กินอะไรบํารุงมดลูก อยากให้มดลูกแข็งแรง ไม่แท้งง่ายต้องทานอะไร

lead image

กินอะไรบํารุงมดลูก กินอะไรให้มดลูกแข็งแรง ลดอาการปวดมดลูก ป้องกันมะเร็ง ไม่แท้งง่าย ไม่ทำให้ลูกคลอดก่อนกำหนด ผู้หญิงต้องกินอะไร

กินอะไรบํารุงมดลูก ? ?

กินอะไรบำรุงมดลูก ทำอย่างไรให้มดลูกแข็งแรง สำหรับผู้หญิงแล้วมดลูกมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง หากผู้หญิงคิดที่จะมีลูก หรืออยากจะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยต้องหมั่นทำให้มดลูกมีสุขภาพที่ดี โดยเริ่มจากการทานอาหารเพื่อเสริมสร้างมดลูกในแข็งแรง ทั้ง 10 ชนิด ดังนี้

1.ไฟเบอร์

อาหารที่มีเส้นใยมากๆ จะช่วยให้เราสามารถขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายได้เยอะ นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดเอสโตเจนที่มีมากเกินไปในร่างกายของผู้หญิง ทำให้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกภายในมดลูกได้ ซึ่งไฟเปอร์จะมีอยู่มากในถั่ว และธัญพืช สำหรับคุรแม่ตั้งครรภ์แล้วแนะนำให้ทานผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษด้วย เพราะสารเคมีที่มาจากสารกำจัดศัตรูพืชอาจเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วทุกวัน เพื่อช่วยให้ใยอาหารสามารถเคลื่อนที่ได้ดียิ่งขึ้น

2.ผัก

ผักเป็นแหล่งของแคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และวิตามิน ซึ่งประโยชน์ของผักจะช่วยยับยั้งเนื้องอกในมดลูก และมะเร็งเต้านมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชตระกูลถั่ว กะหล่ำปลี ผักกวางตุ้ง ที่อุดมไปด้วยไฟโตอีสโตรเจน (phytoestrogens) มีโครงสร้างและการออกฤทธิ์ที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง คืออีสโตรเจน (estrogen) ช่วยในกระตุ้นการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง เนื่องจากสารตัวนี้จะไปชักนำให้เกิดการตอบสนองเฉพาะต่ออีสโตรเจน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/มดลูก4.jpg กินอะไรบํารุงมดลูก อยากให้มดลูกแข็งแรง ไม่แท้งง่ายต้องทานอะไร

กินอะไรบํารุงมดลูก

3.ผลไม้

ผลไม้ส่วนใหญ่จะอุดมไปด้วยวิตามินซี และวิตามินพี ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ช่วยในเรื่องของการยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก การหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ช่วยป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ และช่วยในการรักษาระบบสืบพันธุ์ให้แข็งแรงอีกด้วย

4.ผลิตภัณฑ์จากนม

การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส นม และเนยทุกวันจะทำให้สุขภาพมดลูกของผู้หญิงแข็งแรง เพราะว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบไปด้วยแคลเซียม และวิตามินดี ซึ่งแคลเซียมจะช่วยในเรื่องของการรักษากระดูกให้แข็งแรง สำหรับวิตามินดีมีบทบาทสำคัญเรื่องของการยับยั้งเนื้องอกในมดลูก ขณะเดียวกันยังช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้รด้วยนะ

5.ชาเขียว

ชาเขียวเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษามดลูกที่แข็งแรงเท่านั้นแต่ยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกในมดลูกได้เช่นกัน มีผู้เชี่ยวชาญผู้หญิงท่านหนึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและตัวเธอเองก็เป็นเนื้องอกในมดลูกด้วย เธอได้ดื่มชาเขียวเป็นประจำประมาณ 8 สัปดาห์ ปรากฎว่าชาเขียวช่วยในการลดจำนวนของเนื้องอกในลูกได้อย่างน่าอัศจรรย์

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/มดลูก3.jpg กินอะไรบํารุงมดลูก อยากให้มดลูกแข็งแรง ไม่แท้งง่ายต้องทานอะไร

กินอะไรมดลูกแข็งแรง

6.ปลาน้ำลึก

ปลาที่เจริญเติบโตในลึกอย่างเช่น ปลาทู และปลาแซลมอน มักจะอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น omega-3 ซึ่งจะช่วยลดการผลิตโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ที่มีผลต่อการบีบหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเรียบโดยเฉพาะกล้ามเนื้อเรียบของมดลูกในร่างกายของผู้หญิง บางครั้งความรุนแรงของการบีบรัดตัวของมดลูกอาจทำให้มดลูกอยู่ในท่าที่ผิดปกติได้

7.มะนาว

หลายคนคงจะทราบว่ามะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี และช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคนเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งวิตามินซีจากมะนาวนี้จะช่วยในการปรับระบบภูมิคุ้มกันในมดลูก ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่มดลูก ดังนั้น ในทุกๆ เช้า แนะนำให้ลองบีบมะนาวลงในน้ำอุ่นๆ สักแก้ว เพื่อเสริมสร้างมดลูกที่แข็งแรงในตอนเช้าค่ะ

8.เมล็ดถั่ว

เมล็ดถั่วมีความสำคัญกับร่างกายคุณผู้หญิงอย่างมาก เพราะมันเป็นตัวช่วยในการผลิตฮอร์โมนชั้นดีเลยล่ะ เมล็ดถั่วที่คนนิยมกินกัน เช่น อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ เนื่องจากพวกนี้จะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และคอเลสเตอรอลที่ดี ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 จะช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอกในมดลูก และยังป้องกันมะเร็งมดลูกได้เป็นอย่างดี ส่วนคอเลสเตอรอลที่ดี จะช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันไม่ให้ทารกคลอดก่อนกำหนดหรือทารกในครรภ์ที่มีน้ำหนักตัวน้อยอีกด้วย

ที่มา: stylecraze

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ท้องกี่เดือนลูกถึงจะดิ้น ลูกดิ้นรู้สึกอย่างไร อาการแบบไหนที่เรียกว่าลูกดิ้น?

ท้องพร้อมเนื้องอก! แม่ท้องมีเนื้องอกมดลูกเกือบ30ซม. เบียดทารกอยู่ในท่าผิดปกติ

ท้องนอกมดลูก อาการเป็นอย่างไร มีสาเหตุมาจากอะไร ป้องกันและรักษาอย่างไร