กำหนดคลอด นับยังไง พร้อมตารางคำนวณวันครบกำหนดคลอดที่ดูง๊าย ง่าย และแม่นยำ

lead image

กำหนดคลอด นับยังไง นับแบบไหนให้ผลชัวร์ และแม่นยำที่สุด พร้อมกับตารางคำนวณวันคลอดลูกที่ดูง๊าย งาย ใครๆ ก็สามารถดูได้ เหมาะกับพ่อแม่ที่ไม่อยากนับวันเอง

กำหนดคลอด นับยังไง ให้แม่นยำที่สุด

กำหนดคลอด นับยังไง คุณแม่คงกำลังวางแผนลาคลอด หรือวางแผนเตรียมเงิน เตรียมของใช้สำหรับลูกและแม่ ไหนจะเก็บกวาดบ้านรอเจ้าตัวน้อยอีก เรามาดูวิธีคำนวณอย่างง่ายกันดีกว่าค่ะ

ทำไมถึงนับอายุครรภ์เป็นสัปดาห์

สาเหตุที่คุณหมอส่วนใหญ่นับอายุครรภ์ของคุณแม่เป็นสัปดาห์ เพราะว่ามีความแม่นยำกว่าการนับแบบเดือน เนื่องจากในแต่ละเดือนมีจำนวนวันไม่เท่ากัน 30 วันบ้าง 31 วันบ้างนั่นเองค่ะ

อายุครรภ์นับยังไง

1. นับอายุครรภ์จากประจำเดือน

วิธีการนี้ จะมากกว่าอายุของตัวอ่อนในครรภ์จริง ๆ (Ovulatory age) ประมาณ 2 สัปดาห์ สำหรับแม่ท้องที่มีประจำเดือนมาปกติสม่ำเสมอทุก 28 วัน

2. นับอายุครรภ์จากประจำเดือนที่มาไม่สม่ำเสมอ 

นั่นคือในผู้หญิงที่มีรอบเดือนนานกว่า 28 วัน หรือในกรณีที่จำไม่ได้ว่ามีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ซึ่งคุณหมอก็จะนับอายุครรภ์ให้ด้วยการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวนด์) เพื่อวัดขนาดของถุงการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) หรือความยาวทารก (Crown Rump Length) แล้วคำนวณเป็นอายุครรภ์ นอกจากนี้ ยังใช้สำหรับคุณแม่ที่จำไม่ได้ว่าเป็นประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ด้วยค่ะ

อีกหนึ่งวิธี สำหรับคุณแม่ที่ลืมว่าตัวเองมีประจำเดืนวันไหน สามารถนับอายุครรภ์ได้ด้วยการคาดคะเนดูขนาดของมดลูก โดยแพทย์จะดูว่ามดลูกโตเท่าไหร่ แล้วบวกเข้าไปให้ครบ 40 สัปดาห์ ก็จะเป็นกำหนดวันคลอดอย่างคร่าว ๆ ซึ่งวิธีการนี้อาจมีคลาดเคลื่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์ เช่นเดียวกับอัลตร้าซาวนด์

กำหนดคลอดนับอย่างไร

การนับกำหนดคลอด ส่วนใหญ่จะนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย คุณแม่บางท่านคงงงว่านับอย่างไร เรามาดูตัวอย่างกันค่ะ เช่น ถ้าประจำเดือนของคุณแม่มาครั้งล่าสุดวันที่ 1 มกราคม และประจำเดือนหมดวันที่ 5 มกราคม  และกำหนดที่ประจำเดือนครั้งต่อไปควรจะมาอีกครั้งคือประมาณวันที่ 28-29 มกราคม ดังนั้นประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มาคือวันที่ 1 มกราคม ไม่ใช่วันที่ 5 หรือ 28-29 มกราคมค่ะ จากนั้นก็มาคำนวณตามวิธีการด้านล่าง ดังนี้

1. นับกำหนดคลอดแบบบวกไปข้างหน้า

  • วิธีการ คือ ให้นับจากประจำเดือนวันแรกของครั้งสุดท้าย แล้วบวกไปข้างหน้าอีก 9 เดือน จากนั้นนับต่อไปอีก 7 วัน
  • เช่น  วันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายของคุณแม่ คือวันที่ 1 มกราคม 2561 จากนั้นให้บวกไปข้างหน้าอีก 9 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม 2561 แล้วให้นับบวกต่อไปอีก 7 วัน ดังนั้น กำหนดคลอดของคุณแม่ก็จะตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม 2561

2. นับกำหนดคลอดแบบย้อนหลังไป

  • วิธีการ คือ ให้คุณแม่นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย แล้วนับย้อนหลังไป 3 เดือน จากนั้นนับบวกต่อไปอีก 7 วัน
  • เช่น วันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายของคุณแม่ คือ วันที่ 1 มกราคม 2561 ก็ให้นับย้อนหลังไปอีก 3 เดือน คือ ธันวาคม พฤศจิกายน และตุลาคม และนับบวกไปอีก 7 วัน ดังนั้น กำหนดวันคลอดของคุณแม่จะตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม 2561

ถ้าถามว่าสูตรนี้มีความแม่นยำแค่ไหน บอกได้เลยว่าให้ผลอย่างแม่นยำถ้าคุณแม่จำวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายได้ และรอบเดือนของคุณแม่จะต้องมาสม่ำเสมอในทุกๆ เดือนด้วย คืออยู่ที่ 28-30 วัน ทั้งนี้ คุณแม่ส่วนใหญ่ก็มักจะคลอดก่อนวันกำหนดประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ถ้าคุณแม่คลอดก่อนหรือหลังกำหนดวันคลอด 2 สัปดาห์ คือระหว่าง 38 สัปดาห์ หรือ 42 สัปดาห์ ยังถือว่าเป็นการคลอดครบกำหนดค่ะ

สำหรับใครที่ปวดหัว…งง..นับไปนับมานับไม่ถูก เรามีวิธีที่ง่ายกว่านั้นค่ะ ไม่ต้องบวก ลบ เดือนให้ปวดหัว เพียงคุณแม่จำแค่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายก็เพียงพอแล้ว เรามาดูตารางนับกำหนดคลอดกันดีกว่าค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/กำหนดคลอด5.jpg กำหนดคลอด นับยังไง พร้อมตารางคำนวณวันครบกำหนดคลอดที่ดูง๊าย ง่าย และแม่นยำ

กำหนดคลอด นับยังไง ตารางนับกำหนดคลอด

ครบกำหนดคลอดแล้วแต่ยังไม่คลอดทำอย่างไร

เมื่อครบกำหนดคลอดแล้ว คุณแม่หลายท่านเริ่มกระวนกระวายใจว่าทำไมลูกไม่คลอดสักที อยากจะเห็นหน้าลูกแล้ว ยิ่งท้องนานยิ่งเครียดไปอีก หลายคนจึงเลือกใช้วิธีการเร่งคลอด ซึ่งมีทั้งแบบธรรมชาติและทางการแพทย์ ได้แก่ การกวาดมดลูก เจาะถุงน้ำคร่ำ ยาเร่งคลอด การฮอร์โมนกระตุ้น และยาเร่งคลอด ซึ่งวิธีการนี้ต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อความเหมาะสมค่ะ

ถ้าคุณแม่อยากจะเร่งคลอดธรรมชาติก็สามารถทำได้ ดังนี้

  1. การเดินเล่น แค่เดินเล่นช้าก็ทำให้คลอดลูกได้เร็วขึ้นแล้วค่ะ
  2. มีเพศสัมพันธ์ เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้มดลูกบีบรัดตัวเร็วขึ้น
  3. นวดคลึงเต้านม โดยเฉพาะบริเวณหัวนม ประมาณ 15-20 นาทีทุกชั่วโมงค่ะ
  4. เล่นลูกบอลขนาดใหญ่ คล้ายกับการเล่นโยคะนั่นแหละค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

จำเป็นไหม แม่ต้องโกนขนก่อนคลอดลูก?

กลัวการคลอดลูก ทำอย่างไรดี มีวิธีไหนที่คนท้องไม่ต้องกลัวการคลอดลูกบ้าง

ท่าคลอดลูกธรรมชาติ มีท่าอะไรบ้าง แม่ท้องคลอดลูกเองควรเลือกท่าอะไรดี?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!