คลิปสุดซึ้ง! แม่ได้ฟังเสียงหัวใจลูกชายที่เสียชีวิตอีกครั้ง

คลิปสุดซึ้ง! แม่ได้ฟังเสียงหัวใจลูกชายที่เสียชีวิตอีกครั้ง

สำนักข่าว CNN ได้เผยแพร่เรื่องราวสุดซึ้ง เมื่อ 'เฮเธอร์ คลากค์' ได้ยินเสียงหัวใจของ 'ลูคัส' ลูกชายเต้นอยู่ภายในร่างกายของเด็กหญิงอีกคน

แม่ฟังเสียงหัวใจลูก

ย้อนไปเมื่อปี 2013 เฮเธอร์ คลากค์สูญเสียลูกชาย (ลูคัส คลากค์) ไปเพราะถูกแฟนหนุ่มของพี่เลี้ยงทำร้าย  ครอบครัวจึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆ โดยหัวใจของลูคัสได้รับการเปลี่ยนถ่ายให้กับเด็กหญิงจอร์แดน สาวน้อยผู้เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งหลังจากได้รับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่ ทำให้จอร์แดนรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้

ก่อนหน้านี้ครอบครัวของเด็กหญิงผู้รับบริจาคกับครอบครัวของเฮเธอร์ คลากค์ ได้ติดต่อกันมาตลอด จนล่าสุดทั้งคู่ได้เดินทางมาพบกันที่โรงพยาบาลฟินิกซ์

ลูคัส หนูน้อยผู้บริจาคหัวใจ

และในครั้งนี้ เฮเธอร์ คลากได้มีโอกาสฟังเสียงหัวใจของลูกชายผู้ล่วงลับที่ยังคงเต้นอยู่ภายในร่างกายของเด็กหญิงจอร์แดน วินาทีอันสุดตื้นตันเหนือคำบรรยายนี้ ทำให้เฮเธอร์ คลากค์ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

โดยหลังจาก CNN โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ก็มีพูดถึงและถูกส่งต่อไปอย่างกว้างขวางในโลกสื่อสังคมออนไลน์

ชมคลิปสุดซึ้ง เมื่อแม่ได้ฟังเสียงหัวใจของลูกชายเต้นอีกครั้งหลังจากเสียชีวิต เตรียมทิชชู่ให้พร้อม เราเชื่อว่า คุณจะต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอน

Mom hears son's heartbeat after his deathA mom in Arizona donated her 18-month-old son's organs after he died. She recently met with the family of one of the lives he saved. cnn.it/1PaKTei*Editor's note: Lukas Clark was 7-months-old when he died. The original video post says he was 18-months-old at the time of his death.

Posted by CNN on Monday, February 1, 2016

ส่วนในประเทศไทย ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์สามารถติดต่อไปได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5 ถ.อังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 1666 (www.redcross.or.th/content/page/52) โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้คือ

  1. ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
  2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ
  3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
  4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
  5. อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
  6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
  7. กรุณาแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัวหรือญาติให้รับทราบด้วย

ที่มา manager, teenee

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

หนูน้อยผู้บริจาคอวัยวะหัวใจ ที่อายุน้อยที่สุด

สุดซึ้ง! ภายหลังการสูญเสีย พ่อแม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะลูกชายเพื่อช่วยให้อีก 5 คนได้มีชีวิตรอด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner