทพวัย 9 ขวบ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!