ข่าวลูกครึ่งตกตึก อุทาหรณ์พ่อแม่ ทิ้งลูกอยู่ลำพัง ต้องสอนทักษะความปลอดภัย

ข่าวลูกครึ่งตกตึก อุทาหรณ์พ่อแม่ ทิ้งลูกอยู่ลำพัง ต้องสอนทักษะความปลอดภัย

ทักษะความปลอดภัย บทเรียนสำคัญที่ต้องสอนลูก เมื่อจำเป็นต้องทิ้งลูกอยู่ลำพัง

ข่าวลูกครึ่งตกตึก

ข่าวลูกครึ่งตกตึก ข่าวคราวสุดสะเทือนใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อ 4 พี่น้องลูกครึ่ง พลัดตกตึกลงมา เป็นเหตุให้น้องชายคนสุดท้องเสียชีวิต พี่ ๆ อีก 3 คน บาดเจ็บสาหัส สร้างความเศร้าโศกเสียใจ แก่พ่อแม่ ญาติมิตร หรือแม้แต่คนที่อ่านข่าว

 

หลาย ๆ ครอบครัว ไม่มีเวลาดูแลลูกได้ตลอดเวลา เรื่องนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญ เรื่องการสอนทักษะความปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ

สำหรับเรื่องนี้ ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลงข่าวบทเรียนกรณีเด็กตกตึก ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพิเคราะห์ถึงการประเมินสถานการณ์การให้เด็กอยู่บ้านตามลำพัง พ่อแม่จะประเมินสถานการณ์อย่างไรเมื่อเด็กต้องอยู่คนเดียว รวมถึงหน่วยงานใดที่มีหน้าที่ช่วยเหลือเด็กลักษณะนี้

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โดยหลักการแล้วเด็กจะสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองเมื่ออายุประมาณ 12 ปี แต่เด็กต้องได้รับการฝึกฝน ได้รับการสอน จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและได้รับการประเมินแล้วว่าสามารถอยู่ได้ตามลำพัง โดยต้องฝึกเด็กตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป มีการฝึกการทดสอบการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงกรณีฉุกเฉินด้วย ซึ่งเป็นลักษณะเด็กอยู่คนเดียว (Home Alone)

 

ข่าว 4 ลูกครึ่งตกตึก

กรณีเด็ก 4 คนที่เป็นข่าวไม่ใช่ลักษณะเด็กอยู่คนเดียว แต่เด็กที่เป็นพี่คนโตวัย 11 ปี ต้องดูแลน้องอีก 3 คน คุณตาเล่าว่า เหตุน่าจะเกิดจากพี่คนโตช่วยแม่ล้างจานอาจทำจานตกลงไปก่อน และจะเก็บจานอาหารที่ทำตกลงไป ทำให้พลัดตก น้องอีก 3 คนก็พยายามที่จะช่วยเหลือพี่ทำให้ตระข่ายรับน้ำหนักไม่ได้ หากพี่ไม่เก็บจานหรือน้องใช้วิธีการเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย เหตุการณ์ทั้งหมดอาจะไม่เกิดเช่นนี้ จึงแสดงให้เห็นว่าเด็กอยู่คนเดียวหรือเด็กที่ต้องดูแลน้องโดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่ ต้องมีทั้งวุฒิภาวะ และต้องได้รับการฝึกฝน

ทั้งนี้ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก ได้จัดทำโครงการทักษะความปลอดภัยที่แบ่งตามอายุของเด็ก 10 ทักษะความปลอดภัยที่เด็กต้องเรียนรู้ในโรงเรียน โดยพฤติกรรม Home Alone จะเริ่มสอนตอนอายุ 10 ปี ให้เด็กเรียนรู้เรื่องการตัดสินใจ การแก้ปัญหาฉุกเฉิน การถูกล่อลวง เป็นต้น ฉะนั้น เหตุฉุกเฉินมีอีกหลายกรณีไม่ใช่เรื่องเด็กตกตึกเท่านั้น ดังนั้น ต้องช่วยกันสร้างแนวคิดให้สังคมหันมาสนใจ โดยต้องยกระดับความรู้สึกร่วมรับผิดชอบให้เพิ่มขึ้น

