ทำไมคนท้องต้องกินโฟเลต โฟลิค ข้อเสียของ โฟลิค ที่แม่ท้องต้องรู้

ร่างกายได้รับอะไรที่มากเกินไป ย่อมเกิดผลเสียทั้งนั้น แม้กระทั่งได้รับโฟลิคตอนท้องที่มากเกินไป ก็ทำให้เกิดผลเสียได้เช่นกันค่ะ

คนท้องกินโฟเลต โฟลิก บำรุงครรภ์

คนท้องกินโฟเลต โฟลิก บำรุงครรภ์ทุกวัน ดีอย่างไร ความแตกต่างของ โฟลิค โฟเลต คืออะไร แม่ท้องต้องกินวิตามินเสริมอะไรบ้างระหว่างตั้งครรภ์

 

โฟเลต โฟลิค เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

โฟลิก หรือ โฟลิค เป็นสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี ที่ละลายได้ในน้ำ ซึ่งกรดโฟลิคและโฟเลตนั้นคือวิตามินตัวเดียวกัน (วิตามินบี 9) แตกต่างกันตรงที่ กรดโฟลิค คือชื่อเรียกของวิตามินบี 9 ที่ได้มาจากการที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น แต่โฟเลตคือชื่อเรียกของวิตามินบี 9 ที่ได้รับจากอาหารตามธรรมชาติ

 

โฟลิค มีในอาหารอะไรบ้าง

อย่างที่บอกไว้ว่า โฟเลตคือชื่อเรียกของวิตามินบี 9 ที่ได้รับจากอาหารตามธรรมชาติ ดังนั้น มาดูอาหารโฟเลต 10 อย่าง ที่คนท้องต้องรู้กันค่ะ

  • ถั่วเลนทิลต้ม ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 180 ไมโครกรัม
  • กระเจี๊ยบมอญต้ม ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 134 ไมโครกรัม
  • หน่อไม้ฝรั่งสุก 6 หน่อ มีปริมาณโฟลิก = 132 ไมโครกรัม
  • ผักปวยเล้งสุก ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 130 ไมโครกรัม
  • ถั่วแดง ½ มีปริมาณโฟลิก = 114 ไมโครกรัม
  • อะโวคาโดสดขนาดกลาง ½ ผล มีปริมาณโฟลิก = 80 ไมโครกรัม
  • น้ำส้มคั้นสด 1 แก้ว มีปริมาณโฟลิก = 80 ไมโครกรัม
  • ข้าวโพดนึ่งฝักใหญ่ 1 ฝัก มีปริมาณโฟลิก = 55 ไมโครกรัม
  • บร็อกโคลี่สุก ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 52 ไมโครกรัม
  • สัปปะรดศรีราชา 100 กรัม มีปริมาณโฟลิก = 54 ไมโครกรัม

 

โฟเลต ไอโอดีน ธาตุเหล็ก สำคัญกับแม่ท้อง

โฟเลต

ช่วยสร้างเซลล์ประสาทในสมอง และไขสันหลังของลูก ถ้าขาดโฟเลต ลูกอาจพิการแต่กำเนิด

ไอโอดีน

สารจำเป็นต่อการทำงานของเซลล์สมอง ถ้าขาดไอโอดีน มีผลต่อพัฒนาการของสมองตั้งแต่ในท้องแม่

ลูกอาจ…ปัญญาอ่อน

ธาตุเหล็ก

ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงให้ลูก ถ้าแม่ได้รับธาตุเหล็กดี ลูกจะมีธาตุเหล็กสะสมในตัวมากพอจนถึงหลังเกิด

ลูกเกิดครบกำหนด ก็ไม่ต้องเสริมธาตุเหล็กขณะกินนมแม่

 

แคลเซียม ยาบํารุงเลือด กินยังไงไม่ให้ตีกัน

ยาเสริมธาตุเหล็กกับแคลเซียมมีอันตรกิริยา หรือภาษาทั่ว ๆ ไปเรียกว่าตีกันนั่นเอง จึงควรเลี่ยงปฎิกิริยาระหว่างยาทั้งสองได้โดยรับประทานห่างกันประมาณ 2 ชั่วโมง หรือทานแยกมื้อกันไปเลยก็ได้ค่ะ เช่น

ถ้าคุณแม่ลองทานยาเสริมธาตุเหล็กก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วไม่คลื่นไส้ ก็ให้ทานก่อนอาหารมื้อเช้าไปได้ก็ดีค่ะ เพราะธาตุเหล็กจะดูดซึมดีที่สุดตอนท้องว่าง แต่ถ้าคลื่นไส้ก็เปลี่ยนไปทานหลังอาหารจะช่วยได้ค่ะ หากทานตามด้วยผลไม้ เช่น ส้มยิ่งดีค่ะเพราะวิตามินซีช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก แล้วคุณแม่ก็ค่อยกินแคลเซียมพร้อมหรือหลังอาหารมื้อกลางวันหรือเย็น ดื่มน้ำตามมากๆ หน่อยนะคะคุณแม่ เพราะจะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องผูก จากแคลเซียมค่ะ

 

อ่านข้อเสียของ โฟลิค ที่แม่ท้องต้องรู้ หน้าถัดไป

กินโฟลิควันละกี่เม็ด

ข้อดีของการที่ร่างกายคุณแม่ได้รับกรดโฟลิคหรือโฟเลต หรือวิตามินที่อยู่ในกลุ่มของวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำนั้น มีอยู่มาก

คนท้องจึงต้องกินโฟลิคทุกวันเป็นประจำค่ะ โดยปริมาณที่แม่ท้องควรกินคือ 0.4 มิลลิกรัม หรือ 400 ไมโครกรัม วิตามินโฟเลต หรือโฟลิกแอซิด ควรกินทุกวัน วันละ 1 เม็ด อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์จนถึงอายุครรภ์ 3 เดือน สำหรับประโยชน์ของโฟลิคนั้นมีดังนี้

 

โฟลิคช่วยลดโรคของเด็กทารก

  • ลดความเสี่ยงที่ลูกจะมีความพิการตั้งแต่เกิด ของอวัยวะ ระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ลดภาวะผิดปกติของเส้นประสาท (หลอดประสาทไม่ปิด)
  • ลดความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด
  • ลดความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นปากแหว่งเพดานโหว่
  • ลดความเสี่ยงที่รกจะผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์
  • ลดความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกหลานเหลน (Folic acid deficiency can affect the health of great, great grandchildren)

 

ข้อเสียของ โฟลิค ที่แม่ท้องต้องรู้

เรื่องเล่าจากคุณหมอ: โรคภูมิแพ้

ได้รับมากเกินไปก็มีผลเสีย

มีผลงานวิจัยว่าถ้าคุณแม่ได้รับกรดโฟลิคมากเกินไป อาจทำให้เด็กทารกมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคออทิสติก และหากลูกเป็นเด็กผู้หญิงก็จะเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานด้วยละค่ะ

 

เสี่ยงเป็นออทิสติก

งานวิจัยจาก Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health พบว่าหากคุณแม่มือใหม่ได้รับวิตามินบี12 ที่มากเกินไป ลูกจะมีความผิดปกติของออทิสติกสเปกตรัมมากถึง 17.6 เท่า และทารกเพศชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิงถึง 5 เท่า โดยเป็นการวิจัยโดยการวิเคราะห์จากข้อมูลของแม่และลูกจำนวน 1,391 คู่ ที่มีการคลอดจากปี 1998-2013 และทำการติดตามผลต่ออีกหลายปี

องค์กรอนามัยโลกหรือ WHO ได้กำหนดประมาณที่คุณแม่ควรจะได้รับกรดโฟลิคไว้ที่ 13.5-45.3 นาโนโมลต่อลิตรในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่ที่มีลูกเป็นออทิสติกนั้น ปริมาณโฟเลตในเลือดมีมากกว่า 59 นาโนโมลต่อลิตร

ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าคุณแม่ได้รับกรดโฟลิคจากวิตามินหรืออาหารเสริมมากเกินไป หรืออาจจะเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติของยีนส์คุณแม่ที่ทำให้เมตาบอลิซึมทำงานได้ช้า ร่างกายดูดซึมได้ดีเกินไป หรือหลายปัจจัยรวมกัน

 

ทารกชันคอ

เสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

งานวิจัยของ Faculty of Medicine of the University of Porto และ Catholic University of Portugal ที่ได้ทำการทดลองกับหนู พบว่าแม่ที่ได้รับโฟลิคมากเกินไป จะทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนอดิโพเนคทิน (Adiponectin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวานและโรคอ้วน

และเนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวมีความบกพร่องในเรื่องของหลอดประสาท องค์กรอนามัยโลกจะแนะนำให้ได้รับโฟลิคในปริมาณมากกว่าปกติถึง 10 เท่า หรือในปริมาณ 5 มิลลิกรัม จากปริมาณที่แนะนำปกติ 0.4 มิลลิกรัม จึงอาจจะเป็นไปได้ว่าคุณแม่ในกลุ่มนี้หากทารกในครรภ์เป็นเพศหญิง อาจจะมีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นเบาหวานและโรคอ้วนค่ะ

การกินอย่างเหมาะสมตามโภชนาการที่ดี การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนควรทำนะคะ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ เพราะวิตามินเสริมที่ทานเข้าไปมากเกินพอดี ใช่ว่าจะดีเสมอไป ควรทำตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด อย่าซื้อวิตามินเสริมมาทานเยอะ ๆ ด้วยตัวเองนะคะ

ที่มา sciencedailysciencedaily

ParentTown

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ตกเลือดตอนท้องอ่อน เรื่องเสี่ยงแท้ง ที่แม่ท้องต้องระวัง

10 สุดยอดอาหารเสริมพัฒนาการด้านสมองลูก

ของไหว้เจ้า คนท้องกินของไหว้ได้ไหม ถือกันมั้ย?