เมื่อลูก ก้างติดคอ จะปล่อยไว้ หรือควรพาไปหาหมอดี

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เมื่อลูก ก้างติดคอ จะปล่อยไว้ หรือควรพาไปหาหมอดี เพราะก้างติดคอบางทีก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และอาจจะผลเสียได้มากกว่าที่คิดไว้ พ่อแม่จึงอย่าวางใจและประมาทไปนะคะ

เมื่อลูก ก้างติดคอ จะปล่อยไว้ หรือควรพาไปหาหมอดี

เมื่อลูก ก้างติดคอ จะปล่อยไว้ หรือควรพาไปหาหมอดี หลายครั้งหลายคราที่ก้างติดคอดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ในบางครั้งก้างติดคอก็ทำความเสียหายต่อลำคอได้มากนะคะ

ทำไงดีเมื่อก้างติดคอลูก

ใครที่เคยมีประสบการณ์ “ก้างปลา” ติดคอ คงจะรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างดี ว่า การกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นอย่างไร แค่จะกลืนน้ำลายตัวเองสุดแสนจะทรมาน บางรายโชคดี ใช้วิธีดื่มน้ำเยอะ ๆ หรือ กลืนข้าวคำโต ๆ แล้วได้ผล แต่หลายคนใช้สารพัดวิธีก็ไม่หาย สุดท้ายต้องโร่ไปให้หมอช่วยเอาออกก็เยอะ

ผศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ก้างปลาติดคอพบได้ทุกช่วงอายุ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการศึกษาว่าเป็นช่วงอายุใดมากที่สุด และเป็นก้างปลาชนิดใดมากที่สุด แต่จากประสบการณ์ที่เจอมักจะเป็นปลาทู คงเป็นเพราะประชาชนนิยมบริโภคมากก็เป็นได้ ปลาอื่น ๆ ก็มีมาให้เห็นเหมือนกันแต่ค่อนข้างน้อย 

แก้ไขเองก็ไม่ใช่จะได้ผล

คนไข้ที่มาหาหมอส่วนมาก ก้างปลาติดคอมา 2-3 วันแล้ว ที่ติดคอปุ๊บมาหาหมอทันทีจะน้อย ส่วนใหญ่จะรู้วิธีว่า ต้องดื่มน้ำมาก ๆ หรือกลืนข้าวคำโต ๆ ในบางรายก็ใช้ได้ผล เนื่องจากก้างปลาปักอยู่บริเวณตื้น ๆ พอกลืนข้าวก้างก็ติดลงไปกระเพาะ อาหาร สามารถขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ แต่ถ้าก้างปักลึก การกลืนข้าวคำโต ๆ อาจไปกดก้างให้ปักลึกกว่าเดิม ดังนั้นในรายที่อาการไม่ดีขึ้นจึงมาหาหมอ 

เราไม่เคยนับสถิติจำนวนคนไข้ในแต่ละปี แต่ที่ รพ.ศิริราช น่าจะมีคนไข้ประมาณ 2-3 รายต่อวัน ส่วนใหญ่มักจะมาตอนกลางคืนที่แผนกอุบัติเหตุ หมอทั่วไปตรวจดูแล้วไม่พบก้างปลา ก็จะมาปรึกษาหมอหู คอ จมูก 

ปล่อยไว้นานอาจแย่

บางรายปล่อยทิ้งไว้นาน อาจมาด้วยอาการอักเสบ ติดเชื้อ มีหนอง ในช่องคอ โดยเฉพาะถ้าก้างปลาติดที่หลอดอาหาร ทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจจะทำให้เกิดการอักเสบที่ผนังของหลอดอาหาร จนเกิดการทะลุของหลอดอาหาร เกิดการอักเสบติดเชื้อในช่องเยื่อหุ้มระหว่างหัวใจและช่องปอดได้ แต่พบได้น้อย

ตำแหน่งที่พบก้างปลาติดบ่อย คือ บริเวณต่อมทอนซิล บริเวณโคนลิ้น บริเวณฝาปิดกล่องเสียง บริเวณใกล้หลอดรูเปิดทางเดินอาหาร แพทย์หู คอ จมูก จะใช้กระจกเล็ก ๆ เหมือนกับหมอฟัน สวมเฮดไลต์ ที่ศีรษะ ส่องตรวจดู ส่วนใหญ่จะเจอ ก็ใช้อุปกรณ์คีบออกมา

อาจไม่หมูอย่างที่คิด

ในบางรายก้างปลาอยู่ลึก คนไข้อาเจียนง่าย ไม่สามารถเอาก้างออกได้ จะพ่นยาชา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วพยายามอีกที ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ทำอย่างไรก็ไม่ออก อาจต้องดมยาสลบ ให้คนไข้นอนแล้วลองดูอีกที แต่ส่วนใหญ่จะสามารถเอาก้างออกได้ที่ห้องตรวจเลย ที่ต้องดมยาสลบมีน้อยรายมาก

ก้างติดคอ ร้ายแรงขนาดไหน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คือ เจอปักอยู่ที่หลอดอาหารแล้วทะลุออกมาที่คอ เนื่องจากก้างปลาเป็นวัสดุแปลกปลอม ร่างกายจะผลักมันออกมา บางคนทะลุหลอดอาหารมาถึงผิวหนังที่คอก็มี

ดังนั้นผู้เขียนจึงขอแนะนำคุณพ่อคุณแม่ หากให้ลูกกินปลา ควรมีการเอาก้างออกให้หมดก่อนทุกครั้ง และแน่ใจจริงๆ ว่าจะไม่มีก้างปลาหลงเหลืออยู่เลย หากการใช้ช้อนส้อมทำให้ไม่แน่ใจ หลังแยกชิ้นปลาออกมาจากก้างชิ้นใหญ่แล้ว ควรใช้มือบี้อีกที เพื่อหาก้างที่อาจหลงเหลืออยู่ค่ะ

ที่มา เดลินิวส์

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เหรียญติดคอลูก อย่าให้เด็กเล่นของชิ้นเล็ก อันตราย! เสี่ยงอุดตันทางเดินอาหาร

ปฐมพยาบาลด่วน!! เมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้า หู ตา จมูกของลูก

parenttown

ช่วงวัยของเด็ก วัยเตาะแตะ สุขภาพของวัยเตาะแตะ