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 หมวด 2 มาตรา 25 กำหนดว่าผู้ปกครองต้องไม่กระทำการละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม โดยผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ประเด็นนี้สำคัญมาก และขณะนี้ มีหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือคือ บ้านพักเด็กซึ่งมีครบทุกจังหวัด แต่ไม่เพียงพอรองรับได้ไม่หมด ดังนั้น สิ่งที่พยายามเรียกร้องคือ การคุ้มครองเด็กระดับท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้ท้องถิ่น ชุมชน ไม่ต้องส่งเด็กมาที่บ้านพักเด็กซึ่งมีเพียง 1 แห่งต่อ 1 จังหวัด จึงต้องมีการผลิตนักพัฒนาเด็กและครอบครัวชุมชนให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาศูนย์เด็กบ้านหลังเรียน พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สามารถรองรับเด็กได้ ลักษณะเหมือนโรงเรียนประจำ และใช้พื้นที่ในชุมชนเช่นพื้นที่โรงเรียนเพื่อเป็นศูนย์ในการดูแลเด็กกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงวันหยุด ช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนาเพื่อขยายงานในการคุ้มครองเด็กของบ้านพักเด็กให้ลงถึงชุมชนได้

"หน่วยงานที่มีหน้าที่ตาม พรบ. คุ้มครองเด็ก จะต้องมีข้อมูลให้พ่อแม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งในความเป็นจริงมีอยู่แล้ว แต่พ่อแม่ไม่ไปขอความช่วยเหลือ แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ยังขาดความชัดเจนต่อสังคมไทย เนื่องจากกรณีเด็ก 4 คน ควรจะถูกค้นพบปัญหาได้ตั้งแต่เพื่อนบ้าน ไม่ใช่เห็นว่าพี่เป็นเด็กดีสามารถดูแลน้องได้ ซึ่งในความเป็นจริงเด็กอายุ 11 ปี ไม่ควรดูแลน้องถึง 3 คน ตามลำพัง เพื่อนบ้านต้องโทรแจ้ง 1300 เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือ โรงเรียนที่มีกระบวนการเยี่ยมบ้านเด็ก เมื่อครูพบว่าเด็กนักเรียนของตนเองอายุ 11 ปี ต้องอยู่บ้านตามลำพังข้ามคืน โดยต้องดูแลน้องถึง 3 คนและยังดูแลน้องที่มีเด็กอายุต่ำสุด 5 ขวบอีก ครูต้องไปเยี่ยมบ้านและต้องตัดสินใจให้การช่วยเหลือเด็ก"

การลงสำรวจพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็ก และรวมถึงโรงเรียนที่มีกระบวนการให้ครูเยี่ยมบ้านเด็ก มีความจำเป็นมากเมื่อพบเด็กอยู่คนเดียวตามลำพัง ต้องดูแลน้องตามลำพังกลางคืน หรือเพื่อนบ้านต้องโทรแจ้ง 1300 เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ต้องจัดการวิเคราะห์ปัญหาจะให้การช่วยเหลืออย่างไร

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th

ภาพ : https://www.thairath.co.th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แม่แจ้งจับแอดมินเพจสร้างข่าวปลอม ใช้รูปลูกเรียกยอดแชร์ กุเรื่องหาว่าโดนพ่อเลี้ยงตี

ข่าวพี่เลี้ยงโหดล่าสุด พี่เลี้ยงเด็กทำร้าย ทุบ ต่อย เพื่อให้เด็กหยุดร้อง

ท้อง 6 เดือน ลูกเสียชีวิต แม่โพสต์อุทาหรณ์ ต้องเชื่อสัญชาตญาณความเป็นแม่

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner