ขวดนมและจุกนมของลูกควรเปลี่ยนตอนไหน รู้ไหมว่า แค่ล้างแล้วใช้ยาวๆไม่พอนะ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เพราะสิ่งของแต่ละอย่าง เมื่อหมดอายุแล้ว คุณภาพของมันก็จะเสื่อมลงไปด้วยเช่นกัน

ขวดนมและจุกนมของลูกควรเปลี่ยนตอนไหน

ของใช้แต่ละอย่างนั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีอายุการใช้งานเสมอ ขวดนมและจุกนมลูกก็เช่นกัน เรามาดูกันว่า ขวดนมและจุกนมของลูกควรเปลี่ยนตอนไหน

อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนม

ขวดนมและจุกนมของลูก

อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนม

ขวดนม

อายุการใช้งานของขวดนมนั้น จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลรักษา แต่โดยโดยปกติแล้ว ขวดนมทั่วไป หลังจากที่มีการผลิตออกมาแล้วยังไม่มีการใช้งาน จะมีอายุเสื่อมสภาพอยู่ที่ประมาณ 3 ปีครับ

แต่สำหรับขวดนมที่นำมาให้ลูกใช้กินนมแล้ว ถ้าเป็นขวดนมสีขาวใสทั่วไป ก็อาจจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน หรือถ้าเป็นขวดนมสีชา หรือสีน้ำผึ้ง ก็อาจจะใช้ได้นานหน่อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดของขวดนม และสภาพการใช้งานด้วยนะครับ

ยิ่งถ้าใช้อยู่ขวดเดียว โดนความร้อนจากการทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็อาจทำให้ตัวเลขข้าง ๆ ขวดจางลง หรือขวดนมมีการชำรุดเปลี่ยนแปลง เช่น บิดเบี้ยว มีรอยร้าว มีสีขุ่นลง ไม่ใสเหมือนเดิม หรือมีรอยขีดข่วนมาก ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นแบบนี้ นั่นก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วล่ะครับ

  • ขวดนมสีขาวใส หรือ ขาวขุ่น ทนความร้อนได้ 100องศา มีอายุการใช้งาน6เดือน แต่ถ้ามีรอยขีดข่วนควรเปลี่ยนก่อน 6 เดือน
  • ขวดนมสีชา หรือสีน้ำผึ้ง ทนต่อความร้อนได้ประมาณ 180องศา ซึ่งจะทนทานกว่าขวดนมสีขาวใส มีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี แต่ถ้ามีรอยขีดข่วน หรือชำรุด ก็ควรเปลี่ยนก่อน 2 ปีนะครับ

จุกนม

จุกนมนั้น ควรที่จะเปลี่ยนตามช่วงวัยของลูกน้อย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภท สภาพการใช้งาน คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการเก็บรักษาทำความสะอาดครับ แต่ถ้าหากจุกนมเริ่มบวม เนื้อยางเริ่มนิ่ม หรือจุกนมมีการเปลี่ยนสี เช่นสีซีดจางลง ก็แสดงว่าจุกนมเริ่มเสื่อมสภาพแล้วนะครับ เปลี่ยนใหม่ให้ลูกน้อยได้เลย

  • จุกนมยาง ทนความร้อนได้ 100องศา มีอายการใช้งานประมาณ 3 เดือน และควรเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 เดือนครับ
  • จุกนมซิลิโคน จะมีความยืดหยุ่นดีกว่าจุกนมยาง และทนทานกว่า ทนความร้อนได้ประมาณ 120 องศา โดยควรเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือนครับ

สัญญาณเตือนจุกนมเสื่อม

จุกนมของลูกนั้น จะมีอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดและการใช้งานของเราดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นตรวจดูสภาพของจุกนมอยู่เสมอนะครับ ถ้าจุกนมมีอาการแบบนี้ ก็อาจจะถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนได้แล้ว

1. น้ำนมไหลออกมาเป็นสาย หรือไหลออกมาไม่สม่ำเสมอ

ปกติแล้ว น้ำนมจะไหลออกมาเป็นหยด ถ้าเมื่อไหร่ที่ไหลออกมาเป็นสายล่ะก็ แสดงว่าจุกนมเสื่อสภาพ เพราะรูจุกนมนั้นใหญ่เกินไป

2. จุกยางเสื่อม บางลง เสียรูปทรง

เมื่อใช้ไปนาน ๆ หรือผ่านการต้มฆ่าเชื้อโรคบ่อย ๆ ยางจะบางลงและเสียรูปทรงได้ ซึ่งวิธีทดสอบคุณภาพจุกยางง่าย ๆ ทำได้โดยการดึงจุกนม ออกมาตรง ๆ แล้วก็ปล่อย ถ้าจุกนมหดกลับสู่สภาพเดิม ก็แสดงว่ายังใช้ได้ แต่ถ้าไม่กลับไปอยู่ในรูปเดิม ก็ควรเปลี่ยนใหม่นะครับ

3. สีซีด จุกนมบวม

คุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตสีของจุกนมดูนะครับ เมื่อไรที่สีซีดลง จุกนมบวม เนื้อยางบวมนิ่ม เวลาที่ลูกดูด จุกนมจะแบนจนน้ำนมไม่ไหล นั่นก็แสดงว่าเสื่อมสภาพแล้วนะครับ

4. จุกนมมียางแตกหรือขาด

ถ้าพบว่าจุกนมมียางแตกหรือขาด ต้องเลิกใช้ทันทีนะครับ เพราะอาจจะมีเศษยางหลุดปนเข้าไปในปากลูกได้ หากลูกดูดนมแล้วมีเศษยางเข้าไปติดหลอดลม ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ ป้องกันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยจะดีที่สุดครับ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ประโยชน์ของขวดนม สีชา ดีกว่าขวดนมอื่นยังไงนะ

แผ่นป้องกันหัวนม คืออะไร ควรใช้หรือไม่ระหว่างให้นมลูก?

ปั๊มนมอย่างไรให้ได้น้ำนม ไม่ต้องกลัวลูกไม่พอกิน

parenttown

การให้นมแม่ คำแนะนำในการให้นมแม่ เตรียมตัวเป็นแม่