"ขวัญเอยขวัญมา" เด็กตกใจ ไม่หยุดร้อง ต้องทำ “พิธีเรียกขวัญ”

"ขวัญเอยขวัญมา" เด็กตกใจ ไม่หยุดร้อง ต้องทำ “พิธีเรียกขวัญ”

เวลาที่เด็กร้องไห้ไม่หยุด โบราณเขาว่าให้ทำการเรียกขวัญเด็กง่าย ๆ ด้วยการโอบกอดและตบหลังเบา ๆ พร้อมพูดว่า “ขวัญเอ๋ยขวัญมา” เป็นการเรียกขวัญให้กลับเข้ามา เพื่อเด็กจะได้หยุดร้องไห้ โดยสมัยก่อนนั้นจะจัด “พิธีเรียกขวัญ” เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ตัวของเด็ก

ความเชื่อที่เป็นที่มาของการเรียกขวัญลูก เกิดจากโบราณว่าขวัญนั้นเป็นสิ่งที่มีประจำตัวอยู่ในคนมาแต่กำเนิด ถ้าขวัญอยู่กับตัวก็ทำให้คนนั้นอยู่เย็นเป็นสุข

การเรียกขวัญลูก

การทำขวัญจึงเป็นพิธีที่คนไทยได้ถือปฏิบัติต่อ ๆ กันมา ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็จะมีรายละเอียดของพิธีเรียกขวัญแตกต่างกันไป แต่ก็ยังมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ เพื่อเรียกขวัญลูกที่เกิดอาการสะดุ้ง ตกใจ ตื่น หรือร้องไห้กลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่มีสาเหตุ ให้ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เป็นการปลอบโยน ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย หายจากการตกใจกลัวและหวาดผวา

การทำขวัญอย่างเป็นพิธีจึงมีหมอทำขวัญที่มีความรู้ด้านเรียกขวัญ เป็นผู้กล่าวคำเชิญขวัญให้มีเนื้อความตรงกับสิ่งที่กำลังทำพิธีอยู่ เช่น เรียกขวัญเด็กทารก ก็จะกล่าวเชิญแม่ซื้อให้มารักษาตัวเด็กไม่ให้เจ็บไข้ โดยใช้อุปกรณ์ในพิธีเรียกขวัญ ได้แก่ ด้ายขาว 2เส้น ข้าวสาร พริกแห้ง 1 เม็ด เกลือ มีด

วิธีการเรียกขวัญ   จะทำลูกน้อยที่มีอาการตกใจ กลัว ร้องไห้ หวาดผวา มานั่งหรือนอนในลักษณะเหยียดปลายเท้าไปทางประตูบ้าน ผู้เรียกขวัญจะนำจานที่ใส่อุปกรณ์เรียกขวัญมาวนรอบตัวเด็ก พร้อมพูดเรียกขวัญ หลังจากนั้นผู้เรียกขวัญจะเอามือลูบตามเนื้อตามตัวของเด็ก เอาด้ายมาผูกข้อมือซ้ายขวา เรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พูดอวยพรให้เด็กมีสุขภาพดี และเอาพริก เกลือ ข้าวสารในจานซัดไปทางปลายเท้า เอามีดขีดที่ประตูเป็นรูปกากบาท แล้วเอามีดปักไว้ที่ร่องกระดานเป็นอันเสร็จพิธีเรียกขวัญ

ตัวอย่างบทเรียกขวัญลูก มีเนื้อความดังว่า “ขวัญเอย มาอยู่กับเนื้อกับตัว อยู่กับพ่อกับแม่ ไปจนแก่จนเฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเหล็ก อยู่ให้ครกแตกรากสากแตกใบ อยู่กับแม่จนแก่จนเฒ่าอย่ากินข้าวบนหัวเรือ อย่ากินเกลือบนหัวช้าง อย่าตกแม่น้ำใหญ่กว้าง อย่าอยู่ในน้ำเป็นเพื่อนปลา อย่าอยู่ในนาเป็นเพื่อนข้าว เชิญขวัญเจ้ามาเข้าเนื้อเข้าตัว ตัวเอง”

ความเชื่อนี้จึงเป็นที่มาแห่งการทำขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะตามหลักจิตวิทยาแล้ว มนุษย์คงมีสัญชาตญาณแห่งความกลัว จึงอาศัยพิธีความเชื่อต่าง ๆ เป็นที่พึ่ง ซึ่งในปัจจุบันนี้การเรียกขวัญลูกยังคงมีให้เห็นอยู่ หรืออย่างเวลาที่ลูกล้มเจ็บ หรือตกใจร้องไห้เสียงดัง พ่อแม่ก็มักจะปลอบลูกด้วยคำพูดว่า “ขวัญเอ๋ยขวัญมา” จนเป็นความคุ้นชินที่ทำกันต่อ ๆ มาไปซะแล้ว.


อ้างอิงข้อมูลจาก :

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

พิธี “ทำขวัญทารก” ต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าบ้าน

น่ารู้! โกนผมไฟ vs พิธีทำขวัญเดือนหลังทารกครบ 1 เดือน

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner