คนท้องทำฟันได้ไหม

lead image

คำถามที่แม่ท้องสงสัย คนท้องทำฟันได้ไหม ขูดหินปูน อุดฟันได้หรือเปล่า ลูกจะแย่งแคลเซียมทำให้แม่ท้องฟันผุจริงหรือ หากปล่อยให้ฟันผุจะส่งผลต่อลูกในท้องหรือไม่ เรามีคำตอบค่ะ

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 2 เดือนขึ้นไป ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณเหงือกมากกว่าปกติ เหงือกจึงอักเสบได้ง่าย และมักจะอักเสบมากกว่าปกติ ในแม่ท้องอาจเป็นโรคเหงือกได้ตั้งแต่ระดับเหงือกอักเสบธรรมดา ไปจนถึงโรคปริทันต์หรือรำมะนาด คือเหงือกอักเสบร่วมกับเอ็นยึดปริทันต์ เคลือบรากฟัน และกระดูกเบ้าฟันการอักเสบ

จากรายงานการวิจัยพบว่า แม่ท้องที่เป็นโรคปริทันต์มีความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะคลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ หรือเกิดการแท้งได้มากกว่าปกติถึง 7 เท่า

นอกจากนี้ยังพบโรคในช่องปากอื่นๆ ในแม่ท้อง อาทิ

  • ฟันกร่อนเนื่องจากกรดที่ออกมากับอาเจียนระหว่างแพ้ท้อง
  • ฟันผุจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป
  • การเปลี่ยนแปลงของกระดูกเบ้าฟันที่เกิดจากฮอร์โมน และปริมาณหินปูนที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์และฟันโยกมากกว่าปกติ
  • เกิดโรคเหงือกอักเสบเนื่องจากฮอร์โมนและคราบจุลินทรีย์ชนิดเนื้องอก (pregnancy tumors หรือ pyogenic granulama) ในไตรมาสที่ 2 และ 3
  • โรคฟันผุที่มีการลุกลามทะลุโพรงประสาทฟันจนถึงอวัยวะรองรับรากฟัน

แม่ท้องฟันผุเพราะลูกดึงแคลเซียมจากแม่ไปสร้างกระดูกและฟันของลูกจริงหรือ?

เป็นเรื่องที่พูดกันมานานว่า ที่แม่น้องเสียวฟัน ปวดฟัน และฟันผุนั้นเป็นเพราะลูกดึงเอาแคลเซียมไปจากแม่ ความจริงแล้วแคลเซียมจากฟันไม่สามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปสร้างกระดูและฟันของลูกน้อยได้ ถ้ามีความต้องการแคลเซียมมาก ลูกจะดึงแคลเซียมจากกระดูกของแม่ไปใช้ก่อน

สาเหตุที่แม่ท้องฟันผุง่ายและบ่อย ก็เพราะว่าแม่ท้องมักหิวบ่อย ทำให้กินบ่อย กินบ่อย กินจุบจิบ กินอาหารรสจัด เช่น กินของเปรี้ยวๆ เพื่อลดอาการแพ้ท้องเป็นต้น ทำให้ฟันของคนท้องสัมผัสกับอาหารบ่อยขึ้น เศษอาหารติดตามซอกฟัน มีกรดเพิ่มขึ้น จึงเกิดการกัดกร่อนของฟัน เป็นสาเหตุให้ฟันผุง่าย

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้เหงือกบวมแดง อักเสบและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน คุณแม่ท้องจึงไม่ค่อยกล้าแปรงฟัน ทำให้แปรงไม่ทั่ว ไม่สะอาดเพียงพอ จนเกิดแผ่นคราบจุลินทรีย์ติดตามคอฟัน สะสมนานเข้ากลายเป็นหินปูน ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่าย

ดังนั้นหากคุณแม่ฟันผุ จะโทษลูกว่าแย่งแคลเซียมไปไม่ได้นะคะ เป็นที่พฤติกรรมการกิน และการแปรงฟันไม่สะอาดของคุณแม่เองต่างหากค่ะ

แม่ท้องควรดูแลช่องปากและฟันอย่างไร คลิกหน้าถัดไป

การดูแลช่องปากและฟันสำหรับแม่ท้อง

คุณแม่ท้องสามารถป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบในระหว่างตั้งครรภ์ได้ดังนี้

  • หลีกเหลี่ยงอาหารรสจัด
  • กินผลไม้แทนขนมหวาน
  • ลดการดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลม
  • งดน้ำชา กาแฟ
  • แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร หรือใช้ไหมขัดฟัน หรืออย่างน้อยควรบ้วนปากหลายๆ ครั้ง ให้เศษอาหารหลุดออกจากซอกฟัน เพื่อลดปริมาณกรดในช่องปากให้น้อยลง

แม่ท้องจำเป็นต้องรับประทานอาหารเพื่อบำรุงฟันเป็นพิเศษหรือไม่

คุณแม่ท้องจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการกินเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอต่อการเสริมสร้างร่างกายของลูกน้อย โดยเฉพาะการนำไปสร้างฟัน

ดังนั้น ระหว่างตั้งครรภ์แม่ท้องควรเพิ่มอาหารพวก โปรตีน จาก เนื้อสัตว์ นม ไข่ เพิ่ม ผักและถั่ว ลดขนมหวาน ทานผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้แทน เพื่อให้ได้รับโปรตีน และแร่ธาตุครบถ้วน ซึ่งหากได้รับไม่เพียงพอ อาจจะทำให้หน่อฟันของลูกไม่แข็งแรง โดยพบว่า ถ้าระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ขาดสารอาหารประเภทโปรตีน หรือลูกน้อยมีอาการขาดสารอาหาร จะทำให้ฟันขึ้นช้ากว่าปกติ นอกจากนี้ คุณแม่ท้องและแม่ที่ให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มเตตร้าซัยคลิน เพราะจะทำให้ฟันของลูกน้อยเป็นสีน้ำตาล ขัดไม่ออก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/11/คนท้อง ทำฟัน.jpg คนท้องทำฟันได้ไหม

คนท้องทำฟันได้ไหม

แม่ท้องหลายคนยังมีความเข้าใจผิด คิดว่าคนท้องทำฟันไม่ได้ ความจริงแล้ว ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถทำฟันได้ตลอดเวลา แต่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนก่อนตั้งครรภ์ มาดูกันว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมต่อการทำฟันของแม่ท้อง

ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก คุณแม่อาจมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน หากต้องอ้าปากทำฟันนานๆ อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น หากคุณแม่ไม่ได้มีอาการแพ้ท้องก็สามารถทำฟันได้ เพียงแต่ควรบอกทันตแพทย์ด้วยว่าตั้งครรภ์อยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์

ตั้งครรภ์ไตรมาสสอง ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะต่อการทำฟันมากที่สุด เนื่องจากพ้นระยะแพ้ท้องมาแล้ว สภาพจิตใจและอารมณ์ของแม่ท้องดีขึ้น ไม่แปรปรวนง่ายเหมือนในช่วงแรก หากคุณแม่จะทำฟันหรือรักษาฟัน ควรไปพบทันตแพทย์ในช่วงนี้ค่ะ

ตั้งครรภ์ไตรมาสสาม เนื่องจากท้องคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้นมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย การนอนหงายเพื่อทำฟันนานๆ อาจทำให้รู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก รวมถึงไม่สะดวกต่อการทำงานของทันตแพทย์ แต่หากจำเป็นก็สามารถทำได้ ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

คุณหมอฟันดูแลฟันแม่ท้องอย่างไรได้บ้าง

การรักษาฟันสำหรับแม่ท้องนั้น ทันตแพทย์จะเน้นรักษาแบบทันตกรรมป้องกัน เช่น การขูดหินปูน เคลือบฟลูออไรด์ รวมถึงการอุดฟัน ครอบฟันในบริเวณที่จำเป็น เพื่อลดอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ปวดฟัน เหงือกบวม เป็นถุงหนองที่ปลายรากฟัน ฟันโยก เป็นต้น

หากต้องมีการเอ็กซเรย์ฟัน หรือฉีดยาชา จะมีผลกระทบต่อลูกในครรภ์หรือไม่

จากข้อมูลของ American College of Radiology ปริมาณรังสีที่ใช้ หรืออาจได้รับในการเอ็กซ์เรย์แต่ละครั้งน้อยมาก ซึ่งไม่ส่งผลต่อความพิการของทารกในครรภ์ จึงไม่ควรกังวลจนเกินไป แต่ถึงแม้ปริมาณรังสีที่ได้รับจะน้อยมาก แต่ก็ไม่ควรได้รับถ้าไม่จำเป็น ในกรณีที่จำเป็นต้องทำ คุณหมอจะช่วยป้องกันคุณแม่โดยการใส่ Shield ซึ่งเป็นการใช้แผ่นตะกั่วคลุมท้องเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง  ส่วนในเรื่องการใช้ยาชาเป็นยาเฉพาะที่ Xylocaine หรือ  Lidocaine เป็นยาในกลุ่ม บี (Category B) สามารถใช้ได้ ยังไม่มีรายงานถึงผลของยาชาเฉพาะที่ต่อทารกในครรภ์ไม่เป็นอันตรายต่อลูกในท้อง แต่ใช้น้อยที่สุดจะดีที่สุด

รู้อย่างนี้แล้ว คุณแม่ท้องอย่ามองข้ามการดูแลรักษาฟันอย่างถูกวิธีนะคะ หากมีอาการปวดฟันควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาและแนวทางการรักษา เพราะหากปล่อยให้ฟันผุมากๆ หรือเป็นหนองในรากฟัน อาจติดเชื้อลุกลามในช่วงใกล้คลอด อาจส่งผลต่อลูกน้อยที่จะเกิดมาได้ค่ะ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

3 ประโยชน์สุดเริ่ดจากยาสีฟัน ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

วิธีทำให้ฟันขาวด้วยตัวเอง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!