แม่ใจทราม! คลอดลูกแล้วทิ้งในถังขยะ แต่ยังมีบุญ..เศรษฐีขอรับไปเลี้ยง

น่าสงสารหนูน้อยแรกเกิด แม่แท้ๆ ไม่เหลียวแล คลอดลูกแล้วทิ้งถังขยะ ในห้องน้ำห้างที่อำเภอนางรอง ก่อนจะหลบหนีไปอย่างไม่ใยดี โชคดีเศรษฐีติดต่อขอรับเลี้ยงแล้ว

แม่ใจทราม! คลอดลูกแล้วทิ้งในถังขยะ แต่ยังมีบุญ..เศรษฐีขอรับไปเลี้ยง

หนูน้อยเคราะห์ร้ายโดนแม่แท้ๆ คลอดลูกแล้วทิ้งในถังขยะ พยาบาลแห่กันตั้งชื่อให้ ชื่อว่า น้องกอบสุข ไม่นานก็มีเศรษฐีใจบุญใน อ. นางรอง มาติดต่อขอรับไปอุปการะเลี้ยงดูแล้ว

 

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ทางศูนย์วิทยุตำรวจภูธรนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง พอถึงที่เกิดเหตุทารกคนนี้ถูกห่อด้วยถุงพลาสติกสีขาวอยู่ในถังขยะ ตามเนื้อตัวมีแต่คราบเลือดเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลนางรอง

จาการตรวจสภาพร่างกาย พบว่า ทารกแรกเกิดเป็นเพศชาย ผิวขาว ผมดก มีขนาดน้ำหนักตัวประมาณ 2,700 กรัม มีรอยข่วมตามใบหน้า และลำคอ แจ็งแรง สมบูรณ์ดี แต่มีอาการติดเชื้อที่ปอด และกระแสเลือดที่เกิดจากการสำลักน้ำคร่ำ เพราะทำคลอดเแงไม่ถูกวิธี

 

คลอดลูกแล้วทิ้งในถังขยะ

 

จากการสอบถามพนักงานทำความสะอาดของห้าง ชื่อ นางบุญเลี้ยง อายุ 58 ปี ได้ความว่า ตนทำความสะอาดปกติ แต่ก่อนหน้านี้ครึ่งชัวโมงมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ ใส่กางเกงขายาวสีดำ เข้าห้องน้้ำนานผิดปกติ พอได้เข้าไปในห้องน้ำก็ตกใจเพราะในถุงมีอะไรสั่นไหวอยู่ในถังขยะ จึงเปิดถุงดูปรากฎว่าเป็นเด็กทารก

 

ทั้งนี้พยาบาลในแผนกห้องเด็กแรกเกิด ได้ช่วยกันตั้งชื่อทารกน้อย โดยตั้งชื่อจริงว่า "น้องกอบสุข" เพราะอยากให้น้องได้กอบโกยความสุขเข้ามามากๆ และมีชื่อเล่นว่า "น้องลักกี้" จะได้โชคดี

ล่าสุด หลังจากตั้งชื่อได้มีเศรษฐีใจบุญใน อ.นางรอง ได้แจ้งความประสงค์จะขอรับทารกน้อยที่ถูกนำมาทิ้งไปอุปการะเลี้ยงดู  ขณะนี้ทางโรงพยาบาลกำลังดำเนินเรื่องดังกล่าวอยู่

 

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นางรอง คาดว่าคนที่นำเด็กทารกมาทิ้ง น่าจะเป็นแม่ของเด็กเอง ที่อาจจะเป็นวัยรุ่นหรือไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูก จึงตัดสินใจคลอดเองแล้วทิ้งไว้ในห้องน้ำ และคาดว่าแม่เด็กรายดังกล่าวอาจจะมีอาการตกเลือด ซึ่งก็จะได้ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลใกล้เคียง เพราะคาดว่าอาจจะไปรักษาอาการตกเลือด ทั้งนี้จะได้ประสานกับทางห้างเพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของแม่ใจยักษ์มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ที่มา: sanook

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ภาพให้นมแม่ ที่สวยงามที่สุดในปี 2017

5 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬา ความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างได้