กิจกรรมที่ลูกน้อยวัยอนุบาลสามารถทำได้ที่บ้าน

ไม่ว่าคุณจะทำงานที่บ้านหรือนอกบ้าน เราต่างเข้าใจและเห็นด้วยว่าการสอนลูกวัยอนุบาลมีความสำคัญมากแค่ไหน เราเข้าใจถึงคุณค่าของการเล่นเกมและการให้เขาได้มีสมาธิไปกับการทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความจำด้านภาษาและทักษะทางร่างกาย เราลองมาดูกิจกรรมที่ลูกน้อยวัยอนุบาลสามารถทำได้กัน

ลูก ทำกิจกรรม

เด็กทำกิจกรรมร่วมกัน

เราต้องการเตรียมลูกให้พร้อมสำหรับการเข้าโรงเรียนประถม เราต้องการให้ลูกอยู่ในระดับเดียวกับคนอื่นหรือเหนือกว่าเด็กคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน แต่มีหลายครั้งที่พ่อแม่ไม่ใช้โอกาสที่มีหรือไม่รู้วิธีการเปลี่ยนสถานการณ์ธรรมดา ๆ ให้เป็นกิจกรรมที่ลูกสามารถเรียนรู้ได้ ไอเดียด้านล่างนี้เป็นไอเดียที่คุณช่วยลูกน้อยของคุณให้พัฒนาการเรียนรู้ได้จากกิจกรรม

คำเตือน: คุณไม่ควรกดดันลูกหรือไม่พอใจที่ลูกไม่เข้าใจในความคิดหรือทักษะที่คุณถ่ายทอดให้กับเขาเร็วเท่าที่คุณอยากให้เป็น เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการในระดับความสามารถของเขา เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงจะเรียนรู้ต่างกัน ลำดับการเกิดก็ได้รับการพิสูจน์ว่ามีบทบาทต่อการเรียนรู้ของเด็กเช่นกัน

1. ชื่อและหน้าตา

ปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าครอบครัวหนึ่ง ๆ ได้แยกย้ายและอยู่ห่างไกลกัน นั่นจึงทำให้ลูกคุณรู้สึกแปลกและกลัวเมื่อคุณตาคุณยายที่เขาไม่ค่อยรู้จักกอดหรือหอมแก้มเขา และการที่ลูกคุณปฏิเสธคุณตาคุณยายก็ทำให้พวกเขาเสียความรู้สึกได้ แต่คุณสามารถเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนี้ได้โดยพาลูกดูรูปภาพของครอบครัวคุณและช่วยกันทำอัลบั้มรูปเล็ก ๆให้ลูกคุณได้เห็นสมาชิกครอบครัวใหญ่หรือเพื่อน ๆ ของคุณ บอกชื่อพวกเขาให้ลูกได้รู้จักพร้อมกับชี้ไปที่รูปภาพ

2. เล่นเกมส์ “ทายชื่อ”

ใช้อัลบั้มรูปจากข้อ 1 มาเล่นเกมส์ทายชื่อ โดยที่คุณชี้ไปที่รูปและถามว่าคนนี้ชื่ออะไรหรือเป็นใคร

3. ร้องเพลงเด็กอนุบาลให้ลูกฟัง

กระตุ้นให้ลูกร้องเพลงไปกับคุณ การเปล่งเสียงร้องเพลงจะทำให้เขามีพัฒนาการด้านการออกเสียงหรือเปล่งเสียงที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะด้านความจำและการเข้าจังหวะด้วย

4. ซื้อชุดแม่เหล็กตัวอักษร (แบบที่ไม่แพง)

การใช้ถาดเหล็กสำหรับอบขนมหรือแม่เหล็กติดตู้เย็นที่เป็นตัวอักษรจะช่วยให้ลูกคุณจำตัวอักษรได้ดีขึ้น แต่เกมนี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กที่ยังชอบนำของเข้าปากอยู่

5. ตามล่าเสียง

พาลูกคุณเดินรอบบ้าน (สนามหน้าบ้านหรือสนามเด็กเล่นก็ใช้ได้) เพื่อค้นหาสิ่งของที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษรต่าง ๆ เช่น ตัวอักษร “ข” เขาอาจวิ่งไปหยิบ ขวดน้ำ ไข่ไก่ ข้าวสาร ฯลฯ มาให้คุณ นอกจากนี้ ในขณะที่เล่นเกมส์กัน คุณและลูกควรพูดตัวอักษรออกมาหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ลูกจำได้

6. การสร้างความจำสีสามารถทำได้เช่นเดียวกับการตามล่าเสียง

อีกวิธีที่ช่วยพัฒนาความจำด้านสีให้กับลูกคุณ นั่นคือ คุณร่วมทาสีไปกับลูกหรือต่อตัวต่อสีต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับลูก ขอร้องให้เขายื่นสีที่คุณต้องการให้คุณด้วยคำพูดที่ชัดเจนและตั้งใจ เช่น เอาตัวสีแดงให้แม่หน่อยลูก จากนั้นก็สีส้ม แล้วก็ตามด้วยสีเขียว เป็นต้น นอกจากนี้ คุณอาจให้ลูกเลือกสีชุดที่เขาจะใส่ในบางวันก็สามารถช่วยได้

7. สอนสิ่งที่ตรงกันข้าม

คุณสามารถสอนให้เขารู้จักสิ่งที่ตรงกันข้ามได้โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น วางมือน้อยของลูกลงในน้ำเย็นกับน้ำอุ่น และสอนให้รู้จักความเย็นกับความร้อน ให้เขาจับลูกบอลขนาดต่างกันเพื่อให้เขารู้จักขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พาเขายืนหน้ากระจกและสอนให้เขารู้จักสูงกับต่ำ เป็นต้น

8. ดูว่าต้นไม้โตอย่างไร

ซื้อกระถางดอกไม้ขนาดกลางและขนาดใหญ่ให้ลูกพร้อมเมล็ดพันธุ์ ให้เขาช่วยปลูกดอกไม้ในกระถาง รดน้ำ ย้ายต้นกล้า และสอนให้เขารู้ว่าต้นไม้เติบโตอย่างไร

9. คุณและลูกสามารถนับสิ่งต่าง ๆ ได้ทั้งวันเลยล่ะ

คุณอาจให้ลูกช่วยนับจาน ช้อน ส้อมสำหรับทานข้าวเย็น นับขวดเครื่องสำอางค์ในขณะที่คุณแต่งหน้า นับหมอนบนเตียงขณะที่คุณจัดบ้านให้เรียบร้อย ให้ลูกน้อยช่วยพับผ้าที่ซักแล้วและนับจำนวนผ้าขนหนูและเสื้อผ้าที่ซักแล้ว พาลูกเดินเล่นและนับจำนวนบ้านในหมู่บ้านว่ามีกี่หลัง หรือบนถนนมีต้นไม้กี่ต้น

10. อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

การอ่านหนังสือที่หลากหลายให้ลูกฟังจะช่วยให้เขามีพัฒนาการด้านความจำ ความคิด หรือทักษะการมีเหตุผลมากขึ้น เพราะเด็กจะอยากรู้ (และบางครั้งก็ลองเดา) ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในหน้าต่อไป

11. ให้ลูกฟังเพลงที่หลากหลาย

ส่งเสริมให้ลูกเต้น (คุณก็ควรเต้นกับเขาด้วย) ร้องตามเพลง หรือเล่นเครื่องเล่นดนตรีสำหรับเด็ก (ที่ไม่แพง)

12. สอนให้เขารู้จักซ้ายขวา

คุณอาจสอนให้เขารู้จักซ้ายและขวาโดยการพูดซ้ำ ๆ ไปพร้อมกับใช้ถุงมือช่วย

13. ผูกเชือกรองเท้า

คุณอาจสอนให้ลูกหัดผูกเชือกรองเท้าและเปิดเพลงไปพร้อมกับการทำกิจกรรมนี้

14. สอนให้ลูกรู้จักสิ่งที่ถูกและผิด

สิ่งนี้คุณควรสอนโดยการทำให้ดูเป็นตัวอย่างหรือยกตัวอย่างสิ่งที่ผิดและบอกถึงสิ่งที่ถูกต้องว่าเขาควรทำอย่างไร หากคุณสอนลูกไม่ให้โกหก แต่คุณเองกลับพูดสิ่งที่ไม่จริง คำสอนของคุณก็ไม่มีความหมายอะไร เด็กจะเรียนรู้จากการใช้ชีวิต ดังนั้น คุณควรใช้ชีวิตในแบบที่คุณอยากให้เขาเรียนรู้จากคุณ

15. สอนทักษะด้านสุขลักษณะ

การสอนสิ่งนี้คุณต้องอาศัยความอดทนและคอยดูผลงานของเขา การแปรงฟัน สระผม หรือถูสบู่ได้อย่างถูกต้องต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือจากทั้งคุณและลูก ดังนั้น คุณควรอดทนทำอย่างต่อเนื่อง และไม่คาดหวังว่าเขาจะทำได้ดีในช่วงแรก คุณควรให้เวลาเขาได้ฝึกฝน

16. สอนให้รู้จักเคารพ เชื่อฟัง และมีความรับผิดชอบ

สิ่งนี้เป็นเหมือนการสอนให้ลูกรู้จักสิ่งที่ถูกและผิด คุณควรใช้คติสอนลูกว่า “ให้ลูกทำกับคนอื่นอย่างที่ลูกอยากให้คนอื่นทำกับตัวเอง” เพียงเท่านี้คุณก็สามารถช่วยให้ลูกรู้จักเคารพผู้อื่นแล้ว

เห็นมั้ยล่ะว่าคุณสามารถทำการสอนและเตรียมพร้อมลูกวัยอนุบาลให้เป็นเรื่องสนุกได้ แถมยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคุณและลูก สร้างความทรงจำอันน่าประทับใจในวัยเด็กของลูกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก การยอมรับ และการผจญภัยไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ คุณไม่ควรพลาดโอกาสดี ๆ เช่นนี้ คุณได้เรียนรู้จากผู้ที่รู้แล้วว่าลูกคุณโตเร็วมากจริง ๆ