คนท้อง-ทารกระวังดมฝุ่นกทม. เสี่ยงป่วย อาการกำเริบได้ง่าย

คนท้อง ทารก ผู้มีโรคประจำตัว กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ระวังอย่าออกจากบ้านช่วงนี้ สูดดมฝุ่น กทม. เสี่ยงป่วย! ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน

คนท้อง-ทารกระวังดมฝุ่นกทม. เสี่ยงป่วย อาการกำเริบ

คนท้อง-ทารกระวังดมฝุ่นกทม. เสี่ยงป่วย! เพราะสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเช้า วันที่ 24 มกราคม มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงเกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร และล่าสุด ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะ ผู้มีโรคประจำตัว ทารก เด็กเล็ก และคนท้อง

 

ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน

นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผอ.สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงเกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ว่า ด้วยสภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ ไม่มีแสงแดด และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมากและไม่เกิดการระบาย จึงมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานและมีผลกระทบต่อร่างกาย หลายๆคนจึงอาจมีอาการระคายคอ หายใจไม่สะดวก

ทั้งนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน จะมีค่าพุ่งสูงในช่วงปลายหนาวต้นร้อนในช่วงปลายเดือน ม.ค. จากสถิติตั้งแต่ปี 2558-2561 ก็มีค่าเกินมาตรฐานทุกปี แต่เป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้น

จากการตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกพื้นที่ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นบริเวณริมถ.อินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ตรวจวัดได้ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร สำหรับเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีเพียงแค่ 5 จุดเท่านั้น ในเขตบางนา วังทองหลาง ริมถนนพระรามสี่ ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี และริมถนนลาดพร้าว

 

ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อสูดดมฝุ่นละออง

สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน และไม่เกิน 2.5 ไมครอน หากมีค่าเกินมาตรฐานย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจะเกาะตัว หรือตกตัวได้ในส่วนต่าง ๆ ของระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้น ๆ เช่น เนื้อเยื่อปอด

หากได้รับในปริมาณมากหรือในช่วงเวลานาน จะสามารถสะสมในเนื้อเยื่อปอด เกิดเป็นผังผืดหรือแผลขึ้นได้ และทำให้การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้หลอดลมอักเสบ เกิดหอบหืดถุงลมโป่งพอง และโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจากติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

 

กลุ่มเสี่ยง ป่วยง่าย อาการป่วยกำเริบ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง คือผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่

  1. โรคระบบทางเดินหายใจ
  2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. โรคเยื่อบุตาอักเสบ
  4. โรคผิวหนัง

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว หรือคนที่สูบบุหรี่จัด ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการกำเริบได้ง่ายจากการสูดดมฝุ่นขนาดเล็ก

 

วิธีป้องกันคือควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ รวมทั้งต้องดูแลตัวเอง ผู้ใหญ่ในบ้าน และลูกหลาน ดังนี้

  1. ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว หรือกลุ่มเสี่ยง ควรอยู่ภายในบ้าน
  2. บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรปิดประตูหน้าต่างป้องกันฝุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำทำม่านปิดกั้นฝุ่น
  3. หากต้องเผชิญกับฝุ่นละออง ใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดปิดจมูกและปาก
  4. เลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ นอกจากนี้ การทำงานหนัก ออกแรงมาก ๆ จะทำให้หายใจเร็ว จนร่างกายรับฝุ่นละอองมาก
  5. ดื่มน้ำมาก ๆ และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  6. ไม่เผาขยะ โดยเฉพาะขยะที่เป็นสารพิษ เช่น พลาสติก ยางรถยนต์
  7. หากลดการใช้รถยนต์ได้ยิ่งดี เพื่อไม่ให้ไปเพิ่มมลพิษ

ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ทารก เด็กเล็ก และกลุ่มเสี่ยง ต้องดูแลเป็นพิเศษ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ทานยาให้ครบ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมอากาศที่มีฝุ่นละออง หากมีอาการทรุดลง ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

ทารกหรือเด็กเล็กเสี่ยงป่วย หรืออาการกำเริบ

สำหรับทารกหรือเด็กเล็ก ที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น

  • โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ
  • โรคปอดเรื้อรัง
  • โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • โรคหอบหืด

ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง เด็กเล็กไม่จำเป็นไม่ควรออกจากบ้าน

คนท้องต้องระวังป่วย!

ลักษณะของคนท้อง การเปลี่ยนแปลงร่างกายช่วงท้อง ต้องการออกซิเจนเยอะกว่าปกติ การทำงานของปอดก็อาจจะไม่ค่อยปกติ หากสัมผัสหรือสูดดมฝุ่นละอองมาก ๆ ก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้น แม่ท้องต้องดูแลตัวเองมาก ๆ นะคะ

ทางที่ดี กลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงในบริเวณที่มีมลภาวะเยอะ เช่น บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ถนนใหญ่ หรือใกล้โรงงานอุตสากรรม พ่อแม่ไม่ควรพาทารกหรือเด็กเล็กออกนอกบ้านในช่วงนี้ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น ส่วนคนท้องยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดี ถ้าต้องออกไปข้างนอกควรสวมใส่หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันได้ส่วนหนึ่งค่ะ

ที่มา : https://www.matichon.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงดูทารก จากประสบการณ์กุมารแพทย์

คนท้องดมควันบุหรี่ ระวังลูกตายในท้อง ไม่ก็เกิดมาพิการ

ท้องเสีย โรต้าไวรัส เป็นเหตุ! แม่ต้องกำจัดผ้าอ้อมให้ถูกวิธี ทำความสะอาดห้องน้ำให้เอี่ยม