กินกรดโฟลิกตอนท้อง แล้วลูกจะคลอดออกมาฉลาดจริงหรือ?

กินกรดโฟลิกตอนท้อง แล้วลูกจะคลอดออกมาฉลาดจริงหรือ?

กรดโฟลิกคืออะไร กินกรดโฟลิกตอนท้อง แล้วลูกจะคลอดออกมาฉลาดจริงไหม กรดโฟลิด กับโฟเลต ต่างกันอย่างไร ควรกินโฟเลตหรือกรดโฟลิคแค่ไหนดี กินกรดโฟลิกตอนท้องช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้จริงไหม ไปหาคำตอบกัน

กินกรดโฟลิกตอนท้องแล้วลูกจะคลอดออกมาฉลาดจริงหรือ ?

คุณผู้หญิงหลายท่านสอบถามกันเข้ามามากว่า กินกรดโฟลิกตอนท้องแล้วลูกจะคลอดออกมาฉลาดจริงไหม ? ซึ่งก่อนที่จะไปหาคำตอบ เรามาทำความรู้จักกับกรดโฟลิกกันก่อนว่า จริง ๆ แล้ว มันคืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อการตั้งครรภ์

กรดโฟลิกคืออะไร

กรดโฟลิก (Folic acid)  คือสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี ที่ละลายได้ในน้ำ ซึ่งกรดโฟลิกนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งคุณแม่ท้องและลูกในครรภ์ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์ แนะนำให้คุณผู้หญิงควรเตรียมความพร้อมของร่างกาย ด้วยการรับประทานกรดโฟลิก เป็นเวลาอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์

กรดโฟลิก กับโฟเลต ต่างกันอย่างไร

บางครั้ง เราอาจจะได้ยินคำว่า โฟเลต จนทำให้เกิดความสงสัยว่า กรดโฟลิก และโฟเลต นั้น ต่างกันอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้ว กรดโฟลิก และโฟเลต ก็คือวิตามินตัวเดียวกัน (วิตามินบี 9) แต่จะแตกต่างกันก็ตรงที่ โฟเลต (Folate) คือ วิตามินบี 9 ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในอาหารทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ในขณะที่กรดโฟลิก (Folic acid) เป็นวิตามินที่ถูกสังเคราะห์ขึ้น และมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับโฟเลต (Folate)

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากรดโฟลิก (Folic acid) จะเป็นวิตามินสังเคราะห์ แต่ก็มีประโยชน์ และไม่พบว่าทำให้เกิดผลเสียต่อการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ จึงสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และเมื่อทั้งโฟเลต และกรดโฟลิคถูกรับประทานเข้าร่างกาย ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นสาร tetrahydrofolate ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในกระบวนการสร้าง DNA และเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายต่อไป

กินกรดโฟลิกตอนท้อง

กรดโฟลิก

ควรกินโฟเลตหรือกรดโฟลิคแค่ไหนดี

ในคุณแม่ตั้งครรภ์ทั่วไป แนะนำให้รับประทานโฟเลต หรือกรดโฟลิค ในปริมาณ 0.4 มิลลิกรัมต่อวัน ก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน และทานต่อเนื่องตลอดการตั้งครรภ์ แต่ในสตรีตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงบางรายอาจต้องการในปริมาณที่มากขึ้นถึง 4 มิลลิกรัมต่อวัน

กินกรดโฟลิกตอนท้องทำให้ลูกฉลาดจริงไหม?

การรับประทานโฟเลต หรือกรดโฟลิค สามารถช่วยป้องกันการเกิดความพิการแต่กำเนิดบางอย่างได้ เช่น ความผิดปกติในการสร้างหลอดประสาทที่มีผลต่อไขสันหลังและสมอง ปากแหว่ง เพดานปากโหว่ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และยังพบว่าช่วยลดการเกิดภาวะทารกโตช้าในครรภ์และโรคออทิสติก (autism) ได้อีกด้วย ซึ่งสตรีตั้งครรภ์ที่ขาดกรดโฟลิก มีความเสี่ยงที่จะพบอุบัติการของทารกที่ไม่มีกะโหลกศีรษะ (Anencephaly) และกระดูกสันหลังปิดไม่สนิท (Open spina bifida) สูงขึ้น ขณะที่แม่ซึ่งรับประทานกรดโฟลิกหรือไม่ขาดสารดังกล่าว จะพบอุบัติการความผิดปกติของทารกต่าง ๆ น้อยมาก

มีคำแนะนำให้คุณผู้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ รับประทานกรดโฟลิก หรือโฟเลต เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้น กรดโฟลิกคงไม่ได้ทำให้ลูกในครรภ์ฉลาดมากขึ้น เพียงแต่สามารถป้องกันความผิดปกติแต่กำเนิดในทารกได้มากกว่า

กินกรดโฟลิกตอนท้องช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้จริงไหม

กรดโฟลิก จะมีผลโดยตรงต่อการผลิตดีเอ็นเอ และเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงใหญ่ (Megaloblastic Anaemia) รวมถึงอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เลือดล้างหน้ากับประจำเดือน ต่างกันอย่างไร เลือดล้างหน้ามาช่วงไหน หมายความว่าอะไร

คนท้องต้องตรวจอะไรบ้าง การตรวจโรคของ คนท้องแต่ละไตรมาส ฝากครรภ์ หมอตรวจอะไรบ้าง

อัลตราซาวด์4มิติ ดีอย่างไรแม่ท้องถึงควรดู?

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner