รับมือ "กูรูรู้ทุกเรื่อง" ผู้หวังดีชอบแนะวิธีเลี้ยงลูกยังไง แบบผู้ดี๊ผู้ดี

รับมือ "กูรูรู้ทุกเรื่อง" ผู้หวังดีชอบแนะวิธีเลี้ยงลูกยังไง แบบผู้ดี๊ผู้ดี แม้ว่าในใจจะรำคาญแค่ไหน หรืออดรนทนไม่ได้ เพียงแค่รับมือแบบนี้ก็จะผ่านไปได้ค่ะ

รับมือ "กูรูรู้ทุกเรื่อง" ผู้หวังดีชอบแนะวิธีเลี้ยงลูกยังไง แบบผู้ดี๊ผู้ดี

รับมือ "กูรูรู้ทุกเรื่อง" ผู้หวังดีชอบแนะวิธีเลี้ยงลูกยังไง แบบผู้ดี๊ผู้ดี เคยไหมคะสาวๆ เคยไหม ที่มีคนมาแนะนำวิธีการเลี้ยงลูกเล็กๆ แบบเหมือนกูรูจริงจัง ทั้งที่แบบมีหลักการและเขาว่ามา บางอย่างน่าทำและทำได้จริงก็ดีไป แต่ถ้าเจอแบบที่ไม่อยากทำกับลูก แต่ก็โดนตื้ออยู่นั่น ยัดเยียดอยู่นั้น จะทำยังไงดีละ

กูรู รู้จริง ???

อย่างคุณป้าข้างบ้าน ญาติที่ไม่สนิท หรือแม้แต่บรรดาเพื่อนร่วมงาน ที่สวมบทเป็นกูรู แนะนำทั้งระหว่างตั้งครรภ์ และแนวทางการเลี้ยงเด็กๆ ที่ฟังแล้วน่าทำตามบ้าง และยี้ ไม่เอา ฉันจะไม่ทำกับลูกแบบนี้ วิธีการคัดกรองยังไงให้คุณพ่อคุณแม่เชื่อและนำไปทำตาม หรือไม่เชื่อ แต่ไม่มีวิธีปฏิเสธให้ไม่แตกหัก ยังมองหน้ากันติด

ขั้นประเมิน

เรื่องที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเลย คือประเมินโปรไฟล์ก่อนเลยค่ะ ป้าคนนี้เรียนจบอะไรมา ทำงานอะไร มีลูกไหม ลูกเป็นยังไง เช่น ป้าข้างบ้านจบบริหารจากอเมริกา มีลูกเป็นผู้พิพากษา ข้อมูลที่ป้าให้มา อาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้ จึงควรฟังไว้ก่อน แล้วถ้าไม่แน่ใจ จะถามแพทย์ประจำตัวลูกอีกรอบ หรือหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ทางอินเตอร์เน็ตอีกทีก็ยังได้ แต่ถ้าป้าข้างบ้านเป็นแม่บ้าน มีลูกติดยา มีผัวขี้เมา ก็ขอให้เลี่ยงได้ก็เลี่ยงซะเถอะค่ะ

ขั้นเปิดใจไม่ปิดกั้น

ด้วยความที่เป็นคนยุคใหม่ ดิจิตอลแอร่า การมีโลกส่วนตัวสูงจึงเป็นเรื่องธรรมดาของคนยุคนี้ค่ะ กลับกันกูรูนั้นอาจจะเป็นคนยุคเก่าที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไปทั่ว ในบางกรณีก็เป็นเรื่องดีๆ ที่คนยุคนี้ไม่เข้าใจเช่นกัน การแนะนำของกูรูทั้งหลายนั้นขอให้คิดในแง่ดี ว่าเป็นความหวังดีเล็กๆ น้อยๆ ที่มอบให้กับคนรู้จัก แม้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องการคำแนะนำของกูรูคนนั้นเลยก็ตาม แต่อย่าไปเพิ่งไปวีนไปเหวี่ยง ปิดกั้นมิตรภาพที่เกิดขึ้นค่ะ ขอให้น้อมรับความหวังดี และกล่าวคำขอบคุณจากใจ โดยที่คำแนะนำนั้นๆ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ได้ทำจริงก็ตาม

ขั้นปฏิเสธ

หลายๆ คำแนะนำ มันล้าสมัยและเป็นอันตรายต่อลูก อย่างป้อนกล้วย กวาดยา หรืออื่นๆ การปฏิเสธที่ใช้ได้จริง ก็อย่างเช่น การโยนให้สามี (โดยเฉพาะสามีที่หน้าดุๆ โหดๆ หน่อย) อย่างสามีไม่เห็นด้วย สามีไม่ให้ทำ ถ้ายังไม่ได้ผล ก็อาจจะบอกได้ว่า ลองทำแล้วไม่ได้ผล กำลังหาวิธีการอื่นๆ หรือกำลังจะปรึกษาแพทย์อยู่ เป็นต้นค่ะ

แต่ถ้าปฏิเสธก็แล้ว ยังตื้อต่อไปอีก รบเร้าต่อไปอีก ให้คุณพ่อคุณแม่คิดเสียว่า นี่เป็นบทเรียนแรกที่เราต้องผ่านไปให้ได้ และแน่นอนว่าบทเรียนนี้ เป็นบทเรียนที่ทดสอบเรื่องความอดทนและอดกลั้นได้ดีทีเดียวค่ะ ก่อนที่จะต้องไปเจอความอดทนอดกลั้นขั้นสุด ของลูกน้อยที่ตอนนี้ยังเห็นแต่ความน่ารัก ไม่รู้ว่าจะต้องอดทนเรื่องไหน แต่บอกได้คำเดียวว่า การเลี้ยงลูก กับการอดทนนั้น มันมาพร้อมกันเสมอค่ะ

บทความที่น่าสนใจ

เดี๋ยวก็ให้ป้อนน้ำ เดี๋ยวก็ให้ป้อนกล้วย! รับมือปู่ย่าตายายเรื่องป้อนอาหารอย่างไรดี

ไฟไหม้!!! รู้วิธีเอาตัวรอด ก่อนจะถูกไฟคลอกทั้งแม่ทั้งลูก

parenttown