อุทาหรณ์! พ่อแม่ ขลิบจู๋ ให้ลูกวัยเพียง 5 เดือน สุดท้ายลูกหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต!

อุทาหรณ์! พ่อแม่ ขลิบจู๋ ให้ลูกวัยเพียง 5 เดือน สุดท้ายลูกหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต!

อุทาหรณ์ พ่อแม่ ขลิบจู๋ ให้ลูกเอง แต่ทำพลาด จนลูกหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิต!

พ่อแม่ ขลิบจู๋ ให้ลูกวัยเพียง 5 เดือน สุดท้ายลูกหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต!

อุทาหรณ์! พ่อแม่ ขลิบจู๋ ให้ลูกวัยเพียง 5 เดือน สุดท้ายลูกหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิต! แหล่งข่าวในอิตาลี รายงานว่า มีทารกวัยเพียง 5 เดือน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงโบโลญญ่า ประเทศอิตาลีด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้น และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากที่พ่อแม่ทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศให้กับเด็กชายเองที่บ้านแต่อาจเกิดการผิดพลาด โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ใน แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ตอนเหนือ ได้ทำการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตกับผู้ปกครอง ซึ่งตามรายงานระบุว่าเป็นสองสามีภรรยาชาวกานา  

ขลิบจู๋

ขลิบจู๋

โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในอิตาลี ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ที่เด็กชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตในศูนย์ผู้อพยพในกรุงโรมจากการที่พ่อแม่ขลิบอวัยวะเพศให้เด็กด้วยตัวเอง เช่นกัน โดยในอิตาลีมีการขลิบอวัยวะเพศเด็กราว 5,000 ครั้งต่อปี แต่น่าตกใจที่มากกว่า 3 ใน 4 นั้นเป็นการขลิบอย่างผิดกฎหมายซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายครั้งด้วยกัน  

การขลิบคืออะไร?

การขลิบคือการตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เพื่อให้เปิดออกมาทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ เด็กในสหรัฐอเมริกาประมาณ 50% ผ่านการขลิบ แต่ตัวเลขในเอเชียและยุโรปน้อยกว่านั้นมาก ยกเว้นในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามที่ต้องขลิบตามหลักศาสนา

เวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ช่วง 2-3 สัปดาห์หลังคลอด แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้ทำภายใน 10 วันหลังคลอด โดยการขลิบในเด็กแรกเกิดนั้น แพทย์จะทำการขลิบด้วยเครื่องมือที่ครอบหนังบีบเข้าไปแล้วตัดออกโดยที่ไม่ต้องเย็บแผล หลังจากขลิบภายใน 24 ชั่วโมงแรกอาจมีเลือดซึม มีอาการบวม  แต่หลังจากนั้นแผลก็จะแห้งและหายภายใน 1 สัปดาห์

ทำไมหมอไม่แนะนำให้ขลิบจุ๊ดจู๋ลูกชาย

ปัจจุบันสมาคมกุมารแพทย์ของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา แนะนำว่าการขลิบไม่ได้เป็นแบบแผนปฏิบัติสำหรับทารกโดยทั่วไป ควรทำเฉพาะคนที่มีความจำเป็น เช่น มีปัญหาผิดปกติในการปัสสาวะ หรือเป็นเรื่องทางศาสนาหรือเชื้อชาติ เช่น นับถือศาสนาอิสลามหรือเชื้อชาติยิว

  1. ไม่มีความจำเป็นต้องขลิบ เพราะไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีปัญหาหนังหุ้มปลายมากเกินไปแล้วรูดไม่ขึ้น หากเด็กไม่มีได้ปัญหาดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องขลิบ ควรปล่อยไปตามธรรมชาติสร้างมา
  2. ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในทางการแพทย์ ว่าการขลิบช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในอวัยวะเพศชาย การติดเชื้อ HPV ลดการติดเอดส์หรือโรคทางเพศสัมพันธ์จากคู่นอน ระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ เหล่านี้จริงหรือไม่ หากจริงก็เป็นอัตราส่วนที่น้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ
  3. หากรูดหนังแล้วทำความสะอาดให้ดี จะไม่มีปัญหาในการติดเชื้อแบคทีเรียของหนังหุ้มปลาย ซึ่งพ่อแม่ควรสอนลูกควรสอนให้ลูกรู้จักรูดเปิดหนังหุ้มปลายทุกครั้งตอนอาบน้ำ เพื่อล้างสารที่สะสมออกไป
  4. ลูกเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนของการขลิบ มีงานวิจัยพบว่า แม้แต่ทารกก็รู้สึกเจ็บและเครียดได้เช่นกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะส่งผลถึงตอนโตหรือไม่อย่างไร

การดูแลหลังขลิบ 

ล้างให้สะอาดด้วยน้ำทุกครั้งหลังมีการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ แล้วซับให้แห้ง โดยทั่วไปแผลจะแห้งดีภายใน 1 สัปดาห์

การดูแลหากไม่ขลิบ 

พ่อแม่ควรปลูกฝังลูกตั้งแต่เด็ก เช่น ตอนอาบน้ำควรสอนให้ลูกรู้จักรูดเปิดหนังหุ้มปลายทุกครั้งเพื่อล้างสารที่สะสมออกไป พยายามรูดลงมาทีละนิดๆ ทำบ่อยๆ เป็นประจำ ก็จะทำให้รูเปิดของหนังหุ้มปลายค่อยๆ กว้างขึ้น จนทำให้สามารถรูดพ้นบริเวณหัวของอวัยวะเพศได้ และไม่ควรใช้แป้งหรือสารใด ๆ ทาอวัยวะเพศส่วนปลายที่อยู่ข้างในหนังหุ้ม เพราะอาจเกิดการหมักหมมจนติดเชื้อได้

ที่มา : bbc.com

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แม่แชร์อุทาหรณ์! เผลอทำเท้าลูกติดรูระบายน้ำ เหตุการณ์ครั้งนี้จำไปตลอดชีวิต

สุดทรมาน! ป.3 จมน้ำดับสลด ต่อหน้าต่อตาเพื่อน ตาข่ายดักปลาพันขา คร่าชีวิต

ทำไมต้องขลิบจุ๊ดจู๋ลูกด้วย ?

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

wachira

app info
get app banner